กลับหน้าแรก / Main Menu

 

พระราชบัญญัติ 31 / Deuteronomy 31

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34]

คำแนะนำและคำหนุนใจของโมเสสต่อคนอิสราเอลและโยชูวา
31:1 และโมเสสได้กล่าวถ้อยคำเหล่านี้แก่คนอิสราเอลทุกคน

Moses' Last Counsel to Israel and to Joshua
31:1 And Moses went and spake these words unto all Israel.

31:2 และท่านกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า “วันนี้ข้าพเจ้ามีอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปีแล้ว ข้าพเจ้าจะออกไปและเข้ามาอีกไม่ไหวแล้ว ด้วยว่าพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘เจ้าจะไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้’

31:2 And he said unto them, I am an hundred and twenty years old this day; I can no more go out and come in: also the LORD hath said unto me, Thou shalt not go over this Jordan.

31:3 พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะทรงข้ามไปก่อนหน้าท่าน และพระองค์จะทรงทำลายประชาชาติเหล่านี้ให้พ้นหน้าท่าน และท่านจะยึดครองเขาเหล่านั้น และโยชูวา ท่านเองจะข้ามไปข้างหน้าท่าน ตามที่พระเยโฮวาห์ตรัสไว้แล้ว

31:3 The LORD thy God, he will go over before thee, and he will destroy these nations from before thee, and thou shalt possess them: and Joshua, he shall go over before thee, as the LORD hath said.

31:4 และพระเยโฮวาห์จะทรงกระทำแก่เขาทั้งหลายเหมือนอย่างที่พระองค์ได้ทรงกระทำแก่สิโหนและโอก กษัตริย์ทั้งสองของคนอาโมไรต์ และแก่แผ่นดินของเขาเหล่านั้น ผู้ที่พระองค์ทรงทำลายแล้ว

31:4 And the LORD shall do unto them as he did to Sihon and to Og, kings of the Amorites, and unto the land of them, whom he destroyed.

31:5 และพระเยโฮวาห์จะทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ต่อหน้าพวกท่าน เพื่อท่านทั้งหลายจะกระทำแก่พวกเขาตามบทบัญญัติทั้งสิ้นซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาพวกท่านไว้แล้ว

31:5 And the LORD shall give them up before your face, that ye may do unto them according unto all the commandments which I have commanded you.

31:6 จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรืออย่าครั่นคร้ามพวกเขาเลย เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ผู้ที่จะไปกับท่านนั้น พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย”

31:6 Be strong and of a good courage, fear not, nor be afraid of them: for the LORD thy God, he it is that doth go with thee; he will not fail thee, nor forsake thee.

31:7 และโมเสสเรียกโยชูวาเข้ามาและกล่าวแก่ท่านต่อสายตาของบรรดาคนอิสราเอลว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด ด้วยว่าท่านจะต้องไปกับชนชาตินี้เข้าไปในแผ่นดินซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงปฏิญาณไว้แก่บรรพบุรุษของพวกเขาว่า จะทรงประทานแก่เขาทั้งหลาย และท่านจงกระทำให้พวกเขาได้แผ่นดินนั้นเป็นมรดก

31:7 And Moses called unto Joshua, and said unto him in the sight of all Israel, Be strong and of a good courage: for thou must go with this people unto the land which the LORD hath sworn unto their fathers to give them; and thou shalt cause them to inherit it.

31:8 และพระเยโฮวาห์ ผู้ที่จะทรงข้ามไปก่อนหน้าท่านนั้น พระองค์จะทรงสถิตอยู่กับท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย อย่ากลัวและอย่าท้อใจเลย”

31:8 And the LORD, he it is that doth go before thee; he will be with thee, he will not fail thee, neither forsake thee: fear not, neither be dismayed.

31:9 และโมเสสได้เขียนพระราชบัญญัตินี้ และมอบให้แก่พวกปุโรหิตผู้เป็นลูกหลานของเลวี ผู้ซึ่งหามหีบพันธสัญญาแห่งพระเยโฮวาห์ และแก่พวกผู้อาวุโสทั้งปวงของคนอิสราเอล

31:9 And Moses wrote this law, and delivered it unto the priests the sons of Levi, which bare the ark of the covenant of the LORD, and unto all the elders of Israel.

31:10 และโมเสสบัญชาเขาทั้งหลายว่า “ทุก ๆ สิ้นเจ็ดปี ตามเวลากำหนดของปีแห่งการปลดปล่อย ในเทศกาลเลี้ยงการอยู่เพิง

31:10 And Moses commanded them, saying, At the end of every seven years, in the solemnity of the year of release, in the feast of tabernacles,

31:11 เมื่อคนอิสราเอลทั้งหลายมาประชุมพร้อมกันต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ในสถานที่ซึ่งพระองค์จะทรงเลือกไว้นั้น ท่านจงอ่านพระราชบัญญัตินี้ต่อหน้าคนอิสราเอลทั้งปวงให้พวกเขาฟัง

31:11 When all Israel is come to appear before the LORD thy God in the place which he shall choose, thou shalt read this law before all Israel in their hearing.

31:12 จงรวบรวมประชากรเข้ามาพร้อมกัน ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ๆ ทั้งคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ภายในประตูเมืองของท่าน เพื่อเขาทั้งหลายจะได้ยินและเพื่อพวกเขาจะได้เรียนรู้ และจะเกรงกลัวพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย และจะได้ระวังที่จะกระทำตามถ้อยคำทั้งสิ้นของพระราชบัญญัตินี้

31:12 Gather the people together, men, and women, and children, and thy stranger that is within thy gates, that they may hear, and that they may learn, and fear the LORD your God, and observe to do all the words of this law:

31:13 และเพื่อลูกหลานของเขาทั้งหลาย ผู้ซึ่งยังไม่ทราบสิ่งใด ๆ จะได้ยินและเรียนรู้ที่จะเกรงกลัวพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ตราบเท่าวันเวลาที่ท่านทั้งหลายอยู่ในแผ่นดิน ซึ่งพวกท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยึดครองนั้น”

31:13 And that their children, which have not known any thing, may hear, and learn to fear the LORD your God, as long as ye live in the land whither ye go over Jordan to possess it.

โยชูวาได้รับพระบัญชาก่อนโมเสสสิ้นชีวิต
31:14 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “ดูเถิด วันเวลาของเจ้าซึ่งเจ้าจะต้องสิ้นชีวิตก็ใกล้เข้ามาแล้ว จงเรียกโยชูวามา และเจ้าทั้งสองจงมาเฝ้าเราในพลับพลาแห่งชุมนุมชน เพื่อเราจะได้บัญชาเขา” และโมเสสกับโยชูวาก็ไปและเข้าเฝ้าพระองค์ในพลับพลาแห่งชุมนุมชน

Moses to Die; Joshua Given a Charge
31:14 And the LORD said unto Moses, Behold, thy days approach that thou must die: call Joshua, and present yourselves in the tabernacle of the congregation, that I may give him a charge. And Moses and Joshua went, and presented themselves in the tabernacle of the congregation.

31:15 และที่พลับพลาพระเยโฮวาห์ทรงปรากฏในเสาเมฆ และเสาเมฆนั้นอยู่เหนือประตูแห่งพลับพลา

31:15 And the LORD appeared in the tabernacle in a pillar of a cloud: and the pillar of the cloud stood over the door of the tabernacle.

31:16 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “ดูเถิด เจ้าจะล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของเจ้า และชนชาตินี้จะลุกขึ้นและไปเล่นชู้กับบรรดาพระของคนต่างชาติแห่งแผ่นดินนี้ ในที่ที่เขาทั้งหลายไปอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้น และจะทอดทิ้งเราเสียและฝ่าฝืนพันธสัญญาของเราซึ่งเราได้กระทำไว้กับเขาทั้งหลาย

31:16 And the LORD said unto Moses, Behold, thou shalt sleep with thy fathers; and this people will rise up, and go a whoring after the gods of the strangers of the land, whither they go to be among them, and will forsake me, and break my covenant which I have made with them.

31:17 แล้วในวันนั้นเราจะกริ้วต่อเขาทั้งหลาย และเราจะทอดทิ้งพวกเขาเสีย เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเขาทั้งหลาย และพวกเขาจะถูกกลืน และสิ่งชั่วร้ายกับความลำบากเป็นอันมากจะตกแก่เขาทั้งหลาย ในวันนั้นพวกเขาจึงจะกล่าวว่า ‘สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ตกแก่เราทั้งหลาย เพราะว่าพระเจ้าของพวกเราไม่ทรงสถิตอยู่ท่ามกลางเราทั้งหลายไม่ใช่หรือ’

31:17 Then my anger shall be kindled against them in that day, and I will forsake them, and I will hide my face from them, and they shall be devoured, and many evils and troubles shall befall them; so that they will say in that day, Are not these evils come upon us, because our God is not among us?

31:18 และในวันนั้นเราจะซ่อนหน้าของเราเสียเป็นแน่ ด้วยเหตุความชั่วร้ายทั้งหลายซึ่งพวกเขาได้กระทำ เพราะเขาทั้งหลายได้หันไปหาพระอื่น ๆ

31:18 And I will surely hide my face in that day for all the evils which they shall have wrought, in that they are turned unto other gods.

31:19 เพราะฉะนั้น บัดนี้เจ้าทั้งสองจงเขียนบทเพลงนี้สำหรับพวกเจ้า และสอนบทเพลงนี้ให้แก่ชนชาติอิสราเอล จงให้บทเพลงนี้อยู่ในปากของเขาทั้งหลาย เพื่อบทเพลงนี้จะเป็นพยานของเราต่อต้านชนชาติอิสราเอล

31:19 Now therefore write ye this song for you, and teach it the children of Israel: put it in their mouths, that this song may be a witness for me against the children of Israel.

31:20 เพราะว่าเมื่อเราจะได้นำเขาทั้งหลายเข้ามาในแผ่นดิน ซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้แก่บรรพบุรุษของพวกเขา ซึ่งมีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ และเขาทั้งหลายจะได้รับประทานจนพวกเขาอิ่มหนำและอ้วนพี ดังนั้นเขาทั้งหลายจะหันไปหาพระอื่น ๆ และปรนนิบัติพระเหล่านั้น และยั่วยุเรา และฝ่าฝืนพันธสัญญาของเรา

31:20 For when I shall have brought them into the land which I sware unto their fathers, that floweth with milk and honey; and they shall have eaten and filled themselves, and waxen fat; then will they turn unto other gods, and serve them, and provoke me, and break my covenant.

31:21 และต่อมาเมื่อสิ่งชั่วร้ายและความลำบากหลายอย่างมาตกแก่เขาทั้งหลายแล้ว เพลงบทนี้จะเป็นพยานต่อต้านพวกเขา เพราะว่าเพลงนี้จะไม่มีวันลืมไปจากปากแห่งเชื้อสายของเขาทั้งหลาย เพราะแม้แต่เวลานี้เองเราก็รู้ถึงเค้าความคิดที่พวกเขากำลังจะก่อขึ้นมาแล้ว ก่อนที่เราจะนำเขาทั้งหลายเข้าไปในแผ่นดินซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้นั้น”

31:21 And it shall come to pass, when many evils and troubles are befallen them, that this song shall testify against them as a witness; for it shall not be forgotten out of the mouths of their seed: for I know their imagination which they go about, even now, before I have brought them into the land which I sware.

31:22 เพราะฉะนั้น โมเสสได้เขียนบทเพลงนี้ในวันเดียวกันนั้น และได้สอนบทเพลงนี้ให้แก่ชนชาติอิสราเอล

31:22 Moses therefore wrote this song the same day, and taught it the children of Israel.

31:23 และพระองค์ทรงบัญชาโยชูวาบุตรชายของนูน และตรัสว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด เพราะเจ้าจะนำชนชาติอิสราเอลเข้าไปในแผ่นดินซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้แก่เขาทั้งหลาย และเราจะอยู่กับเจ้า”

31:23 And he gave Joshua the son of Nun a charge, and said, Be strong and of a good courage: for thou shalt bring the children of Israel into the land which I sware unto them: and I will be with thee.

โมเสสเสร็จสิ้นการเขียนพระราชบัญญัติ อิสราเอลจะประพฤติหลงผิดไปเมื่อโมเสสสิ้นชีวิตแล้ว
31:24 และต่อมาเมื่อโมเสสเขียนบรรดาถ้อยคำแห่งพระราชบัญญัตินี้ลงในหนังสือจนสำเร็จเสร็จครบแล้ว

Moses Finishes His Writing; Corruption Coming
31:24 And it came to pass, when Moses had made an end of writing the words of this law in a book, until they were finished,

31:25 แล้วโมเสสก็บัญชาคนเลวี ผู้ซึ่งหามหีบพันธสัญญาแห่งพระเยโฮวาห์ว่า

31:25 That Moses commanded the Levites, which bare the ark of the covenant of the LORD, saying,

31:26 “จงรับหนังสือแห่งพระราชบัญญัตินี้ และวางไว้ข้างหีบพันธสัญญาแห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย ให้อยู่ที่นั่นเพื่อจะเป็นพยานกล่าวโทษท่าน

31:26 Take this book of the law, and put it in the side of the ark of the covenant of the LORD your God, that it may be there for a witness against thee.

31:27 เพราะข้าพเจ้ารู้ถึงการกบฏและความดื้อรั้นคอแข็งของท่าน ดูเถิด ขณะที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่กับท่านทั้งหลายในวันนี้ พวกท่านก็ยังกบฏต่อพระเยโฮวาห์ และหลังจากความตายของข้าพเจ้า จะร้ายแรงกว่านี้สักเท่าใด

31:27 For I know thy rebellion, and thy stiff neck: behold, while I am yet alive with you this day, ye have been rebellious against the LORD; and how much more after my death?

31:28 จงรวบรวมบรรดาผู้อาวุโสแห่งเผ่าต่าง ๆ ของท่านทั้งหลาย และพวกเจ้าหน้าที่ของพวกท่าน ให้มาหาข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้กล่าวถ้อยคำเหล่านี้ให้เข้าหูของเขาทั้งหลาย และขอเชิญฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกให้เป็นพยานกล่าวโทษพวกเขา

31:28 Gather unto me all the elders of your tribes, and your officers, that I may speak these words in their ears, and call heaven and earth to record against them.

31:29 เพราะข้าพเจ้าทราบว่าหลังจากความตายของข้าพเจ้า ท่านทั้งหลายจะทำให้ตัวเองเสื่อมทรามอย่างที่สุด และหันเหไปจากทางซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาพวกท่านไว้ และความชั่วร้ายจะตกแก่ท่านทั้งหลายในวาระข้างหน้า เพราะว่าพวกท่านจะกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเยโฮวาห์ เพื่อยั่วยุให้พระองค์ทรงกริ้วโกรธด้วยการกระทำแห่งมือของท่านทั้งหลาย”

31:29 For I know that after my death ye will utterly corrupt yourselves, and turn aside from the way which I have commanded you; and evil will befall you in the latter days; because ye will do evil in the sight of the LORD, to provoke him to anger through the work of your hands.

31:30 และโมเสสได้กล่าวบรรดาถ้อยคำในบทเพลงต่อไปนี้ให้เข้าหูของชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมด จนถ้อยคำเหล่านั้นจบสิ้นแล้ว

31:30 And Moses spake in the ears of all the congregation of Israel the words of this song, until they were ended.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope