กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 พงศ์กษัตริย์ 12 / 1 Kings 12

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22]

ความผิดพลาดของเรโหโบอัม (2 พศด 10:1-11)
12:1 และเรโหโบอัมได้ไปยังเมืองเชเคม เพราะอิสราเอลทั้งปวงได้มายังเมืองเชเคมเพื่อจะตั้งท่านให้เป็นกษัตริย์

The Folly of Young Rehoboam (2 Chr. 10:1-11)
12:1 And Rehoboam went to Shechem: for all Israel were come to Shechem to make him king.

12:2 และต่อมา เมื่อเยโรโบอัมบุตรชายของเนบัท ผู้ซึ่งยังอยู่ในอียิปต์ ได้ยินเรื่องนั้น (ด้วยว่าท่านได้หนีไปจากพระพักตร์ของกษัตริย์ซาโลมอน และเยโรโบอัมอาศัยอยู่ในอียิปต์)

12:2 And it came to pass, when Jeroboam the son of Nebat, who was yet in Egypt, heard of it, (for he was fled from the presence of king Solomon, and Jeroboam dwelt in Egypt;)

12:3 เขาทั้งหลายก็ใช้คนไปเรียกท่าน และเยโรโบอัมกับชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดจึงมา และทูลเรโหโบอัมว่า

12:3 That they sent and called him. And Jeroboam and all the congregation of Israel came, and spake unto Rehoboam, saying,

12:4 “พระราชบิดาของพระองค์ได้กระทำให้แอกของข้าพระองค์ทั้งหลายหนักยิ่งนัก เพราะฉะนั้นบัดนี้ ขอทรงผ่อนงานรับใช้อย่างทุกข์หนักของพระราชบิดาของพระองค์ และแอกอันหนักของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงวางอยู่เหนือข้าพระองค์ทั้งหลายให้เบาลงเสีย และข้าพระองค์ทั้งหลายจะรับใช้พระองค์”

12:4 Thy father made our yoke grievous: now therefore make thou the grievous service of thy father, and his heavy yoke which he put upon us, lighter, and we will serve thee.

12:5 และพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “จงกลับไปก่อนสักสามวัน แล้วจึงมาหาเราอีก” และประชากรจึงกลับไป

12:5 And he said unto them, Depart yet for three days, then come again to me. And the people departed.

12:6 และกษัตริย์เรโหโบอัมได้ทรงปรึกษากับบรรดาผู้อาวุโส ผู้ซึ่งได้อยู่งานประจำต่อพระพักตร์ของซาโลมอนราชบิดาของพระองค์ขณะเมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ และตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจะแนะนำเราให้ตอบประชากรนี้อย่างไร”

12:6 And king Rehoboam consulted with the old men, that stood before Solomon his father while he yet lived, and said, How do ye advise that I may answer this people?

12:7 และเขาทั้งหลายทูลพระองค์ว่า “ถ้าพระองค์จะทรงเป็นผู้รับใช้ของประชากรนี้ในวันนี้และรับใช้พวกเขา และตรัสตอบเขาทั้งหลาย และตรัสด้วยคำดีงามแก่พวกเขา เขาทั้งหลายก็จะเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ตลอดไป”

12:7 And they spake unto him, saying, If thou wilt be a servant unto this people this day, and wilt serve them, and answer them, and speak good words to them, then they will be thy servants for ever.

12:8 แต่พระองค์ทรงทอดทิ้งคำปรึกษาของบรรดาผู้อาวุโสซึ่งพวกเขาถวายพระองค์นั้นเสีย และไปปรึกษากับพวกคนหนุ่มซึ่งเติบโตขึ้นมาพร้อมกับพระองค์ และซึ่งอยู่งานประจำต่อพระพักตร์ของพระองค์

12:8 But he forsook the counsel of the old men, which they had given him, and consulted with the young men that were grown up with him, and which stood before him:

12:9 และพระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “พวกท่านมีคำแนะนำแก่เราอย่างไร เพื่อพวกเราจะตอบประชากรนี้ ผู้ซึ่งได้ทูลเราว่า ‘ขอทรงผ่อนแอกซึ่งพระราชบิดาของพระองค์ได้วางอยู่เหนือข้าพระองค์ทั้งหลายให้เบาลง’”

12:9 And he said unto them, What counsel give ye that we may answer this people, who have spoken to me, saying, Make the yoke which thy father did put upon us lighter?

12:10 และคนหนุ่มเหล่านั้นผู้ได้เติบโตมาพร้อมกับพระองค์ทูลพระองค์ว่า “พระองค์จงตรัสดังนี้แก่ประชากรนี้ ผู้ได้ทูลพระองค์ว่า ‘พระราชบิดาของพระองค์ได้กระทำให้แอกของข้าพระองค์ทั้งหลายหนัก แต่ขอพระองค์ทรงผ่อนงานรับใช้แก่พวกข้าพระองค์ให้เบาลง’ นั้น พระองค์จงตรัสแก่เขาทั้งหลายอย่างนี้ว่า ‘นิ้วก้อยของเราจะหนากว่าเอวของพระราชบิดาของเรา

12:10 And the young men that were grown up with him spake unto him, saying, Thus shalt thou speak unto this people that spake unto thee, saying, Thy father made our yoke heavy, but make thou it lighter unto us; thus shalt thou say unto them, My little finger shall be thicker than my father's loins.

12:11 และบัดนี้ ที่พระราชบิดาของเราได้วางแอกหนักบนท่านทั้งหลายแล้วนั้น เราก็จะเพิ่มให้แก่แอกของท่านทั้งหลายอีก พระราชบิดาของเราได้เฆี่ยนตีท่านทั้งหลายด้วยแส้ แต่เราจะเฆี่ยนตีท่านทั้งหลายด้วยแมงป่อง’”

12:11 And now whereas my father did lade you with a heavy yoke, I will add to your yoke: my father hath chastised you with whips, but I will chastise you with scorpions.

12:12 ดังนั้น เยโรโบอัมกับประชากรทั้งปวงจึงเข้ามาเฝ้าเรโหโบอัมในวันที่สาม ตามที่กษัตริย์ได้ทรงกำหนดว่า “จงมาหาเราอีกในวันที่สาม”

12:12 So Jeroboam and all the people came to Rehoboam the third day, as the king had appointed, saying, Come to me again the third day.

12:13 และกษัตริย์ตรัสตอบประชากรอย่างดุดัน และทรงทอดทิ้งคำปรึกษาของบรรดาผู้อาวุโสซึ่งพวกเขาได้ถวายแด่พระองค์นั้นเสีย

12:13 And the king answered the people roughly, and forsook the old men's counsel that they gave him;

12:14 และตรัสกับเขาทั้งหลายตามคำปรึกษาของพวกคนหนุ่มว่า “พระราชบิดาของเราได้ทำแอกของท่านทั้งหลายให้หนัก และเราจะเพิ่มให้แก่แอกของท่านทั้งหลายอีก พระราชบิดาของเราได้เฆี่ยนตีท่านทั้งหลายด้วยแส้ แต่เราจะเฆี่ยนตีท่านทั้งหลายด้วยแมงป่อง”

12:14 And spake to them after the counsel of the young men, saying, My father made your yoke heavy, and I will add to your yoke: my father also chastised you with whips, but I will chastise you with scorpions.

12:15 ดังนั้น กษัตริย์จึงไม่ได้ฟังประชากร เพราะเหตุการณ์นั้นเป็นมาจากพระเยโฮวาห์ เพื่อพระองค์จะทรงกระทำให้พระวจนะของพระองค์สำเร็จ ซึ่งพระเยโฮวาห์ตรัสแก่เยโรโบอัมบุตรชายของเนบัท โดยอาหิยาห์คนชีโลห์

12:15 Wherefore the king hearkened not unto the people; for the cause was from the LORD, that he might perform his saying, which the LORD spake by Ahijah the Shilonite unto Jeroboam the son of Nebat.

อาณาจักรอิสราเอลแตกแยกกัน
12:16 ดังนั้น เมื่อคนอิสราเอลทั้งปวงเห็นว่ากษัตริย์ไม่ทรงยอมฟังเขาทั้งหลาย ประชากรจึงทูลตอบกษัตริย์ว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายมีส่วนอะไรในดาวิด ทั้งข้าพระองค์ทั้งหลายไม่มีส่วนมรดกในบุตรชายของเจสซี โอ อิสราเอลเอ๋ย จงกลับไปยังเต็นท์ของตนเถิด ข้าแต่ดาวิด บัดนี้ จงดูแลราชวงศ์ของพระองค์เองเถิด” ดังนั้นคนอิสราเอลได้จากไปยังเต็นท์ของเขาทั้งหลาย

The Divided Kingdoms
12:16 So when all Israel saw that the king hearkened not unto them, the people answered the king, saying, What portion have we in David? neither have we inheritance in the son of Jesse: to your tents, O Israel: now see to thine own house, David. So Israel departed unto their tents.

12:17 แต่สำหรับชนชาติอิสราเอล ผู้อาศัยอยู่ในนครต่าง ๆ แห่งยูดาห์ เรโหโบอัมทรงครอบครองเหนือเขาทั้งหลาย

12:17 But as for the children of Israel which dwelt in the cities of Judah, Rehoboam reigned over them.

12:18 แล้วกษัตริย์เรโหโบอัมทรงใช้อาโดรัมผู้บังคับบัญชาเหนือแรงงานออกไป และคนอิสราเอลทั้งปวงก็เอาหินขว้างท่านถึงตาย ฉะนั้นกษัตริย์เรโหโบอัมทรงรีบขึ้นรถม้าศึกของพระองค์ เพื่อเสด็จหนีไปยังกรุงเยรูซาเล็ม

12:18 Then king Rehoboam sent Adoram, who was over the tribute; and all Israel stoned him with stones, that he died. Therefore king Rehoboam made speed to get him up to his chariot, to flee to Jerusalem.

12:19 ดังนั้น อิสราเอลจึงกบฏต่อราชวงศ์ของดาวิดจนถึงทุกวันนี้

12:19 So Israel rebelled against the house of David unto this day.

12:20 และต่อมา เมื่ออิสราเอลทั้งปวงได้ยินว่าเยโรโบอัมได้กลับมาแล้ว พวกเขาจึงส่งคนไปเชิญท่านมายังชุมนุมชน และได้แต่งตั้งท่านให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลทั้งปวง ไม่มีผู้ใดติดตามราชวงศ์ของดาวิด เว้นแต่เผ่ายูดาห์เท่านั้น

12:20 And it came to pass, when all Israel heard that Jeroboam was come again, that they sent and called him unto the congregation, and made him king over all Israel: there was none that followed the house of David, but the tribe of Judah only.

12:21 และเมื่อเรโหโบอัมมายังกรุงเยรูซาเล็มแล้ว พระองค์ทรงเรียกประชุมวงศ์วานของยูดาห์ทั้งหมด พร้อมกับเผ่าเบนยามิน เป็นนักรบที่คัดเลือกแล้วหนึ่งแสนแปดหมื่นคน เพื่อจะสู้รบกับวงศ์วานของอิสราเอล เพื่อจะเอาราชอาณาจักรคืนมาให้แก่เรโหโบอัมโอรสของซาโลมอน

12:21 And when Rehoboam was come to Jerusalem, he assembled all the house of Judah, with the tribe of Benjamin, an hundred and fourscore thousand chosen men, which were warriors, to fight against the house of Israel, to bring the kingdom again to Rehoboam the son of Solomon.

12:22 แต่พระวจนะของพระเจ้ามายังเชไมอาห์คนของพระเจ้าว่า

12:22 But the word of God came unto Shemaiah the man of God, saying,

12:23 “จงไปทูลเรโหโบอัมโอรสของซาโลมอนกษัตริย์แห่งยูดาห์ และบอกแก่วงศ์วานทั้งสิ้นของยูดาห์ และของเบนยามิน และแก่ประชากรที่เหลืออยู่ว่า

12:23 Speak unto Rehoboam, the son of Solomon, king of Judah, and unto all the house of Judah and Benjamin, and to the remnant of the people, saying,

12:24 ‘พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า เจ้าทั้งหลายอย่าขึ้นไป หรือสู้รบกับชนชาติอิสราเอลญาติพี่น้องของพวกเจ้าเลย จงกลับไปยังบ้านของตนทุกคนเถิด เพราะสิ่งนี้เป็นมาจากเรา’” เหตุฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงตั้งใจฟังพระวจนะของพระเยโฮวาห์ และกลับไปเสียตามพระวจนะของพระเยโฮวาห์

12:24 Thus saith the LORD, Ye shall not go up, nor fight against your brethren the children of Israel: return every man to his house; for this thing is from me. They hearkened therefore to the word of the LORD, and returned to depart, according to the word of the LORD.

เยโรโบอัมนำคนอิสราเอลหลงไปไหว้รูปเคารพ
12:25 แล้วเยโรโบอัมได้สร้างเมืองเชเคมในแดนเทือกเขาเอฟราอิมและอาศัยอยู่ที่นั่น และได้ออกไปจากที่นั่น และไปสร้างเมืองเปนูเอล

Jeroboam Leads Israel into Idol Worship
12:25 Then Jeroboam built Shechem in mount Ephraim, and dwelt therein; and went out from thence, and built Penuel.

12:26 และเยโรโบอัมคิดในใจของตนว่า “คราวนี้ราชอาณาจักรจะหันกลับไปยังราชวงศ์ของดาวิด

12:26 And Jeroboam said in his heart, Now shall the kingdom return to the house of David:

12:27 ถ้าประชากรเหล่านี้ขึ้นไปถวายเครื่องสัตวบูชาในพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์ที่กรุงเยรูซาเล็ม แล้วจิตใจของประชากรเหล่านี้จะหันกลับไปยังเจ้านายของเขาทั้งหลาย คือหันไปยังเรโหโบอัมกษัตริย์แห่งยูดาห์ และเขาทั้งหลายจะฆ่าเราเสีย และกลับไปยังเรโหโบอัมกษัตริย์แห่งยูดาห์”

12:27 If this people go up to do sacrifice in the house of the LORD at Jerusalem, then shall the heart of this people turn again unto their lord, even unto Rehoboam king of Judah, and they shall kill me, and go again to Rehoboam king of Judah.

12:28 ดังนั้น กษัตริย์จึงทรงปรึกษากัน และได้ทรงสร้างลูกวัวสองตัวด้วยทองคำ และตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า “ที่พวกท่านจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มก็ไกลเกินไป โอ อิสราเอลเอ๋ย จงดูพระเหล่านี้ของพวกท่าน ผู้ทรงนำท่านทั้งหลายออกมาจากแผ่นดินแห่งอียิปต์”

12:28 Whereupon the king took counsel, and made two calves of gold, and said unto them, It is too much for you to go up to Jerusalem: behold thy gods, O Israel, which brought thee up out of the land of Egypt.

12:29 และพระองค์ทรงตั้งรูปหนึ่งไว้ที่เมืองเบธเอล และพระองค์ทรงตั้งอีกรูปหนึ่งไว้ที่เมืองดาน

12:29 And he set the one in Bethel, and the other put he in Dan.

12:30 และสิ่งนี้กลายเป็นความบาป ด้วยว่าประชากรได้ไปนมัสการรูปนั้น คือรูปที่อยู่เมืองดาน

12:30 And this thing became a sin: for the people went to worship before the one, even unto Dan.

12:31 และพระองค์ได้ทรงสร้างนิเวศน์สำหรับสถานบูชาบนที่สูงทั้งหลาย และทรงแต่งตั้งพวกปุโรหิตจากประชากรที่ต่ำต้อยที่สุด ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นลูกหลานของเลวี

12:31 And he made an house of high places, and made priests of the lowest of the people, which were not of the sons of Levi.

12:32 และเยโรโบอัมทรงกำหนดเทศกาลเลี้ยงในเดือนที่แปด ในวันที่สิบห้าของเดือนนั้น เหมือนอย่างการเลี้ยงที่อยู่ในยูดาห์ และพระองค์ทรงถวายเครื่องสัตวบูชาบนแท่นบูชา พระองค์ทรงกระทำในเมืองเบธเอลดังนี้แหละ คือถวายเครื่องสัตวบูชาแก่บรรดารูปลูกวัวที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้นั้น และพระองค์ทรงแต่งตั้งพวกปุโรหิตไว้ในเมืองเบธเอลให้ประจำอยู่ที่สถานบูชาบนที่สูงทั้งหลายซึ่งพระองค์ทรงสร้างไว้

12:32 And Jeroboam ordained a feast in the eighth month, on the fifteenth day of the month, like unto the feast that is in Judah, and he offered upon the altar. So did he in Bethel, sacrificing unto the calves that he had made: and he placed in Bethel the priests of the high places which he had made.

12:33 ดังนั้น พระองค์ทรงถวายเครื่องบูชาบนแท่นบูชา ซึ่งพระองค์ทรงสร้างไว้ที่เมืองเบธเอลในวันที่สิบห้าเดือนที่แปด คือในเดือนที่พระองค์ทรงดำริไว้ในพระทัยของพระองค์เอง และทรงกำหนดเทศกาลเลี้ยงสำหรับชนชาติอิสราเอล และพระองค์ทรงถวายเครื่องบูชาบนแท่นบูชานั้นและเผาเครื่องหอม

12:33 So he offered upon the altar which he had made in Bethel the fifteenth day of the eighth month, even in the month which he had devised of his own heart; and ordained a feast unto the children of Israel: and he offered upon the altar, and burnt incense.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope