กลับหน้าแรก / Main Menu

 

2 พงศ์กษัตริย์ 18 / 2 Kings 18

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25]

เฮเซคียาห์ครอบครองเหนือยูดาห์ (2 พศด 29:1)
18:1 บัดนี้ต่อมา ในปีที่สามแห่งรัชกาลของโฮเชยาบุตรชายของเอลาห์กษัตริย์แห่งอิสราเอล เฮเซคียาห์โอรสของอาหัสกษัตริย์แห่งยูดาห์ได้เริ่มครอบครอง

Hezekiah Reigns over Judah (2 Chr. 29:1)
18:1 Now it came to pass in the third year of Hoshea son of Elah king of Israel, that Hezekiah the son of Ahaz king of Judah began to reign.

18:2 พระองค์มีพระชนมายุยี่สิบห้าพรรษาเมื่อพระองค์ทรงเริ่มครอบครอง และพระองค์ทรงครอบครองเป็นเวลายี่สิบเก้าปีในกรุงเยรูซาเล็ม พระราชมารดาของพระองค์มีพระนามว่า อาบี บุตรสาวของเศคาริยาห์

18:2 Twenty and five years old was he when he began to reign; and he reigned twenty and nine years in Jerusalem. His mother's name also was Abi, the daughter of Zachariah.

18:3 และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเยโฮวาห์ ตามทุกสิ่งที่ดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์ได้ทรงกระทำ

18:3 And he did that which was right in the sight of the LORD, according to all that David his father did.

การฟื้นฟูในสมัยของเฮเซคียาห์ (2 พศด 29:3-31:21)
18:4 พระองค์ทรงรื้อบรรดาสถานบูชาบนที่สูงทิ้งไป และทรงพังเสาศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ และโค่นเสารูปเคารพทั้งหลายลงเสีย และทรงทุบงูทองเหลืองที่โมเสสได้สร้างขึ้นนั้นเป็นชิ้น ๆ เพราะว่าชนชาติอิสราเอลได้เผาเครื่องหอมให้แก่งูนั้นจนถึงวันเหล่านั้น และพระองค์ทรงเรียกงูนั้นว่าเนหุชทาน

Hezekiah's Revival (2 Chr. 29:3-31:21)
18:4 He removed the high places, and brake the images, and cut down the groves, and brake in pieces the brasen serpent that Moses had made: for unto those days the children of Israel did burn incense to it: and he called it Nehushtan.

18:5 พระองค์ทรงวางพระทัยในพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ดังนั้น ต่อจากพระองค์มาไม่มีผู้ใดเหมือนพระองค์ในบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์และในบรรดาผู้ที่อยู่ก่อนพระองค์

18:5 He trusted in the LORD God of Israel; so that after him was none like him among all the kings of Judah, nor any that were before him.

18:6 เพราะว่าพระองค์ทรงยึดพระเยโฮวาห์ไว้แน่น และไม่ได้ทรงพรากจากการติดตามพระองค์เลย แต่ทรงรักษาพระบัญญัติทั้งหลายของพระองค์ ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงบัญชาแก่โมเสส

18:6 For he clave to the LORD, and departed not from following him, but kept his commandments, which the LORD commanded Moses.

18:7 และพระเยโฮวาห์ทรงสถิตอยู่กับพระองค์ และพระองค์ทรงประสบความจำเริญในที่ใดก็ตามที่พระองค์เสด็จออกไป และพระองค์ทรงกบฏต่อกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย และไม่ยอมปรนนิบัติพระองค์

18:7 And the LORD was with him; and he prospered whithersoever he went forth: and he rebelled against the king of Assyria, and served him not.

เฮเซคียาห์ทรงชนะคนฟีลิสเตีย
18:8 พระองค์ทรงโจมตีคนฟีลิสเตียไกลไปจนถึงเมืองกาซาและดินแดนของเมืองนั้น ตั้งแต่หอสังเกตการณ์จนถึงนครที่มีป้อม

Hezekiah Defeats Philistines
18:8 He smote the Philistines, even unto Gaza, and the borders thereof, from the tower of the watchmen to the fenced city.

18:9 และต่อมา ในปีที่สี่แห่งรัชกาลของกษัตริย์เฮเซคียาห์ ซึ่งเป็นปีที่เจ็ดแห่งรัชกาลของโฮเชยาบุตรชายของเอลาห์กษัตริย์แห่งอิสราเอล แชลมาเนเสอร์กษัตริย์แห่งอัสซีเรียทรงยกขึ้นมาสู้รบกับกรุงสะมาเรียและล้อมเมืองนั้นไว้

18:9 And it came to pass in the fourth year of king Hezekiah, which was the seventh year of Hoshea son of Elah king of Israel, that Shalmaneser king of Assyria came up against Samaria, and besieged it.

18:10 และเมื่อสิ้นสามปีพวกเขาก็ยึดเมืองนั้นได้ คือในปีที่หกแห่งรัชกาลของเฮเซคียาห์ ซึ่งเป็นปีที่เก้าแห่งรัชกาลของโฮเชยากษัตริย์แห่งอิสราเอล กรุงสะมาเรียก็ถูกยึดไป

18:10 And at the end of three years they took it: even in the sixth year of Hezekiah, that is the ninth year of Hoshea king of Israel, Samaria was taken.

18:11 และกษัตริย์แห่งอัสซีเรียทรงนำคนอิสราเอลไปยังอัสซีเรีย และให้พวกเขาอยู่ในฮาลาห์ และในฮาโบร์ข้างแม่น้ำโกซาน และในนครต่าง ๆ ของคนมีเดีย

18:11 And the king of Assyria did carry away Israel unto Assyria, and put them in Halah and in Habor by the river of Gozan, and in the cities of the Medes:

18:12 เพราะว่าเขาทั้งหลายไม่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของตน แต่ได้ละเมิดพันธสัญญาของพระองค์ และทุกสิ่งที่โมเสสผู้รับใช้ของพระเยโฮวาห์ได้บัญชาไว้ และไม่ยอมฟังและไม่กระทำตามสิ่งเหล่านั้น

18:12 Because they obeyed not the voice of the LORD their God, but transgressed his covenant, and all that Moses the servant of the LORD commanded, and would not hear them, nor do them.

เซนนาเคอริบบุกรุกยูดาห์
18:13 บัดนี้ ในปีที่สิบสี่แห่งรัชกาลของกษัตริย์เฮเซคียาห์ เซนนาเคอริบกษัตริย์แห่งอัสซีเรียทรงยกขึ้นมาต่อสู้บรรดานครที่มีป้อมของยูดาห์ และยึดนครเหล่านั้นได้

Sennacherib Invades Judah
18:13 Now in the fourteenth year of king Hezekiah did Sennacherib king of Assyria come up against all the fenced cities of Judah, and took them.

18:14 และเฮเซคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ทรงส่งไปทูลกษัตริย์แห่งอัสซีเรียที่เมืองลาคีชว่า “ข้าพเจ้ากระทำผิดแล้ว ขอถอนทัพไปเสียจากข้าพเจ้า ท่านจะปรับสักเท่าใด ข้าพเจ้าจะยอมทั้งสิ้น” และกษัตริย์แห่งอัสซีเรียทรงเรียกร้องเอาเงินสามร้อยตะลันต์ และทองคำสามสิบตะลันต์ จากเฮเซคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์

18:14 And Hezekiah king of Judah sent to the king of Assyria to Lachish, saying, I have offended; return from me: that which thou puttest on me will I bear. And the king of Assyria appointed unto Hezekiah king of Judah three hundred talents of silver and thirty talents of gold.

18:15 และเฮเซคียาห์ทรงมอบเงินทั้งหมดซึ่งมีอยู่ในพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์ และในคลังแห่งพระราชวังของกษัตริย์แก่พระองค์

18:15 And Hezekiah gave him all the silver that was found in the house of the LORD, and in the treasures of the king's house.

18:16 ในเวลานั้นเฮเซคียาห์ทรงลอกทองคำจากประตูทั้งหลายแห่งพระวิหารของพระเยโฮวาห์ และจากเสาทั้งหลายซึ่งเฮเซคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ได้ทรงบุทองคำไว้ และทรงมอบให้แก่กษัตริย์แห่งอัสซีเรีย

18:16 At that time did Hezekiah cut off the gold from the doors of the temple of the LORD, and from the pillars which Hezekiah king of Judah had overlaid, and gave it to the king of Assyria.

การอวดอ้างอย่างหยิ่งยโสของเซนนาเคอริบ (2 พศด 32:9-19)
18:17 และกษัตริย์แห่งอัสซีเรียทรงส่งทารทาน รับสารีสและรับชาเคห์จากเมืองลาคีชไปยังกษัตริย์เฮเซคียาห์พร้อมกับกองทัพใหญ่เพื่อต่อสู้กรุงเยรูซาเล็ม และเขาทั้งหลายขึ้นไปและมายังกรุงเยรูซาเล็ม และเมื่อพวกเขาขึ้นมาแล้ว เขาทั้งหลายก็มายืนอยู่ข้างรางระบายน้ำสระบน ซึ่งอยู่ที่ถนนลานซักฟอก

Arrogant Boasting of Sennacherib (2 Chr. 32:9-19)
18:17 And the king of Assyria sent Tartan and Rabsaris and Rabshakeh from Lachish to king Hezekiah with a great host against Jerusalem. And they went up and came to Jerusalem. And when they were come up, they came and stood by the conduit of the upper pool, which is in the highway of the fuller's field.

18:18 และเมื่อเขาทั้งหลายได้เรียกหากษัตริย์แล้ว เอลียาคิมบุตรชายของฮิลคียาห์ ผู้บัญชาการราชสำนัก พร้อมกับเชบนาห์ราชเลขา และโยอาห์บุตรชายของอาสาฟเจ้ากรมสารบรรณ ก็ออกมาหาพวกเขา

18:18 And when they had called to the king, there came out to them Eliakim the son of Hilkiah, which was over the household, and Shebna the scribe, and Joah the son of Asaph the recorder.

18:19 และรับชาเคห์พูดกับพวกเขาว่า “บัดนี้ เจ้าทั้งหลายจงทูลเฮเซคียาห์ว่า ‘พระมหากษัตริย์ คือกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย ตรัสดังนี้ว่า เจ้าวางใจในอะไร

18:19 And Rabshakeh said unto them, Speak ye now to Hezekiah, Thus saith the great king, the king of Assyria, What confidence is this wherein thou trustest?

18:20 เจ้าพูดว่า (แต่เป็นเพียงแต่ถ้อยคำไร้สาระ) “เรามียุทธศาสตร์และแสนยานุภาพเพื่อทำสงคราม” หรือ เดี๋ยวนี้เจ้าวางใจในใคร เจ้าจึงได้กบฏต่อเรา

18:20 Thou sayest, (but they are but vain words,) I have counsel and strength for the war. Now on whom dost thou trust, that thou rebellest against me?

18:21 ดูเถิด เดี๋ยวนี้เจ้าวางใจในไม้เท้าอ้อช้ำนี้ คือในอียิปต์ ซึ่งถ้าผู้ใดพิงไม้เท้านั้น มันจะตำมือและแทงทะลุมือของผู้นั้น ฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ก็เป็นเช่นนั้นต่อทุกคนที่วางใจในเขา

18:21 Now, behold, thou trustest upon the staff of this bruised reed, even upon Egypt, on which if a man lean, it will go into his hand, and pierce it: so is Pharaoh king of Egypt unto all that trust on him.

18:22 แต่ถ้าเจ้าทั้งหลายจะพูดกับข้าว่า “พวกเราวางใจในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเรา” ก็บรรดาสถานบูชาบนที่สูงและแท่นบูชาของพระองค์นั้นมิใช่หรือที่เฮเซคียาห์ได้รื้อทิ้งเสียแล้ว และได้กล่าวแก่ยูดาห์และกรุงเยรูซาเล็มว่า “ท่านทั้งหลายจงนมัสการหน้าแท่นบูชานี้ในกรุงเยรูซาเล็มเถิด”

18:22 But if ye say unto me, We trust in the LORD our God: is not that he, whose high places and whose altars Hezekiah hath taken away, and hath said to Judah and Jerusalem, Ye shall worship before this altar in Jerusalem?

18:23 ฉะนั้นบัดนี้ ข้าขอร้องเจ้า จงทำสัญญากันกับกษัตริย์แห่งอัสซีเรียนายของข้า และข้าจะให้ม้าสองพันตัวแก่เจ้า ถ้าเจ้าสามารถหาคนที่ขี่ม้าเหล่านั้นได้

18:23 Now therefore, I pray thee, give pledges to my lord the king of Assyria, and I will deliver thee two thousand horses, if thou be able on thy part to set riders upon them.

18:24 แล้วอย่างนั้น เจ้าจะหันหน้าของนายกองเพียงแต่คนเดียวในพวกข้าราชการผู้น้อยที่สุดของนายของข้าอย่างไรได้ และให้ความไว้วางใจของเจ้าอยู่ในอียิปต์เพื่อรถม้าศึกและเพื่อทหารม้า

18:24 How then wilt thou turn away the face of one captain of the least of my master's servants, and put thy trust on Egypt for chariots and for horsemen?

18:25 เดี๋ยวนี้ ข้าขึ้นมาต่อสู้กับสถานที่นี้เพื่อทำลายเสียโดยปราศจากพระเยโฮวาห์หรือ พระเยโฮวาห์ได้ตรัสแก่ข้าว่า “จงขึ้นไปต่อสู้กับแผ่นดินนี้และทำลายมันเสีย”’”

18:25 Am I now come up without the LORD against this place to destroy it? The LORD said to me, Go up against this land, and destroy it.

รับชาเคห์ดูหมิ่นพวกยิว
18:26 แล้วเอลียาคิมบุตรชายของฮิลคียาห์และเชบนาห์และโยอาห์ พูดกับรับชาเคห์ว่า “เราขอร้องท่าน ขอพูดกับพวกผู้รับใช้ของท่านเป็นภาษาของคนซีเรียเถิด เพราะพวกเราเข้าใจภาษานั้น และขออย่าพูดกับพวกเราเป็นภาษาของคนยิวให้ประชากรผู้อยู่บนกำแพงนั้นได้ยินเลย”

Rab-shakeh Insults the Jews
18:26 Then said Eliakim the son of Hilkiah, and Shebna, and Joah, unto Rabshakeh, Speak, I pray thee, to thy servants in the Syrian language; for we understand it: and talk not with us in the Jews' language in the ears of the people that are on the wall.

18:27 แต่รับชาเคห์พูดกับเขาทั้งหลายว่า “นายของข้าได้ส่งข้าให้มาพูดถ้อยคำเหล่านี้แก่นายของเจ้าและแก่เจ้าหรือ พระองค์ไม่ได้ส่งข้าให้มาพูดกับคนเหล่านั้นที่นั่งอยู่บนกำแพง เพื่อเขาทั้งหลายจะกินขี้และกินเยี่ยวของพวกเขาเองพร้อมกับพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ”

18:27 But Rabshakeh said unto them, Hath my master sent me to thy master, and to thee, to speak these words? hath he not sent me to the men which sit on the wall, that they may eat their own dung, and drink their own piss with you?

18:28 แล้วรับชาเคห์ได้ยืนขึ้นและร้องตะโกนเสียงดังเป็นภาษาของคนยิวและกล่าวว่า “จงฟังพระวจนะของพระมหากษัตริย์ คือกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย

18:28 Then Rabshakeh stood and cried with a loud voice in the Jews' language, and spake, saying, Hear the word of the great king, the king of Assyria:

18:29 กษัตริย์ตรัสดังนี้ว่า ‘อย่าให้เฮเซคียาห์ลวงเจ้าทั้งหลาย เพราะเขาไม่สามารถที่จะช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้

18:29 Thus saith the king, Let not Hezekiah deceive you: for he shall not be able to deliver you out of his hand:

18:30 ทั้งอย่าให้เฮเซคียาห์กระทำให้เจ้าทั้งหลายวางใจในพระเยโฮวาห์โดยกล่าวว่า “พระเยโฮวาห์จะทรงช่วยพวกเราให้พ้นแน่ และนครนี้จะไม่ถูกมอบไว้ในมือของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย”’

18:30 Neither let Hezekiah make you trust in the LORD, saying, The LORD will surely deliver us, and this city shall not be delivered into the hand of the king of Assyria.

18:31 อย่าตั้งใจฟังเฮเซคียาห์ เพราะกษัตริย์แห่งอัสซีเรียตรัสดังนี้ว่า ‘จงทำสัญญาไมตรีกับเราด้วยของกำนัล และออกมาหาเรา แล้วเจ้าทั้งหลายทุกคนจะได้กินจากเถาองุ่นของตน และทุกคนจะกินจากต้นมะเดื่อของตน และพวกเจ้าทุกคนจะดื่มน้ำจากที่ขังน้ำของตน

18:31 Hearken not to Hezekiah: for thus saith the king of Assyria, Make an agreement with me by a present, and come out to me, and then eat ye every man of his own vine, and every one of his fig tree, and drink ye every one the waters of his cistern:

18:32 จนเราจะมาและนำเจ้าทั้งหลายไปยังแผ่นดินหนึ่งที่เหมือนอย่างแผ่นดินของพวกเจ้าเอง เป็นแผ่นดินที่มีข้าวและน้ำองุ่น เป็นแผ่นดินที่มีขนมปังและสวนองุ่น เป็นแผ่นดินที่มีน้ำมันมะกอกและน้ำผึ้ง เพื่อเจ้าทั้งหลายจะมีชีวิตอยู่และไม่ตาย และอย่าตั้งใจฟังเฮเซคียาห์เมื่อเขาชักชวนพวกเจ้าโดยกล่าวว่า “พระเยโฮวาห์จะทรงช่วยเราทั้งหลายให้รอดพ้น”

18:32 Until I come and take you away to a land like your own land, a land of corn and wine, a land of bread and vineyards, a land of oil olive and of honey, that ye may live, and not die: and hearken not unto Hezekiah, when he persuadeth you, saying, The LORD will deliver us.

18:33 มีพระของบรรดาประชาชาติองค์ใดเคยช่วยแผ่นดินของตนให้รอดพ้นจากพระหัตถ์ของกษัตริย์แห่งอัสซีเรียได้หรือ

18:33 Hath any of the gods of the nations delivered at all his land out of the hand of the king of Assyria?

18:34 พระเหล่านั้นของเมืองฮามัทและของเมืองอารปัดอยู่ที่ไหน พระเหล่านั้นของเมืองเสฟารวาอิม เฮนาและอิฟวาห์อยู่ที่ไหน พระเหล่านั้นได้ช่วยสะมาเรียให้รอดพ้นจากมือของเราหรือ

18:34 Where are the gods of Hamath, and of Arpad? where are the gods of Sepharvaim, Hena, and Ivah? have they delivered Samaria out of mine hand?

18:35 พระองค์ใดในบรรดาพระทั้งปวงของประเทศเหล่านี้ได้ช่วยประเทศของตนให้รอดพ้นจากมือของเรา แล้วพระเยโฮวาห์จะทรงช่วยกรุงเยรูซาเล็มให้รอดพ้นจากมือของเราหรือ’”

18:35 Who are they among all the gods of the countries, that have delivered their country out of mine hand, that the LORD should deliver Jerusalem out of mine hand?

18:36 แต่ประชากรนิ่งเสียและไม่ตอบเขาสักคำเดียว เพราะพระบัญชาของกษัตริย์มีอยู่ว่า “อย่าตอบเขาเลย”

18:36 But the people held their peace, and answered him not a word: for the king's commandment was, saying, Answer him not.

18:37 แล้วเอลียาคิมบุตรชายของฮิลคียาห์ ผู้บัญชาการราชสำนัก และเชบนาห์ราชเลขา และโยอาห์บุตรชายของอาสาฟเจ้ากรมสารบรรณ ได้เข้าเฝ้าเฮเซคียาห์ด้วยเสื้อผ้าของตนฉีกขาด และกราบทูลบรรดาถ้อยคำของรับชาเคห์ต่อพระองค์

18:37 Then came Eliakim the son of Hilkiah, which was over the household, and Shebna the scribe, and Joah the son of Asaph the recorder, to Hezekiah with their clothes rent, and told him the words of Rabshakeh.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope