กลับหน้าแรกพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV

 

เอสเธอร์ 7

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10]

การเลี้ยงของพระราชินีเอสเธอร์
7:1 ดังนั้น กษัตริย์จึงเสด็จกับฮามานเข้าไปในการเลี้ยงกับพระราชินีเอสเธอร์
7:2 และในวันที่สองเมื่ออยู่ที่การเลี้ยงเหล้าองุ่นกษัตริย์ตรัสกับเอสเธอร์อีกว่า “พระราชินีเอสเธอร์ คำร้องขอของพระนางคืออะไร และจะให้สิ่งนั้นแก่พระนาง และคำทูลขอของพระนางคืออะไร แม้ถึงครึ่งราชอาณาจักร ก็จะสำเร็จ”
7:3 แล้วพระราชินีเอสเธอร์ทูลตอบและตรัสว่า “โอ ข้าแต่กษัตริย์ ถ้าหม่อมฉันเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ และถ้าเป็นที่พอพระทัยกษัตริย์ ขอพระราชทานชีวิตของหม่อมฉันให้แก่หม่อมฉันตามคำร้องขอของหม่อมฉัน และชนชาติของหม่อมฉันตามคำทูลขอของหม่อมฉัน
7:4 เพราะพวกเราถูกขายทั้งหม่อมฉันและชนชาติของหม่อมฉันให้ถูกทำลาย ให้ถูกสังหารและให้ถูกล้างผลาญ แต่ถ้าพวกเราถูกขายให้เป็นทาสชายและหญิง หม่อมฉันก็จะสงบปากสงบคำเสีย ถึงแม้ว่าความทุกข์ยากจะเปรียบกับผลเสียหายของกษัตริย์นั้นก็ไม่ได้”
7:5 แล้วกษัตริย์อาหสุเอรัสทรงตอบและตรัสกับพระราชินีเอสเธอร์ว่า “ผู้นั้นคือใคร และผู้นั้นอยู่ที่ไหน ที่คิดในใจว่าจะกระทำเช่นนี้”
7:6 และพระนางเอสเธอร์ทูลว่า “คู่อริและศัตรูคือฮามานคนชั่วผู้นี้” แล้วฮามานก็กลัวอยู่ต่อพระพักตร์ของกษัตริย์และพระราชินี

ฮามานถูกแขวนคอให้ตาย
7:7 และกษัตริย์ทรงลุกขึ้นจากการเลี้ยงเหล้าองุ่นด้วยทรงพระพิโรธ จึงเสด็จเข้าไปในราชอุทยาน และฮามานลุกขึ้นเพื่อทูลขอชีวิตของตนต่อพระราชินีเอสเธอร์ เพราะท่านเห็นว่ากษัตริย์ทรงตั้งพระทัยที่จะกระทำการร้ายต่อท่านแล้ว
7:8 แล้วกษัตริย์เสด็จกลับจากราชอุทยานมายังสถานที่ซึ่งมีการเลี้ยงเหล้าองุ่นนั้น และฮามานกราบลงบนแท่นบรรทมซึ่งพระนางเอสเธอร์ประทับอยู่นั้น แล้วกษัตริย์ตรัสว่า “เขาจะข่มขืนพระราชินีต่อหน้าต่อตาเราในบ้านของเราด้วยหรือ” เมื่อพระวาทะหลุดจากพระโอษฐ์กษัตริย์ เขาทั้งหลายก็คลุมหน้าของฮามาน
7:9 และฮารโบนาขันทีคนหนึ่งทูลต่อพระพักตร์ของกษัตริย์ว่า “ดูเถิด ตะแลงแกง สูงห้าสิบศอก ซึ่งฮามานได้เตรียมไว้สำหรับโมรเดคัย ผู้ซึ่งได้รายงานดีเพื่อช่วยกษัตริย์ ก็ตั้งอยู่ที่บ้านของฮามาน” และกษัตริย์ตรัสว่า “แขวนมันบนนั้นแหละ”
7:10 ดังนั้น เขาทั้งหลายจึงแขวนฮามานบนตะแลงแกงซึ่งท่านได้เตรียมไว้สำหรับโมรเดคัย แล้วพระพิโรธของกษัตริย์ก็สงบลง

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope