กลับหน้าแรกพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV

 

โยชูวา 10

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

ชัยชนะเหนือเมืองกิเบโอน
10:1 ต่อมาเมื่ออาโดนีเซเดกกษัตริย์แห่งเมืองเยรูซาเล็มได้ยินว่า โยชูวาได้ยึดเมืองอัย และทำลายเมืองนั้นเสียอย่างสิ้นเชิงแล้ว ท่านได้กระทำต่อเมืองเยรีโคและกษัตริย์ของเมืองนั้นอย่างไร ท่านได้กระทำต่อเมืองอัยและกษัตริย์ของเมืองนั้นอย่างนั้น และทราบด้วยว่าชาวเมืองกิเบโอนได้กระทำสันติภาพกับคนอิสราเอล และอาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเขาแล้ว
10:2 เขาทั้งหลายก็คร้ามกลัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเมืองกิเบโอนเป็นเมืองใหญ่เหมือนอย่างเมืองหลวงแห่งหนึ่ง และเพราะว่าเมืองกิเบโอนใหญ่กว่าเมืองอัย และชาวเมืองนั้นก็ล้วนแต่เป็นชายฉกรรจ์ทั้งสิ้น
10:3 เหตุฉะนั้น อาโดนีเซเดกกษัตริย์แห่งเมืองเยรูซาเล็มได้ส่งคนไปยังโฮฮัมกษัตริย์แห่งเมืองเฮโบรน ปิรามกษัตริย์แห่งเมืองยารมูท ยาเฟียกษัตริย์แห่งเมืองลาคีช และเดบีร์กษัตริย์แห่งเมืองเอกโลน เรียนว่า
10:4 “ขอเชิญมาหาข้าพเจ้าและช่วยข้าพเจ้าเถิด เพื่อพวกเราจะตีเมืองกิเบโอน เพราะว่าเมืองนั้นได้กระทำสันติภาพกับโยชูวาและชนชาติอิสราเอลแล้ว”
10:5 เหตุฉะนั้น กษัตริย์แห่งคนอาโมไรต์ทั้งห้าองค์ คือ กษัตริย์แห่งเมืองเยรูซาเล็ม กษัตริย์แห่งเมืองเฮโบรน กษัตริย์แห่งเมืองยารมูท กษัตริย์แห่งเมืองลาคีช และกษัตริย์แห่งเมืองเอกโลน ได้รวมเข้าด้วยกัน และยกขึ้นไป กษัตริย์ทั้งห้าองค์พร้อมกับกองทัพทั้งหลายของพระองค์ ได้ตั้งค่ายต่อหน้าเมืองกิเบโอน และต่อสู้กับเมืองนั้น
10:6 และชาวเมืองกิเบโอนได้ส่งคนไปหาโยชูวาที่ค่ายในกิลกาล กล่าวว่า “ขออย่าได้หย่อนมือของท่านจากผู้รับใช้ทั้งหลายของท่านเลย ขอเร่งขึ้นมาหาเราทั้งหลาย และช่วยพวกเราให้รอด และช่วยเราทั้งหลาย เพราะว่าบรรดากษัตริย์แห่งคนอาโมไรต์ ซึ่งอาศัยอยู่ในแดนเทือกเขา ได้รวมเข้าด้วยกันต่อสู้กับเราทั้งหลาย”
10:7 ดังนั้น โยชูวาได้ขึ้นไปจากกิลกาล ตัวท่านและบรรดาทหารพร้อมกับท่าน และชายฉกรรจ์ผู้กล้าหาญทั้งหมด
10:8 และพระเยโฮวาห์ตรัสแก่โยชูวาว่า “อย่ากลัวเขาทั้งหลายเลย เพราะว่าเราได้มอบพวกเขาไว้ในมือของเจ้าแล้ว ไม่มีผู้ใดในพวกเขาสักคนเดียวจะสามารถยืนหยัดต่อหน้าเจ้าได้”
10:9 เหตุฉะนั้น โยชูวาจึงยกเข้าโจมตีพวกเขาอย่างทันทีทันใด และขึ้นไปจากกิลกาลตลอดคืนนั้น
10:10 และพระเยโฮวาห์ทรงกระทำให้เขาทั้งหลายพ่ายแพ้ต่อหน้าคนอิสราเอล และได้ประหารพวกเขาเสียมากมายที่เมืองกิเบโอน และไล่ตามเขาทั้งหลายไปในทางที่ขึ้นไปยังเมืองเบธโฮโรน และสังหารพวกเขาจนถึงเมืองอาเซคาห์ และจนถึงเมืองมักเคดาห์

ดวงอาทิตย์หยุดนิ่ง
10:11 และต่อมา ขณะเมื่อเขาทั้งหลายหนีไปข้างหน้าคนอิสราเอล และกำลังลงไปตามทางเมืองเบธโฮโรนนั้น พระเยโฮวาห์ทรงเหวี่ยงลูกเห็บใหญ่ลงมาจากฟ้าใส่พวกเขา ตลอดจนถึงเมืองอาเซคาห์ และเขาทั้งหลายก็ตาย ผู้ที่ตายด้วยลูกเห็บนั้นก็มากกว่าผู้ที่ชนชาติอิสราเอลฆ่าเสียด้วยดาบ
10:12 แล้วโยชูวาก็กราบทูลพระเยโฮวาห์ในวันที่พระเยโฮวาห์ทรงมอบคนอาโมไรต์ไว้ต่อหน้าชนชาติอิสราเอลนั้น และท่านได้กล่าวต่อสายตาของคนอิสราเอลว่า “ดวงอาทิตย์เอ๋ย เจ้าจงหยุดนิ่งตรงเมืองกิเบโอน และดวงจันทร์เอ๋ย เจ้าจงหยุดอยู่ตรงหุบเขาอัยยาโลน”
10:13 และดวงอาทิตย์ก็หยุดนิ่ง และดวงจันทร์ก็พักอยู่จนกว่าประชากรได้แก้แค้นศัตรูของเขาทั้งหลายจนสำเร็จ เรื่องนี้มิได้เขียนไว้ในหนังสือแห่งยาชาร์ดอกหรือ ดังนั้นดวงอาทิตย์หยุดนิ่งอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า และหาได้รีบตกไปตามเวลาประมาณวันหนึ่งไม่
10:14 และไม่มีวันหนึ่งวันใดเหมือนกับวันนั้นทั้งในสมัยก่อนหรือในสมัยต่อมา ที่พระเยโฮวาห์ทรงสดับฟังเสียงของมนุษย์ เพราะว่าพระเยโฮวาห์ทรงต่อสู้เพื่อคนอิสราเอล
10:15 และโยชูวาก็หันกลับ ทั้งบรรดาคนอิสราเอลพร้อมกับท่าน มายังค่ายที่กิลกาล
10:16 แต่กษัตริย์ทั้งห้าองค์นี้ก็หนีไป และซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่มักเคดาห์
10:17 และมีคนบอกโยชูวาว่า “มีคนพบกษัตริย์ทั้งห้าองค์ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่มักเคดาห์”
10:18 และโยชูวาได้กล่าวว่า “จงกลิ้งก้อนหินใหญ่หลายก้อนปิดปากถ้ำเสีย และตั้งยามหลายคนให้เฝ้ารักษาคนเหล่านั้นไว้
10:19 และท่านทั้งหลายอย่ารั้งรออยู่เลย แต่จงไล่ตามบรรดาศัตรูของพวกท่านเถิด และจงเข้าโจมตีกองระวังหลังของเขาทั้งหลาย อย่าให้พวกเขากลับเข้าในเมืองทั้งหลายของพวกเขาได้ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่านได้มอบเขาทั้งหลายไว้ในมือของพวกท่านแล้ว”
10:20 และต่อมาเมื่อโยชูวากับชนชาติอิสราเอลได้ฆ่าคนเหล่านั้นเสียเป็นอันมากแล้ว จนเขาทั้งหลายถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ผู้ที่เหลืออยู่ของพวกเขาก็หนีกลับเข้าไปในเมืองทั้งหลายที่มีกำแพงล้อมรอบ
10:21 และประชากรทั้งปวงก็กลับมาหาโยชูวา ณ ค่ายที่มักเคดาห์โดยสันติภาพทุกคน หามีผู้ใดกล้ากระดิกลิ้นต่อต้านชนชาติอิสราเอลต่อไปไม่
10:22 แล้วโยชูวากล่าวว่า “จงเปิดปากถ้ำ และนำกษัตริย์ทั้งห้าองค์นั้นออกมาจากถ้ำมาหาข้าพเจ้า”
10:23 และเขาทั้งหลายก็กระทำตาม และนำกษัตริย์ทั้งห้าองค์ออกมาจากถ้ำมาหาท่าน คือกษัตริย์แห่งเมืองเยรูซาเล็ม กษัตริย์แห่งเมืองเฮโบรน กษัตริย์แห่งเมืองยารมูท กษัตริย์แห่งเมืองลาคีช และกษัตริย์แห่งเมืองเอกโลน
10:24 และต่อมาเมื่อเขาทั้งหลายนำกษัตริย์เหล่านั้นมายังโยชูวา โยชูวาได้เรียกบรรดาคนอิสราเอลเข้ามา และพูดกับบรรดาหัวหน้าของพวกทหารผู้ที่ออกไปรบพร้อมกับท่านว่า “จงเข้ามาใกล้เถิด เอาเท้าของพวกท่านเหยียบคอของกษัตริย์เหล่านี้” และเขาทั้งหลายได้เข้ามาใกล้และเอาเท้าของพวกเขาเหยียบคอของกษัตริย์เหล่านั้น
10:25 และโยชูวากล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า “อย่ากลัวและอย่าท้อใจเลย จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด เพราะว่าพระเยโฮวาห์จะทรงกระทำต่อบรรดาศัตรูของท่านทั้งหลายซึ่งพวกท่านสู้รบอย่างนี้แหละ”
10:26 และภายหลังโยชูวาได้ฟันกษัตริย์ทั้งห้าองค์นั้น และประหารชีวิตของท่านเหล่านั้นเสีย และแขวนพวกท่านไว้ที่ต้นไม้ห้าต้น และท่านเหล่านั้นถูกแขวนอยู่บนต้นไม้เช่นนั้นจนกระทั่งเวลาเย็น
10:27 และต่อมาเมื่อถึงเวลาดวงอาทิตย์ตก โยชูวาได้บัญชาและเขาทั้งหลายก็เอาศพของพวกท่านลงจากต้นไม้ และทิ้งศพของท่านเหล่านั้นไว้ในถ้ำซึ่งกษัตริย์เหล่านั้นได้ซ่อนตัวอยู่ และเอาหินใหญ่หลายก้อนปิดปากถ้ำนั้นไว้ ซึ่งยังอยู่จนถึงทุกวันนี้

การสู้รับกับเมืองอื่น ๆ
10:28 และในวันนั้นโยชูวายึดเมืองมักเคดาห์ได้ และได้โจมตีเมืองนั้นด้วยคมดาบ และกษัตริย์ของเมืองนั้นท่านได้ทำลายเสียอย่างสิ้นเชิง ทั้งพวกเขากับทุกชีวิตที่อยู่ในเมือง ท่านไม่ให้มีเหลือสักคนเดียว และท่านได้กระทำแก่กษัตริย์แห่งเมืองมักเคดาห์เหมือนอย่างที่ท่านได้กระทำแก่กษัตริย์แห่งเมืองเยรีโค
10:29 ดังนั้นโยชูวา และบรรดาคนอิสราเอลพร้อมกับท่าน ก็ยกกองทัพจากเมืองมักเคดาห์มาถึงเมืองลิบนาห์ และสู้รบกับเมืองลิบนาห์
10:30 และพระเยโฮวาห์ได้ทรงมอบเมืองนั้นไว้ในมือของคนอิสราเอล ทั้งกษัตริย์แห่งเมืองนั้นด้วย และท่านได้โจมตีเมืองนั้นและทุกชีวิตที่อยู่ในเมืองนั้นด้วยคมดาบ ท่านไม่ให้มีเหลือสักคนเดียวในเมืองนั้น แต่ท่านได้กระทำแก่กษัตริย์ของเมืองนั้นเหมือนอย่างที่ท่านได้กระทำแก่กษัตริย์แห่งเมืองเยรีโค
10:31 และโยชูวา ทั้งบรรดาคนอิสราเอลพร้อมกับท่าน ก็ออกจากเมืองลิบนาห์มาถึงเมืองลาคีช และล้อมเมืองไว้และสู้รบกับเมืองนั้น
10:32 และพระเยโฮวาห์ทรงมอบเมืองลาคีชไว้ในมือของคนอิสราเอล ซึ่งเขาได้ยึดเมืองนั้นในวันที่สอง และโจมตีเมืองนั้นและทุกชีวิตที่อยู่ในเมืองนั้นด้วยคมดาบ ตามที่ท่านได้กระทำแก่เมืองลิบนาห์
10:33 ดังนั้น โฮรามกษัตริย์แห่งเมืองเกเซอร์ได้ขึ้นมาเพื่อช่วยเมืองลาคีช และโยชูวาได้ประหารท่านและประชาชนของท่านเสีย จนโยชูวาไม่ให้ท่านมีเหลือสักคนเดียว
10:34 และโยชูวากับคนอิสราเอลทั้งปวงพร้อมกับท่านได้ยกออกจากเมืองลาคีชไปยังเมืองเอกโลน และเขาทั้งหลายได้ล้อมเมืองไว้และสู้รบกับเมืองนั้น
10:35 และในวันนั้นเขาทั้งหลายได้โจมตีเมืองด้วยคมดาบและยึดเมืองไว้ และในวันนั้นท่านได้ทำลายบรรดาชีวิตในเมืองนั้นเสียสิ้น เหมือนอย่างที่ท่านได้กระทำแก่เมืองลาคีชทุกประการ
10:36 และโยชูวากับคนอิสราเอลทั้งปวงพร้อมกับท่านได้ยกขึ้นจากเมืองเอกโลนไปยังเมืองเฮโบรน และเขาทั้งหลายสู้รบกับเมืองนั้น
10:37 และเขาทั้งหลายได้โจมตีเมืองนั้นด้วยคมดาบและยึดเมืองไว้ ทั้งกษัตริย์ของเมืองและชนบททั้งหมดของเมืองนั้น กับบรรดาชีวิตที่อยู่ในนั้นเสีย ท่านไม่ให้เหลือไว้สักคนเดียว เหมือนอย่างที่ท่านได้กระทำแก่เมืองเอกโลนทุกประการ แต่ได้ทำลายเมืองนั้นและบรรดาชีวิตที่อยู่ในเมืองนั้นเสียสิ้น
10:38 และโยชูวาก็หันกลับ และคนอิสราเอลทั้งปวงพร้อมกับท่าน มายังเมืองเดบีร์ และสู้รบกับเมืองนั้น
10:39 และท่านได้ยึดเมืองนั้น ทั้งกษัตริย์ของเมืองและชนบททั้งหมดของเมืองนั้น และเขาทั้งหลายได้โจมตีคนเหล่านั้นด้วยคมดาบ และได้ทำลายบรรดาชีวิตที่อยู่ในนั้นเสียอย่างสิ้นเชิง ท่านไม่ให้มีเหลือสักคนเดียว ท่านได้กระทำแก่เมืองเฮโบรนอย่างไร ท่านก็ได้กระทำแก่เมืองเดบีร์และแก่กษัตริย์ของเมืองอย่างนั้น เหมือนอย่างที่ท่านได้กระทำแก่เมืองลิบนาห์และแก่กษัตริย์ของเมืองเช่นกัน
10:40 ดังนั้น โยชูวาก็โจมตีแผ่นดินนั้นทั้งหมด คือแดนเทือกเขา ในภาคใต้ ในหุบเขา และที่แห่งน้ำพุทั้งหลาย ทั้งกษัตริย์ทั้งหมดของเมืองเหล่านั้น ท่านไม่ให้มีเหลือสักคนเดียว แต่ได้ทำลายทุกสิ่งที่หายใจเสีย เหมือนอย่างที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลได้ทรงบัญชาไว้
10:41 และโยชูวาได้โจมตีเขาเหล่านั้นตั้งแต่เมืองคาเดชบารเนียจนถึงเมืองกาซา และทั่วแผ่นดินแห่งโกเชนจนถึงเมืองกิเบโอน
10:42 และโยชูวาได้จับตัวกษัตริย์เหล่านี้พร้อมทั้งยึดเอาแผ่นดินของเขาทั้งหมดในคราวเดียวกัน เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของคนอิสราเอลได้ทรงสู้รบเพื่อคนอิสราเอล
10:43 และโยชูวาก็หันกลับ และคนอิสราเอลทั้งปวงพร้อมกับท่านได้มายังค่ายที่กิลกาล

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope