กลับหน้าแรก / Main Menu

 

พระราชบัญญัติ 29 / Deuteronomy 29

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34]

คำเตือนใจเกี่ยวกับพันธสัญญาแห่งคานาอัน
29:1 ต่อไปนี้เป็นบรรดาถ้อยคำแห่งพันธสัญญา ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงบัญชาโมเสสให้กระทำกับชนชาติอิสราเอลในแผ่นดินแห่งโมอับ นอกเหนือจากพันธสัญญาซึ่งพระองค์ทรงกระทำกับพวกเขาที่โฮเรบ

Reminder of the Covenant of Palestine
29:1 These are the words of the covenant, which the LORD commanded Moses to make with the children of Israel in the land of Moab, beside the covenant which he made with them in Horeb.

29:2 และโมเสสเรียกบรรดาคนอิสราเอลมาและกล่าวแก่พวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายได้เห็นทุกสิ่งที่พระเยโฮวาห์ทรงกระทำต่อหน้าต่อตาของพวกท่านในแผ่นดินแห่งอียิปต์ ต่อฟาโรห์และต่อบรรดาข้าราชการของท่าน และต่อแผ่นดินทั้งสิ้นของท่าน

29:2 And Moses called unto all Israel, and said unto them, Ye have seen all that the LORD did before your eyes in the land of Egypt unto Pharaoh, and unto all his servants, and unto all his land;

29:3 ทั้งบรรดาการทดลองอย่างใหญ่หลวงซึ่งนัยน์ตาของท่านได้เห็น ทั้งหมายสำคัญและการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่เหล่านั้น

29:3 The great temptations which thine eyes have seen, the signs, and those great miracles:

29:4 ถึงอย่างนั้น จนกระทั่งวันนี้พระเยโฮวาห์ไม่ได้ประทานจิตใจที่รับรู้ ตาที่มองเห็นได้ และหูที่ได้ยินแก่ท่านทั้งหลาย

29:4 Yet the LORD hath not given you an heart to perceive, and eyes to see, and ears to hear, unto this day.

29:5 ‘และเราได้นำพวกเจ้าอยู่ในถิ่นทุรกันดารสี่สิบปี เสื้อผ้าของเจ้าทั้งหลายไม่ได้ขาดวิ่นไปจากพวกเจ้า และรองเท้าของเจ้าไม่ได้ขาดหลุดไปจากเท้าของเจ้า

29:5 And I have led you forty years in the wilderness: your clothes are not waxen old upon you, and thy shoe is not waxen old upon thy foot.

29:6 เจ้าทั้งหลายไม่ได้รับประทานขนมปัง ทั้งพวกเจ้าไม่ได้ดื่มน้ำองุ่นหรือสุรา เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้รู้ว่า เราเป็นพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเจ้า’

29:6 Ye have not eaten bread, neither have ye drunk wine or strong drink: that ye might know that I am the LORD your God.

29:7 และเมื่อท่านทั้งหลายมาถึงสถานที่แห่งนี้ สิโหนกษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบน และโอกกษัตริย์แห่งเมืองบาชาน ออกมาทำสงครามกับพวกเรา และเราทั้งหลายก็ได้กระทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ไป

29:7 And when ye came unto this place, Sihon the king of Heshbon, and Og the king of Bashan, came out against us unto battle, and we smote them:

29:8 และเราทั้งหลายริบเอาแผ่นดินของพวกเขาและมอบให้เป็นมรดกแก่คนรูเบน คนกาด และคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่า

29:8 And we took their land, and gave it for an inheritance unto the Reubenites, and to the Gadites, and to the half tribe of Manasseh.

29:9 เพราะฉะนั้น จงรักษาบรรดาถ้อยคำแห่งพันธสัญญานี้ และกระทำตาม เพื่อท่านทั้งหลายจะจำเริญในบรรดากิจการซึ่งพวกท่านกระทำ

29:9 Keep therefore the words of this covenant, and do them, that ye may prosper in all that ye do.

29:10 ในวันนี้ท่านทั้งหลายทุกคนยืนอยู่ต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน คือบรรดาหัวหน้าแห่งเผ่าต่าง ๆ ของพวกท่าน พวกผู้อาวุโสของท่านทั้งหลาย และพวกเจ้าหน้าที่ของท่านทั้งหลาย พร้อมกับบรรดาผู้ชายของอิสราเอล

29:10 Ye stand this day all of you before the LORD your God; your captains of your tribes, your elders, and your officers, with all the men of Israel,

29:11 เด็กเล็ก ๆ ของท่านทั้งหลาย ภรรยาของพวกท่าน และคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในค่ายของท่าน ทั้งคนที่ตัดฟืนให้ท่าน และคนที่ตักน้ำให้ท่าน

29:11 Your little ones, your wives, and thy stranger that is in thy camp, from the hewer of thy wood unto the drawer of thy water:

29:12 เพื่อท่านจะได้เข้าร่วมในพันธสัญญาแห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และเข้าร่วมในคำปฏิญาณของพระองค์ ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงกระทำกับท่านในวันนี้

29:12 That thou shouldest enter into covenant with the LORD thy God, and into his oath, which the LORD thy God maketh with thee this day:

29:13 เพื่อในวันนี้พระองค์จะทรงตั้งท่านให้เป็นประชากรของพระองค์ และเพื่อพระองค์จะเป็นพระเจ้าของท่าน ตามที่พระองค์ตรัสกับท่านนั้น และตามที่พระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของท่าน คือกับอับราฮัม กับอิสอัคและกับยาโคบ

29:13 That he may establish thee to day for a people unto himself, and that he may be unto thee a God, as he hath said unto thee, and as he hath sworn unto thy fathers, to Abraham, to Isaac, and to Jacob.

29:14 ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำพันธสัญญานี้กับคำปฏิญาณนี้ ไว้กับท่านทั้งหลายเท่านั้น

29:14 Neither with you only do I make this covenant and this oath;

29:15 แต่กับผู้ที่ยืนอยู่กับเราทั้งหลายในวันนี้ ต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเรา และกับผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่กับเราทั้งหลายในวันนี้ด้วย

29:15 But with him that standeth here with us this day before the LORD our God, and also with him that is not here with us this day:

29:16 (เพราะว่าท่านทั้งหลายทราบอยู่แล้วว่า พวกเราเคยอาศัยอยู่ในแผ่นดินแห่งอียิปต์อย่างไร และเราทั้งหลายได้ผ่านไปท่ามกลางบรรดาประชาชาติ ซึ่งพวกท่านผ่านพ้นไปอย่างไร

29:16 (For ye know how we have dwelt in the land of Egypt; and how we came through the nations which ye passed by;

29:17 และท่านทั้งหลายได้เห็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของเขาทั้งหลายแล้ว ทั้งรูปเคารพของพวกเขาที่ทำด้วยไม้และหิน ด้วยเงินและทองคำ ซึ่งอยู่ท่ามกลางเขาทั้งหลาย)

29:17 And ye have seen their abominations, and their idols, wood and stone, silver and gold, which were among them:)

29:18 เกรงว่าจะมีผู้ชายหรือผู้หญิงคนใด หรือครอบครัวใด หรือเผ่าใด ในท่ามกลางท่านทั้งหลาย ซึ่งในวันนี้จิตใจของเขาจะหันไปจากพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเรา ไปปรนนิบัติบรรดาพระของประชาชาติเหล่านั้น เกรงว่าในท่ามกลางพวกท่านจะมีรากซึ่งเกิดเป็นดีหมีและบอระเพ็ด

29:18 Lest there should be among you man, or woman, or family, or tribe, whose heart turneth away this day from the LORD our God, to go and serve the gods of these nations; lest there should be among you a root that beareth gall and wormwood;

29:19 และต่อมา เมื่อคนนั้นได้ยินบรรดาถ้อยคำแห่งคำสาปแช่งนี้ เขาจะอวยพรตัวเองในใจของตนว่า ‘แม้ข้าจะดำเนินด้วยเค้าความคิดในใจของข้า ข้าก็จะเป็นสุข ไม่ว่าจะเอาการเมาเหล้าซ้อนทับความกระหายน้ำ’

29:19 And it come to pass, when he heareth the words of this curse, that he bless himself in his heart, saying, I shall have peace, though I walk in the imagination of mine heart, to add drunkenness to thirst:

29:20 พระเยโฮวาห์จะไม่ได้ทรงให้อภัยแก่คนนั้น แต่เวลานั้นพระพิโรธของพระเยโฮวาห์และความหวงแหนของพระองค์จะพลุ่งขึ้นต่อผู้ชายคนนั้น และคำสาปแช่งทั้งสิ้นซึ่งเขียนไว้ในหนังสือนี้จะตกอยู่บนเขา และพระเยโฮวาห์จะทรงลบชื่อของเขาเสียจากใต้ฟ้าสวรรค์

29:20 The LORD will not spare him, but then the anger of the LORD and his jealousy shall smoke against that man, and all the curses that are written in this book shall lie upon him, and the LORD shall blot out his name from under heaven.

29:21 และพระเยโฮวาห์จะทรงแยกเขาออกจากบรรดาเผ่าแห่งคนอิสราเอลให้ประสบสิ่งชั่วร้าย ตามคำสาปแช่งทั้งสิ้นของพันธสัญญา ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือแห่งพระราชบัญญัตินี้

29:21 And the LORD shall separate him unto evil out of all the tribes of Israel, according to all the curses of the covenant that are written in this book of the law:

29:22 ดังนั้น คนชั่วอายุต่อมาคือลูกหลานของท่านทั้งหลายซึ่งจะเกิดมาภายหลังพวกท่าน และคนต่างชาติซึ่งจะมาจากแผ่นดินที่อยู่ห่างไกล เมื่อเขาทั้งหลายเห็นภัยพิบัติต่าง ๆ แห่งแผ่นดินนั้นและความป่วยไข้ต่าง ๆ ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงบันดาลให้ตกอยู่บนแผ่นดินนั้น จะกล่าวว่า

29:22 So that the generation to come of your children that shall rise up after you, and the stranger that shall come from a far land, shall say, when they see the plagues of that land, and the sicknesses which the LORD hath laid upon it;

29:23 ‘แผ่นดินทั้งหมดนั้นเป็นกำมะถันและเป็นเกลือ และถูกเผาไฟ แผ่นดินนั้นไม่มีการหว่าน ไม่มีอะไรงอกขึ้น และเป็นแผ่นดินที่ไม่มีหญ้างอกขึ้น เป็นเหมือนอย่างการคว่ำเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ เมืองอัดมาห์และเมืองเศโบยิม ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงคว่ำด้วยพระพิโรธและความกริ้วของพระองค์’

29:23 And that the whole land thereof is brimstone, and salt, and burning, that it is not sown, nor beareth, nor any grass groweth therein, like the overthrow of Sodom, and Gomorrah, Admah, and Zeboim, which the LORD overthrew in his anger, and in his wrath:

29:24 แม้กระทั่งประชาชาติทั้งหลายจะกล่าวว่า ‘ทำไมพระเยโฮวาห์ทรงกระทำเช่นนี้แก่แผ่นดินนี้ ความร้อนแรงแห่งพระพิโรธอันใหญ่ยิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร’

29:24 Even all nations shall say, Wherefore hath the LORD done thus unto this land? what meaneth the heat of this great anger?

29:25 แล้วคนทั้งหลายจะพูดกันว่า ‘เพราะพวกเขาได้ทอดทิ้งพันธสัญญาของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของเขาทั้งหลาย ซึ่งพระองค์ทรงกระทำไว้กับพวกเขาเมื่อพระองค์ทรงพาเขาทั้งหลายออกจากแผ่นดินแห่งอียิปต์

29:25 Then men shall say, Because they have forsaken the covenant of the LORD God of their fathers, which he made with them when he brought them forth out of the land of Egypt:

29:26 ด้วยว่าเขาทั้งหลายไปปรนนิบัติพระอื่น ๆ และนมัสการพระเหล่านั้น เป็นพระซึ่งพวกเขาไม่เคยรู้จัก และซึ่งพระองค์ไม่ได้ประทานแก่เขาทั้งหลาย

29:26 For they went and served other gods, and worshipped them, gods whom they knew not, and whom he had not given unto them:

29:27 และพระพิโรธของพระเยโฮวาห์จึงพลุ่งขึ้นต่อแผ่นดินนี้ เพื่อนำเอาบรรดาคำสาปแช่งซึ่งเขียนไว้ในหนังสือนี้ให้ตกอยู่บนแผ่นดินนี้

29:27 And the anger of the LORD was kindled against this land, to bring upon it all the curses that are written in this book:

29:28 และพระเยโฮวาห์ทรงถอนเขาทั้งหลายเสียจากแผ่นดินของพวกเขาด้วยพระพิโรธ ด้วยความกริ้ว และด้วยความเดือดดาลอันใหญ่ยิ่ง และเหวี่ยงเขาทั้งหลายไปในอีกแผ่นดินหนึ่ง ตามที่เป็นอยู่ทุกวันนี้’

29:28 And the LORD rooted them out of their land in anger, and in wrath, and in great indignation, and cast them into another land, as it is this day.

29:29 สิ่งเร้นลับทั้งปวงเป็นของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลาย แต่บรรดาสิ่งที่ทรงสำแดงนั้นเป็นของพวกเรา และของลูกหลานของเราทั้งหลายเป็นนิตย์ เพื่อพวกเราจะกระทำตามถ้อยคำทั้งสิ้นของพระราชบัญญัตินี้”

29:29 The secret things belong unto the LORD our God: but those things which are revealed belong unto us and to our children for ever, that we may do all the words of this law.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope