กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 พงศ์กษัตริย์ 11 / 1 Kings 11

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22]

มเหสีทั้งหลายของซาโลมอนไหว้รูปเคารพ
11:1 แต่กษัตริย์ซาโลมอนทรงรักหญิงต่างชาติหลายคน พร้อมด้วยราชธิดาของฟาโรห์ มีหญิงคนโมอับ คนอัมโมน คนเอโดม คนไซดอน และคนฮิตไทต์

Idolatrous Wives of Solomon
11:1 But king Solomon loved many strange women, together with the daughter of Pharaoh, women of the Moabites, Ammonites, Edomites, Zidonians, and Hittites;

11:2 เป็นประชาชาติซึ่งพระเยโฮวาห์ตรัสกับชนชาติอิสราเอลว่า “เจ้าทั้งหลายอย่าเข้าไปแต่งงานกับพวกเขา ทั้งอย่าให้เขาทั้งหลายเข้ามาแต่งงานกับพวกเจ้า เพราะเขาทั้งหลายจะหันจิตใจของพวกเจ้าไปตามพระต่าง ๆ ของพวกเขาเป็นแน่” ซาโลมอนทรงติดพันกับหญิงเหล่านี้ด้วยความรัก

11:2 Of the nations concerning which the LORD said unto the children of Israel, Ye shall not go in to them, neither shall they come in unto you: for surely they will turn away your heart after their gods: Solomon clave unto these in love.

11:3 และพระองค์ทรงมีมเหสีเจ็ดร้อยคน พวกเจ้าหญิง และนางสนมสามร้อยคน และบรรดามเหสีของพระองค์ก็ทรงหันพระทัยของพระองค์ไปเสีย

11:3 And he had seven hundred wives, princesses, and three hundred concubines: and his wives turned away his heart.

11:4 ด้วยว่าในเวลาต่อมา เมื่อซาโลมอนทรงชราภาพแล้ว บรรดามเหสีของพระองค์ได้หันพระทัยของพระองค์ไปติดตามพระอื่น ๆ และพระทัยของพระองค์ไม่ดีพร้อมต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพระองค์ เหมือนอย่างพระทัยของดาวิดราชบิดาของพระองค์

11:4 For it came to pass, when Solomon was old, that his wives turned away his heart after other gods: and his heart was not perfect with the LORD his God, as was the heart of David his father.

11:5 ด้วยว่าซาโลมอนทรงดำเนินตามพระอัชโทเรท เทพเทวีของคนไซดอน และตามพระมิลโคมซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของคนอัมโมน

11:5 For Solomon went after Ashtoreth the goddess of the Zidonians, and after Milcom the abomination of the Ammonites.

11:6 และซาโลมอนได้ทรงกระทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเยโฮวาห์ และไม่ได้ติดตามพระเยโฮวาห์อย่างสุดกำลัง เหมือนอย่างดาวิดราชบิดาของพระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วนั้น

11:6 And Solomon did evil in the sight of the LORD, and went not fully after the LORD, as did David his father.

11:7 แล้วซาโลมอนได้ทรงสร้างสถานบูชาบนที่สูงในเนินเขาที่อยู่ตรงหน้ากรุงเยรูซาเล็ม สำหรับพระเคโมช สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของคนโมอับ และสำหรับพระโมเลค สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของคนอัมโมน

11:7 Then did Solomon build an high place for Chemosh, the abomination of Moab, in the hill that is before Jerusalem, and for Molech, the abomination of the children of Ammon.

11:8 และพระองค์ได้ทรงกระทำอย่างเดียวกันสำหรับบรรดามเหสีต่างชาติของพระองค์ ผู้ซึ่งเผาเครื่องหอมและถวายเครื่องสัตวบูชาแก่พระต่าง ๆ ของพวกเขา

11:8 And likewise did he for all his strange wives, which burnt incense and sacrificed unto their gods.

พระเจ้าทรงพระพิโรธและลงโทษซาโลมอน
11:9 และพระเยโฮวาห์ทรงพระพิโรธต่อซาโลมอน เพราะว่าพระทัยของพระองค์ได้หันไปเสียจากพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ได้ทรงสำแดงต่อพระองค์ถึงสองครั้ง

God's Wrath and Chastening
11:9 And the LORD was angry with Solomon, because his heart was turned from the LORD God of Israel, which had appeared unto him twice,

11:10 และได้ทรงบัญชาพระองค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า พระองค์ไม่ควรไปติดตามพระอื่น ๆ แต่พระองค์ไม่ได้รักษาพระบัญชาของพระเยโฮวาห์

11:10 And had commanded him concerning this thing, that he should not go after other gods: but he kept not that which the LORD commanded.

11:11 เพราะฉะนั้น พระเยโฮวาห์ตรัสกับซาโลมอนว่า “เนื่องจากเจ้าได้กระทำเช่นนี้ และเจ้าไม่ได้รักษาพันธสัญญาของเรา และกฎเกณฑ์ทั้งหลายของเรา ซึ่งเราได้บัญชาเจ้าไว้ เราจะฉีกอาณาจักรเสียจากเจ้าเป็นแน่และมอบให้แก่ผู้รับใช้ของเจ้า

11:11 Wherefore the LORD said unto Solomon, Forasmuch as this is done of thee, and thou hast not kept my covenant and my statutes, which I have commanded thee, I will surely rend the kingdom from thee, and will give it to thy servant.

11:12 อย่างไรก็ตาม เพราะเห็นแก่ดาวิดบิดาของเจ้าเราจะไม่กระทำในวันเวลาของเจ้า แต่เราจะฉีกอาณาจักรนั้นออกจากมือบุตรชายของเจ้า

11:12 Notwithstanding in thy days I will not do it for David thy father's sake: but I will rend it out of the hand of thy son.

11:13 อย่างไรก็ดี เราจะไม่ฉีกอาณาจักรเสียทั้งหมด แต่เราจะให้เผ่าหนึ่งแก่บุตรชายของเจ้า เพื่อเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเรา และเพื่อเห็นแก่เยรูซาเล็มซึ่งเราได้เลือกสรรไว้”

11:13 Howbeit I will not rend away all the kingdom; but will give one tribe to thy son for David my servant's sake, and for Jerusalem's sake which I have chosen.

11:14 และพระเยโฮวาห์ทรงให้ปฏิปักษ์เกิดขึ้นต่อสู้ซาโลมอน คือฮาดัดคนเอโดม ท่านเป็นเชื้อสายราชวงศ์แห่งเอโดม

11:14 And the LORD stirred up an adversary unto Solomon, Hadad the Edomite: he was of the king's seed in Edom.

11:15 ด้วยว่าในเวลาต่อมา เมื่อครั้งดาวิดอยู่ในเอโดม และโยอาบผู้บัญชาการกองทัพได้ขึ้นไปเพื่อฝังผู้ที่ถูกฆ่า หลังจากเขาได้ฆ่าผู้ชายทุกคนในเอโดมเสีย

11:15 For it came to pass, when David was in Edom, and Joab the captain of the host was gone up to bury the slain, after he had smitten every male in Edom;

11:16 (เพราะโยอาบและคนอิสราเอลทั้งสิ้นยังอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหกเดือน จนกว่าเขาได้ฆ่าผู้ชายทุกคนในเอโดม)

11:16 (For six months did Joab remain there with all Israel, until he had cut off every male in Edom:)

11:17 ฮาดัดได้หนีไปอียิปต์ ทั้งตัวท่านพร้อมกับคนเอโดมบางคนผู้เป็นผู้รับใช้ของบิดาของท่าน ครั้งนั้นฮาดัดยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อยู่

11:17 That Hadad fled, he and certain Edomites of his father's servants with him, to go into Egypt; Hadad being yet a little child.

11:18 และเขาทั้งหลายขึ้นมาจากมีเดียนมายังปาราน และพาคนจากปารานมาพร้อมกับพวกเขา เขาทั้งหลายมาถึงอียิปต์เข้าเฝ้าฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ ผู้ประทานบ้านหลังหนึ่งแก่ท่าน และกำหนดให้ท่านได้รับแบ่งปันเสบียงอาหาร และประทานที่ดินให้แก่ท่าน

11:18 And they arose out of Midian, and came to Paran: and they took men with them out of Paran, and they came to Egypt, unto Pharaoh king of Egypt; which gave him an house, and appointed him victuals, and gave him land.

11:19 และฮาดัดเป็นที่โปรดปรานยิ่งนักในสายตาของฟาโรห์ ฟาโรห์จึงประทานน้องสาวของมเหสีของท่าน คือน้องสาวของพระราชินีทาเปเนสให้เป็นภรรยาของฮาดัด

11:19 And Hadad found great favour in the sight of Pharaoh, so that he gave him to wife the sister of his own wife, the sister of Tahpenes the queen.

11:20 และน้องสาวของทาเปเนสก็ประสูติบุตรชายให้แก่ท่านชื่อเกนูบัท ผู้ซึ่งทาเปเนสให้หย่านมในวังของฟาโรห์ และเกนูบัทอยู่ในวังของฟาโรห์ท่ามกลางหมู่ราชโอรสของฟาโรห์

11:20 And the sister of Tahpenes bare him Genubath his son, whom Tahpenes weaned in Pharaoh's house: and Genubath was in Pharaoh's household among the sons of Pharaoh.

11:21 และเมื่อฮาดัดอยู่ในอียิปต์ได้ยินว่าดาวิดได้ล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์แล้ว และโยอาบผู้บัญชาการกองทัพก็สิ้นชีวิตแล้ว ฮาดัดได้ทูลฟาโรห์ว่า “ขอให้ข้าพระองค์จากไปเพื่อข้าพระองค์จะกลับไปยังประเทศของข้าพระองค์เอง”

11:21 And when Hadad heard in Egypt that David slept with his fathers, and that Joab the captain of the host was dead, Hadad said to Pharaoh, Let me depart, that I may go to mine own country.

11:22 แล้วฟาโรห์ตรัสกับท่านว่า “แต่เมื่ออยู่กับเราเจ้าขาดสิ่งใดหรือ ดูเถิด ทำไมเจ้าจึงเสาะหาที่จะกลับไปยังประเทศของเจ้า” และท่านทูลตอบว่า “ไม่ขาดสิ่งใดพระเจ้าข้า อย่างไรก็ดีขอให้ข้าพระองค์ไปเถิด”

11:22 Then Pharaoh said unto him, But what hast thou lacked with me, that, behold, thou seekest to go to thine own country? And he answered, Nothing: howbeit let me go in any wise.

11:23 และพระเจ้าได้ทรงให้ปฏิปักษ์เกิดขึ้นต่อสู้พระองค์อีกคนหนึ่ง คือเรโซนบุตรชายของเอลียาดา ผู้ที่หนีไปจากฮาดัดเอเซอร์กษัตริย์แห่งโศบาห์เจ้านายของตน

11:23 And God stirred him up another adversary, Rezon the son of Eliadah, which fled from his lord Hadadezer king of Zobah:

11:24 และเมื่อดาวิดเข่นฆ่าชาวโศบาห์เรโซนก็รวบรวมผู้คนให้อยู่กับเขา และกลายเป็นหัวหน้าของกองกำลัง และเขาทั้งหลายก็ไปยังเมืองดามัสกัสและอาศัยอยู่ที่นั่น และครอบครองเหนือเมืองดามัสกัส

11:24 And he gathered men unto him, and became captain over a band, when David slew them of Zobah: and they went to Damascus, and dwelt therein, and reigned in Damascus.

11:25 และเขาเป็นปฏิปักษ์ต่ออิสราเอลตลอดวันเวลาของซาโลมอน นอกจากเหตุร้ายที่ฮาดัดได้กระทำ และเขาเกลียดชังอิสราเอล และได้ครอบครองอยู่เหนือซีเรีย

11:25 And he was an adversary to Israel all the days of Solomon, beside the mischief that Hadad did: and he abhorred Israel, and reigned over Syria.

คำพยากรณ์ว่าเยโรโบอัมจะได้เป็นกษัตริย์
11:26 และเยโรโบอัมบุตรชายของเนบัท คนเอฟราอิม ชาวเมืองเศเรดาห์ ผู้รับใช้ของซาโลมอน มารดาของเขาชื่อเศรุวาห์เป็นหญิงม่าย เขาได้ยกมือของตนขึ้นต่อสู้กษัตริย์

The Rise of Jeroboam
11:26 And Jeroboam the son of Nebat, an Ephrathite of Zereda, Solomon's servant, whose mother's name was Zeruah, a widow woman, even he lifted up his hand against the king.

11:27 และนี่เป็นสาเหตุที่เขายกมือของตนขึ้นต่อสู้กษัตริย์ คือซาโลมอนทรงสร้างป้อมมิลโล และอุดช่องโหว่กำแพงนครของดาวิดราชบิดาของพระองค์

11:27 And this was the cause that he lifted up his hand against the king: Solomon built Millo, and repaired the breaches of the city of David his father.

11:28 และคนนั้นคือเยโรโบอัมเป็นชายฉกรรจ์ผู้กล้าหาญ และซาโลมอนทรงเห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนขยัน พระองค์จึงให้เขาเป็นผู้ดูแลเหนือแรงงานทั้งสิ้นของวงศ์วานแห่งโยเซฟ

11:28 And the man Jeroboam was a mighty man of valour: and Solomon seeing the young man that he was industrious, he made him ruler over all the charge of the house of Joseph.

11:29 และต่อมาในคราวนั้น เมื่อเยโรโบอัมออกไปจากกรุงเยรูซาเล็ม อาหิยาห์ผู้พยากรณ์ชาวชีโลห์ได้พบเขาตามทาง และอาหิยาห์สวมเสื้อใหม่ตัวหนึ่ง และคนทั้งสองก็อยู่ตามลำพังในทุ่งนา

11:29 And it came to pass at that time when Jeroboam went out of Jerusalem, that the prophet Ahijah the Shilonite found him in the way; and he had clad himself with a new garment; and they two were alone in the field:

11:30 และอาหิยาห์ได้จับเสื้อใหม่ที่สวมอยู่บนเขา และฉีกออกเป็นสิบสองชิ้น

11:30 And Ahijah caught the new garment that was on him, and rent it in twelve pieces:

11:31 และท่านพูดกับเยโรโบอัมว่า “ท่านจงเอาไปสิบชิ้น เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ‘ดูเถิด เราจะฉีกอาณาจักรออกจากมือของซาโลมอน และจะยกสิบเผ่าให้แก่เจ้า

11:31 And he said to Jeroboam, Take thee ten pieces: for thus saith the LORD, the God of Israel, Behold, I will rend the kingdom out of the hand of Solomon, and will give ten tribes to thee:

11:32 (แต่เขาจะมีเผ่าหนึ่งเพื่อเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเรา และเพื่อเห็นแก่เยรูซาเล็มนครซึ่งเราได้เลือกสรรจากเผ่าทั้งปวงของอิสราเอล)

11:32 (But he shall have one tribe for my servant David's sake, and for Jerusalem's sake, the city which I have chosen out of all the tribes of Israel:)

11:33 เพราะเขาทั้งหลายได้ทอดทิ้งเรา และได้นมัสการพระอัชโทเรท เทพเทวีของคนไซดอน เคโมชพระของคนโมอับ และมิลโคมพระของคนอัมโมน และไม่ได้ดำเนินในทางทั้งหลายของเรา เพื่อจะกระทำสิ่งที่ถูกต้องในสายตาของเรา และรักษาบรรดากฎเกณฑ์ของเรา และคำตัดสินทั้งหลายของเรา เหมือนอย่างดาวิดบิดาของเขาได้กระทำนั้น

11:33 Because that they have forsaken me, and have worshipped Ashtoreth the goddess of the Zidonians, Chemosh the god of the Moabites, and Milcom the god of the children of Ammon, and have not walked in my ways, to do that which is right in mine eyes, and to keep my statutes and my judgments, as did David his father.

11:34 อย่างไรก็ดี เราจะไม่เอาอาณาจักรทั้งหมดออกจากมือของเขา แต่เราจะกระทำให้เขาเป็นผู้ครอบครองอยู่ตลอดวันเวลาแห่งชีวิตของเขา เพราะเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเราผู้ซึ่งเราได้เลือกสรรไว้ เพราะเขาได้รักษาบรรดาบัญญัติของเราและกฎเกณฑ์ทั้งหลายของเรา

11:34 Howbeit I will not take the whole kingdom out of his hand: but I will make him prince all the days of his life for David my servant's sake, whom I chose, because he kept my commandments and my statutes:

11:35 แต่เราจะเอาอาณาจักรออกจากมือบุตรชายของเขา และจะมอบอาณาจักรนั้น คือสิบเผ่า ให้แก่เจ้า

11:35 But I will take the kingdom out of his son's hand, and will give it unto thee, even ten tribes.

11:36 และเราจะให้เผ่าหนึ่งแก่บุตรชายของเขา เพื่อดาวิดผู้รับใช้ของเราจะมีประทีปดวงหนึ่งต่อหน้าเราในกรุงเยรูซาเล็มเสมอ เป็นนครซึ่งเราได้เลือกสรรเพื่อประดิษฐานนามของเราไว้ที่นั่น

11:36 And unto his son will I give one tribe, that David my servant may have a light alway before me in Jerusalem, the city which I have chosen me to put my name there.

11:37 และเราจะยกย่องตัวเจ้า และเจ้าจะครอบครองตามทุกสิ่งที่ใจของเจ้าประรถนา และเจ้าจะเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล

11:37 And I will take thee, and thou shalt reign according to all that thy soul desireth, and shalt be king over Israel.

11:38 และต่อมา ถ้าเจ้าจะตั้งใจฟังทุกสิ่งที่เราบัญชาแก่เจ้า และจะดำเนินในทางทั้งหลายของเรา และกระทำสิ่งที่ถูกต้องในสายตาของเรา คือรักษาบรรดากฎเกณฑ์ของเรา และบัญญัติทั้งหลายของเรา เหมือนอย่างดาวิดผู้รับใช้ของเราได้กระทำ เราจะอยู่กับเจ้า และจะสร้างเจ้าให้เป็นราชวงศ์ที่มั่นคง เหมือนอย่างที่เราได้สร้างดาวิดมาแล้ว และเราจะให้อิสราเอลแก่เจ้า

11:38 And it shall be, if thou wilt hearken unto all that I command thee, and wilt walk in my ways, and do that is right in my sight, to keep my statutes and my commandments, as David my servant did; that I will be with thee, and build thee a sure house, as I built for David, and will give Israel unto thee.

11:39 เพราะเหตุนี้ เราจะให้ความทุกข์ทรมานแก่เชื้อสายของดาวิด แต่ไม่ตลอดไป’”

11:39 And I will for this afflict the seed of David, but not for ever.

11:40 ฉะนั้น ซาโลมอนจึงทรงหาช่องที่จะประหารชีวิตเยโรโบอัมเสีย และเยโรโบอัมได้ลุกขึ้นหนีเข้าไปในอียิปต์ ไปยังชิชักกษัตริย์แห่งอียิปต์ และอยู่ในอียิปต์จนซาโลมอนสิ้นพระชนม์

11:40 Solomon sought therefore to kill Jeroboam. And Jeroboam arose, and fled into Egypt, unto Shishak king of Egypt, and was in Egypt until the death of Solomon.

ซาโลมอนสิ้นพระชนม์ (2 พศด 9:29-31)
11:41 และพระราชกิจนอกนั้นของซาโลมอน และบรรดาสิ่งซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำ และพระสติปัญญาของพระองค์ ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือพระราชกิจของซาโลมอนหรือ

The Death of Solomon (2 Chr. 9:29-31)
11:41 And the rest of the acts of Solomon, and all that he did, and his wisdom, are they not written in the book of the acts of Solomon?

11:42 และเวลาที่ซาโลมอนทรงครอบครองในกรุงเยรูซาเล็มเหนืออิสราเอลทั้งสิ้นนั้น เป็นเวลาสี่สิบปี

11:42 And the time that Solomon reigned in Jerusalem over all Israel was forty years.

11:43 และซาโลมอนได้ล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และทรงถูกฝังไว้ในนครของดาวิดราชบิดาของพระองค์ และเรโหโบอัมราชโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครอบครองแทนพระองค์

11:43 And Solomon slept with his fathers, and was buried in the city of David his father: and Rehoboam his son reigned in his stead.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope