กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 พงศ์กษัตริย์ 17 / 1 Kings 17

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22]

เอลียาห์พยากรณ์ว่าจะมีการกันดารเป็นเวลาสามปี
17:1 และเอลียาห์ชาวทิชบีผู้เป็นชาวเมืองกิเลอาด ได้ทูลอาหับว่า “พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลผู้ซึ่งข้าพระองค์ปรนนิบัติอยู่ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด จะไม่มีน้ำค้างหรือฝนในปีเหล่านี้ นอกจากตามคำของข้าพระองค์”

Elijah Prophesies Three Years' Drought
17:1 And Elijah the Tishbite, who was of the inhabitants of Gilead, said unto Ahab, As the LORD God of Israel liveth, before whom I stand, there shall not be dew nor rain these years, but according to my word.

นกกาเลี้ยงเอลียาห์
17:2 และพระวจนะของพระเยโฮวาห์มายังท่านว่า

Elijah Fed by Ravens
17:2 And the word of the LORD came unto him, saying,

17:3 “เจ้าจงออกไปจากที่นี่และเจ้าจงหันไปทางทิศตะวันออก และซ่อนตัวอยู่ข้างลำธารเครีท ซึ่งอยู่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้

17:3 Get thee hence, and turn thee eastward, and hide thyself by the brook Cherith, that is before Jordan.

17:4 และต่อมา เจ้าจะดื่มน้ำจากลำธาร และเราได้บัญชานกกาให้เลี้ยงเจ้าที่นั่น”

17:4 And it shall be, that thou shalt drink of the brook; and I have commanded the ravens to feed thee there.

17:5 ดังนั้น ท่านจึงไปและกระทำตามพระวจนะของพระเยโฮวาห์ ด้วยว่าท่านไปและอาศัยอยู่ข้างลำธารเครีท ซึ่งอยู่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้

17:5 So he went and did according unto the word of the LORD: for he went and dwelt by the brook Cherith, that is before Jordan.

17:6 และนกกาได้นำขนมปังและเนื้อมาให้ท่านในเวลาเช้า และนำขนมปังและเนื้อมาในเวลาเย็น และท่านได้ดื่มน้ำจากลำธาร

17:6 And the ravens brought him bread and flesh in the morning, and bread and flesh in the evening; and he drank of the brook.

17:7 และต่อมาหลังจากผ่านไปสักพัก ลำธารก็แห้ง เพราะไม่มีฝนในแผ่นดิน

17:7 And it came to pass after a while, that the brook dried up, because there had been no rain in the land.

หญิงม่ายแห่งเมืองศาเรฟัทเลี้ยงเอลียาห์
17:8 และพระวจนะของพระเยโฮวาห์มายังท่านว่า

Elijah Fed by Widow at Zarephath
17:8 And the word of the LORD came unto him, saying,

17:9 “เจ้าลุกขึ้นไปยังเมืองศาเรฟัทเถิด ซึ่งขึ้นแก่เมืองไซดอน และอาศัยอยู่ที่นั่น ดูเถิด เราได้บัญชาหญิงม่ายคนหนึ่งที่นั่นให้เลี้ยงเจ้า”

17:9 Arise, get thee to Zarephath, which belongeth to Zidon, and dwell there: behold, I have commanded a widow woman there to sustain thee.

17:10 ดังนั้น ท่านจึงลุกขึ้นและไปยังเมืองศาเรฟัท และเมื่อท่านมาถึงประตูนคร ดูเถิด หญิงม่ายคนนั้นกำลังเก็บฟืนอยู่ที่นั่น และท่านได้เรียกนาง และพูดว่า “ข้าขอร้องเจ้า ขอน้ำเล็กน้อยใส่ภาชนะมาให้ข้า เพื่อข้าจะได้ดื่มน้ำ”

17:10 So he arose and went to Zarephath. And when he came to the gate of the city, behold, the widow woman was there gathering of sticks: and he called to her, and said, Fetch me, I pray thee, a little water in a vessel, that I may drink.

17:11 และขณะเมื่อนางกำลังไปเอาน้ำมา ท่านได้เรียกนางและพูดว่า “ข้าขอร้องเจ้า ขอนำอาหารใส่มือของเจ้ามาให้ข้าสักหน่อยหนึ่ง”

17:11 And as she was going to fetch it, he called to her, and said, Bring me, I pray thee, a morsel of bread in thine hand.

17:12 และนางพูดว่า “พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด ดิฉันไม่มีขนมที่ปิ้งเสร็จ มีแต่แป้งบดสักกำมือหนึ่งในหม้อ และน้ำมันเล็กน้อยในไห และดูเถิด ดิฉันกำลังเก็บฟืนสองท่อนเพื่อดิฉันจะเข้าไปและทำอาหารสำหรับตัวดิฉันและบุตรชายของดิฉัน เพื่อเราทั้งสองจะได้กินและจะตาย”

17:12 And she said, As the LORD thy God liveth, I have not a cake, but an handful of meal in a barrel, and a little oil in a cruse: and, behold, I am gathering two sticks, that I may go in and dress it for me and my son, that we may eat it, and die.

17:13 และเอลียาห์พูดกับนางว่า “อย่ากลัวเลย จงไปทำตามที่เจ้าพูดเถิด แต่จงทำขนมก้อนเล็กให้ข้าก่อน และเอามาให้ข้า และภายหลังจงทำสำหรับตัวเจ้าและบุตรชายของเจ้า

17:13 And Elijah said unto her, Fear not; go and do as thou hast said: but make me thereof a little cake first, and bring it unto me, and after make for thee and for thy son.

17:14 เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ‘แป้งบดในหม้อนั้นจะไม่หมด ทั้งน้ำมันในไหนั้นจะไม่ขาด จนกว่าจะถึงวันที่พระเยโฮวาห์ทรงส่งฝนลงมายังพื้นดิน’”

17:14 For thus saith the LORD God of Israel, The barrel of meal shall not waste, neither shall the cruse of oil fail, until the day that the LORD sendeth rain upon the earth.

17:15 และนางได้ไปกระทำตามคำกล่าวของเอลียาห์ และนาง ตัวท่านและครอบครัวของนางก็รับประทานอยู่หลายวัน

17:15 And she went and did according to the saying of Elijah: and she, and he, and her house, did eat many days.

17:16 และแป้งบดในหม้อก็ไม่หมด ทั้งน้ำมันในไหก็ไม่ขาด ตามพระวจนะของพระเยโฮวาห์ซึ่งพระองค์ตรัสทางเอลียาห์

17:16 And the barrel of meal wasted not, neither did the cruse of oil fail, according to the word of the LORD, which he spake by Elijah.

บุตรชายของหญิงม่ายเป็นขึ้นมาจากความตาย
17:17 และต่อมาภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ บุตรชายของหญิงคนนั้นผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ล้มป่วย และอาการป่วยของเขานั้นก็สาหัส จนไม่มีลมหายใจเหลืออยู่ในเขาแล้ว

The Widow's Son Raised
17:17 And it came to pass after these things, that the son of the woman, the mistress of the house, fell sick; and his sickness was so sore, that there was no breath left in him.

17:18 และนางได้พูดกับเอลียาห์ว่า “โอ ท่านคนของพระเจ้า ดิฉันมีเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับท่าน ท่านได้มาหาดิฉันเพื่อฟื้นให้ทรงระลึกถึงความผิดบาปของดิฉัน และกระทำให้บุตรชายของดิฉันตายหรือ”

17:18 And she said unto Elijah, What have I to do with thee, O thou man of God? art thou come unto me to call my sin to remembrance, and to slay my son?

17:19 และท่านพูดกับนางว่า “เอาบุตรชายของเจ้ามาให้ข้าเถิด” และท่านได้นำเขาไปจากอกของนาง และอุ้มเขาขึ้นไปที่ห้องชั้นบนที่ท่านอาศัยอยู่ และวางเขาไว้บนที่นอนของท่านเอง

17:19 And he said unto her, Give me thy son. And he took him out of her bosom, and carried him up into a loft, where he abode, and laid him upon his own bed.

17:20 และท่านร้องทูลต่อพระเยโฮวาห์และกล่าวว่า “โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ทรงนำเหตุร้ายมาถึงหญิงม่ายนี้ที่ข้าพระองค์อาศัยอยู่ด้วยเช่นกันหรือ โดยที่ทรงประหารบุตรชายของนางเสีย”

17:20 And he cried unto the LORD, and said, O LORD my God, hast thou also brought evil upon the widow with whom I sojourn, by slaying her son?

17:21 และท่านได้เหยียดตัวลงทับเด็กนั้นสามครั้ง และร้องทูลต่อพระเยโฮวาห์และกล่าวว่า “โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอร้องพระองค์ ขอให้จิตใจของเด็กคนนี้กลับเข้ามาในตัวเขาอีก”

17:21 And he stretched himself upon the child three times, and cried unto the LORD, and said, O LORD my God, I pray thee, let this child's soul come into him again.

17:22 และพระเยโฮวาห์ทรงฟังเสียงของเอลียาห์ และจิตใจของเด็กนั้นกลับเข้ามาในตัวเขาอีก และเขาก็ฟื้นขึ้น

17:22 And the LORD heard the voice of Elijah; and the soul of the child came into him again, and he revived.

17:23 และเอลียาห์ได้อุ้มเด็กนั้น และนำเขาลงมาจากห้องชั้นบนเข้าไปในบ้าน และมอบเขาให้แก่มารดาของเด็ก และเอลียาห์พูดว่า “ดูเถิด บุตรชายของเจ้ายังมีชีวิตอยู่”

17:23 And Elijah took the child, and brought him down out of the chamber into the house, and delivered him unto his mother: and Elijah said, See, thy son liveth.

17:24 และหญิงนั้นพูดกับเอลียาห์ว่า “บัดนี้ เพราะเหตุการณ์นี้ดิฉันทราบแล้วว่า ท่านเป็นคนของพระเจ้า และพระวจนะของพระเยโฮวาห์ซึ่งอยู่ในปากของท่านเป็นความจริง”

17:24 And the woman said to Elijah, Now by this I know that thou art a man of God, and that the word of the LORD in thy mouth is truth.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope