กลับหน้าแรก / Main Menu

 

2 พงศ์กษัตริย์ 19 / 2 Kings 19

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25]

ข่าวสารจากเฮเซคียาห์ถึงอิสยาห์
19:1 และต่อมา เมื่อกษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงได้ยิน พระองค์ก็ทรงฉีกฉลองพระองค์ของพระองค์เสีย และทรงเอาผ้ากระสอบคลุมพระองค์ และเสด็จเข้าไปในพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์

Hezekiah's Message to Isaiah
19:1 And it came to pass, when king Hezekiah heard it, that he rent his clothes, and covered himself with sackcloth, and went into the house of the LORD.

19:2 และพระองค์ทรงส่งเอลียาคิม ผู้บัญชาการราชสำนัก และเชบนาห์ราชเลขา และพวกปุโรหิตใหญ่ คลุมตัวด้วยผ้ากระสอบ ไปหาอิสยาห์ผู้พยากรณ์บุตรชายของอามอส

19:2 And he sent Eliakim, which was over the household, and Shebna the scribe, and the elders of the priests, covered with sackcloth, to Isaiah the prophet the son of Amoz.

19:3 และเขาทั้งหลายพูดกับท่านว่า “เฮเซคียาห์ตรัสดังนี้ว่า ‘วันนี้เป็นวันทุกข์ใจ และวันถูกติเตียนและหมิ่นประมาท ด้วยว่าลูก ๆ ก็ถึงกำหนดคลอด และไม่มีกำลังเบ่งให้คลอด

19:3 And they said unto him, Thus saith Hezekiah, This day is a day of trouble, and of rebuke, and blasphemy: for the children are come to the birth, and there is not strength to bring forth.

19:4 บางทีพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะสดับฟังถ้อยคำทั้งสิ้นของรับชาเคห์ ผู้ซึ่งกษัตริย์แห่งอัสซีเรียนายของเขาได้ส่งมาให้ดูหมิ่นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และจะทรงขนาบถ้อยคำซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านได้ทรงสดับ เพราะฉะนั้นขอท่านถวายคำอธิษฐานของท่านเพื่อประชากรที่เหลืออยู่นี้’”

19:4 It may be the LORD thy God will hear all the words of Rabshakeh, whom the king of Assyria his master hath sent to reproach the living God; and will reprove the words which the LORD thy God hath heard: wherefore lift up thy prayer for the remnant that are left.

19:5 ดังนั้น พวกผู้รับใช้ของกษัตริย์เฮเซคียาห์จึงมาถึงอิสยาห์

19:5 So the servants of king Hezekiah came to Isaiah.

19:6 และอิสยาห์ก็พูดกับเขาทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายจงทูลนายของพวกท่านดังนี้ว่า พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า ‘อย่ากลัวถ้อยคำที่เจ้าได้ยินนั้น ซึ่งพวกข้าราชการของกษัตริย์แห่งอัสซีเรียได้หมิ่นประมาทเรา

19:6 And Isaiah said unto them, Thus shall ye say to your master, Thus saith the LORD, Be not afraid of the words which thou hast heard, with which the servants of the king of Assyria have blasphemed me.

19:7 ดูเถิด เราจะส่งการทำลายมายังเขา และเขาจะได้ยินข่าวลือ และจะกลับไปยังแผ่นดินของเขาเอง และเราจะทำให้เขาล้มลงด้วยดาบในแผ่นดินของเขาเอง’”

19:7 Behold, I will send a blast upon him, and he shall hear a rumour, and shall return to his own land; and I will cause him to fall by the sword in his own land.

เซนนาเคอริบท้าทายพระเจ้า (2 พศด 32:17)
19:8 ดังนั้น รับชาเคห์จึงกลับไป และพบกษัตริย์แห่งอัสซีเรียสู้รบกับเมืองลิบนาห์ เพราะเขาได้ยินว่าพระองค์เสด็จออกจากลาคีชแล้ว

Sennacherib Defies God (2 Chr. 32:17)
19:8 So Rabshakeh returned, and found the king of Assyria warring against Libnah: for he had heard that he was departed from Lachish.

19:9 และเมื่อกษัตริย์ทรงได้ยินเรื่องทีรหะคาห์กษัตริย์แห่งเอธิโอเปียว่า “ดูเถิด เขาได้ยกออกมาสู้รบกับพระองค์แล้ว” พระองค์จึงส่งพวกผู้สื่อสารไปเฝ้าเฮเซคียาห์อีกทูลว่า

19:9 And when he heard say of Tirhakah king of Ethiopia, Behold, he is come out to fight against thee: he sent messengers again unto Hezekiah, saying,

19:10 “เจ้าทั้งหลายจงพูดกับเฮเซคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ดังนี้ว่า ‘อย่าให้พระเจ้าของท่านผู้ซึ่งท่านวางใจนั้นหลอกลวงท่านว่า “กรุงเยรูซาเล็มจะไม่ถูกมอบไว้ในมือของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย”

19:10 Thus shall ye speak to Hezekiah king of Judah, saying, Let not thy God in whom thou trustest deceive thee, saying, Jerusalem shall not be delivered into the hand of the king of Assyria.

19:11 ดูเถิด ท่านได้ยินแล้วว่า บรรดากษัตริย์แห่งอัสซีเรียได้กระทำอะไรกับแผ่นดินทั้งสิ้นบ้าง โดยทำลายพวกมันเสียหมดอย่างสิ้นเชิง และท่านเองจะรับการช่วยให้รอดพ้นหรือ

19:11 Behold, thou hast heard what the kings of Assyria have done to all lands, by destroying them utterly: and shalt thou be delivered?

19:12 พระเหล่านั้นของบรรดาประชาชาติได้ช่วยพวกเขาให้รอดพ้นหรือ ซึ่งบรรพบุรุษของเราได้ทำลายเสีย คือโกซาน ฮาราน เรเซฟ และประชาชนของเอเดนซึ่งอยู่ในเทลอัสสาร์

19:12 Have the gods of the nations delivered them which my fathers have destroyed; as Gozan, and Haran, and Rezeph, and the children of Eden which were in Thelasar?

19:13 กษัตริย์แห่งฮามัท กษัตริย์แห่งอารปัด และกษัตริย์แห่งเมืองเสฟารวาอิม เฮนาและอิฟวาห์อยู่ที่ไหน’”

19:13 Where is the king of Hamath, and the king of Arpad, and the king of the city of Sepharvaim, of Hena, and Ivah?

เฮเซคียาห์ทรงอธิษฐาน (2 พศด 32:20)
19:14 และเฮเซคียาห์ทรงรับจดหมายฉบับนั้นจากมือของพวกผู้สื่อสาร และทรงอ่านมัน และเฮเซคียาห์เสด็จขึ้นไปยังพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์ และทรงคลี่จดหมายนั้นออกต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์

Hezekiah Prays (2 Chr. 32:20)
19:14 And Hezekiah received the letter of the hand of the messengers, and read it: and Hezekiah went up into the house of the LORD, and spread it before the LORD.

19:15 และเฮเซคียาห์ทรงอธิษฐานต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์ และทูลว่า “โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ทรงประทับระหว่างพวกเครูบ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งบรรดาราชอาณาจักรของแผ่นดินโลก คือพระองค์เท่านั้น พระองค์ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก

19:15 And Hezekiah prayed before the LORD, and said, O LORD God of Israel, which dwellest between the cherubims, thou art the God, even thou alone, of all the kingdoms of the earth; thou hast made heaven and earth.

19:16 ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณของพระองค์สดับ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงเบิกพระเนตรของพระองค์และทอดพระเนตร และขอทรงสดับถ้อยคำของเซนนาเคอริบ ผู้ซึ่งส่งเขาให้มาดูหมิ่นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่

19:16 LORD, bow down thine ear, and hear: open, LORD, thine eyes, and see: and hear the words of Sennacherib, which hath sent him to reproach the living God.

19:17 ข้าแต่พระเยโฮวาห์ เป็นความจริงที่บรรดากษัตริย์แห่งอัสซีเรียได้ทำลายประชาชาติทั้งหลายและแผ่นดินของประชาชาติเหล่านั้น

19:17 Of a truth, LORD, the kings of Assyria have destroyed the nations and their lands,

19:18 และได้เหวี่ยงพระต่าง ๆ ของประชาชาติเหล่านั้นเข้าในกองไฟ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่พระ เป็นแต่ผลงานของมือมนุษย์ ที่ทำด้วยไม้และหิน เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงทำลายพวกมันเสีย

19:18 And have cast their gods into the fire: for they were no gods, but the work of men's hands, wood and stone: therefore they have destroyed them.

19:19 ฉะนั้นบัดนี้ โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ขอร้องพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้พ้นจากมือของเขา เพื่อราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลกจะทราบว่า พระองค์ทรงเป็นพระเยโฮวาห์พระเจ้า คือพระองค์เท่านั้น”

19:19 Now therefore, O LORD our God, I beseech thee, save thou us out of his hand, that all the kingdoms of the earth may know that thou art the LORD God, even thou only.

พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานโดยทางอิสยาห์
19:20 แล้วอิสยาห์บุตรชายของอามอสได้ส่งไปยังเฮเซคียาห์ทูลว่า “พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าเรื่องเซนนาเคอริบกษัตริย์แห่งอัสซีเรียแล้ว

God Answers Through Isaiah
19:20 Then Isaiah the son of Amoz sent to Hezekiah, saying, Thus saith the LORD God of Israel, That which thou hast prayed to me against Sennacherib king of Assyria I have heard.

19:21 นี่เป็นพระวจนะที่พระเยโฮวาห์ได้ตรัสเกี่ยวกับท่านนั้นว่า ‘ธิดาพรหมจารีแห่งศิโยนดูหมิ่นเจ้าแล้ว และหัวเราะเยาะเย้ยเจ้าแล้ว ธิดาแห่งกรุงเยรูซาเล็มสั่นศีรษะของเธอใส่เจ้าแล้ว

19:21 This is the word that the LORD hath spoken concerning him; The virgin the daughter of Zion hath despised thee, and laughed thee to scorn; the daughter of Jerusalem hath shaken her head at thee.

19:22 เจ้าได้ดูหมิ่นและหมิ่นประมาทผู้ใด และเจ้าได้ขึ้นเสียงของเจ้าต่อผู้ใด และได้เบิ่งตาของเจ้าอย่างเย่อหยิ่งต่อผู้ใด คือต่อองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลน่ะซิ

19:22 Whom hast thou reproached and blasphemed? and against whom hast thou exalted thy voice, and lifted up thine eyes on high? even against the Holy One of Israel.

19:23 เจ้าได้ดูหมิ่นองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยพวกผู้สื่อสารของเจ้า และได้กล่าวว่า “ด้วยรถม้าศึกเป็นอันมากของข้า ข้าได้ขึ้นไปถึงที่สูงของภูเขาทั้งหลาย ถึงที่ไกลสุดของเลบานอน และจะโค่นบรรดาต้นสนซีดาร์ที่สูงของมันลง ทั้งต้นสนสามใบที่ดีที่สุดของมัน และข้าจะเข้าไปในที่พำนักแห่งชายแดนของมัน และในป่าไม้แห่งคารเมลของมัน

19:23 By thy messengers thou hast reproached the Lord, and hast said, With the multitude of my chariots I am come up to the height of the mountains, to the sides of Lebanon, and will cut down the tall cedar trees thereof, and the choice fir trees thereof: and I will enter into the lodgings of his borders, and into the forest of his Carmel.

19:24 ข้าได้ขุดบ่อและดื่มน้ำต่างด้าว และด้วยฝ่าเท้าของข้า ข้าได้กวาดธารน้ำทั้งสิ้นของสถานที่ต่าง ๆ ที่ถูกล้อมไว้ให้แห้งไป”

19:24 I have digged and drunk strange waters, and with the sole of my feet have I dried up all the rivers of besieged places.

19:25 เจ้าไม่ได้ยินตั้งนานแล้วหรือว่า เราได้กระทำสิ่งนั้น และตั้งแต่สมัยโบราณแล้วว่าเราได้ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา บัดนี้เราให้มันเกิดขึ้นแล้ว เพื่อเจ้าจะทำเมืองที่มีป้อมให้พังลงกลายเป็นกองสิ่งปรักหักพัง

19:25 Hast thou not heard long ago how I have done it, and of ancient times that I have formed it? now have I brought it to pass, that thou shouldest be to lay waste fenced cities into ruinous heaps.

19:26 ฉะนั้นชาวเมืองเหล่านั้นจึงมีอำนาจน้อย พวกเขาสะดุ้งกลัวและสับสน พวกเขาเหมือนหญ้าที่ทุ่งนา และเหมือนหญ้าอ่อน เหมือนหญ้าที่อยู่บนยอดหลังคาบ้าน และเหมือนข้าวเกรียมไปก่อนที่มันจะงอกงามอย่างนั้น

19:26 Therefore their inhabitants were of small power, they were dismayed and confounded; they were as the grass of the field, and as the green herb, as the grass on the housetops, and as corn blasted before it be grown up.

19:27 แต่เรารู้จักที่อาศัยอยู่ของเจ้า และการออกไปของเจ้า และการเข้ามาของเจ้า และการเกรี้ยวกราดของเจ้าต่อเรา

19:27 But I know thy abode, and thy going out, and thy coming in, and thy rage against me.

19:28 เพราะความเกรี้ยวกราดของเจ้าต่อเรา และความโกลาหลของเจ้าได้มาเข้าหูของเรา ฉะนั้นเราจะเอาขอของเราเกี่ยวจมูกของเจ้า และจะใส่บังเหียนของเราในริมฝีปากของเจ้า และเราจะหันเจ้ากลับไปตามทางซึ่งเจ้าได้มานั้น

19:28 Because thy rage against me and thy tumult is come up into mine ears, therefore I will put my hook in thy nose, and my bridle in thy lips, and I will turn thee back by the way by which thou camest.

19:29 และนี่จะเป็นหมายสำคัญแก่เจ้า คือปีนี้เจ้าทั้งหลายจะกินสิ่งที่งอกขึ้นเอง และในปีที่สองสิ่งที่ผลิจากเดิม และในปีที่สามเจ้าทั้งหลายจงหว่านและเกี่ยว และปลูกสวนองุ่นและกินผลของมัน

19:29 And this shall be a sign unto thee, Ye shall eat this year such things as grow of themselves, and in the second year that which springeth of the same; and in the third year sow ye, and reap, and plant vineyards, and eat the fruits thereof.

19:30 และคนที่เหลืออยู่ที่รอดพ้นแห่งวงศ์วานของยูดาห์จะหยั่งรากลงล่างอีกครั้ง และเกิดผลขึ้นบน

19:30 And the remnant that is escaped of the house of Judah shall yet again take root downward, and bear fruit upward.

19:31 เพราะว่าคนที่เหลืออยู่จะออกไปจากกรุงเยรูซาเล็ม และบรรดาคนที่รอดพ้นออกมาจากภูเขาศิโยน ความกระตือรือร้นของพระเยโฮวาห์จอมโยธาจะกระทำการนี้’

19:31 For out of Jerusalem shall go forth a remnant, and they that escape out of mount Zion: the zeal of the LORD of hosts shall do this.

19:32 เพราะฉะนั้น พระเยโฮวาห์จึงตรัสดังนี้เกี่ยวกับกษัตริย์แห่งอัสซีเรียว่า ‘ท่านจะไม่เข้ามาในกรุงนี้และไม่ยิงลูกธนูสักดอกที่นั่น และไม่ถือโล่เข้ามาข้างหน้ากรุงนี้ และไม่สร้างเชิงเทินสู้มัน

19:32 Therefore thus saith the LORD concerning the king of Assyria, He shall not come into this city, nor shoot an arrow there, nor come before it with shield, nor cast a bank against it.

19:33 ท่านได้มาทางใด ท่านจะต้องกลับไปทางนั้น และท่านจะไม่เข้ามาในกรุงนี้ พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้แหละ

19:33 By the way that he came, by the same shall he return, and shall not come into this city, saith the LORD.

19:34 เพราะเราจะป้องกันกรุงนี้ไว้เพื่อช่วยกรุงนี้ให้รอดพ้น เพื่อเห็นแก่เราเอง และเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเรา’”

19:34 For I will defend this city, to save it, for mine own sake, and for my servant David's sake.

19:35 และต่อมาในคืนนั้น ทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ได้ออกไป และประหารคนในค่ายของคนอัสซีเรียเสียหนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันคน และเมื่อพวกเขาลุกขึ้นในเวลาเช้ามืด ดูเถิด คนเหล่านั้นเป็นศพกันหมด

19:35 And it came to pass that night, that the angel of the LORD went out, and smote in the camp of the Assyrians an hundred fourscore and five thousand: and when they arose early in the morning, behold, they were all dead corpses.

เซนนาเคอริบกลับบ้านและถูกประหารชีวิต
19:36 ดังนั้น เซนนาเคอริบกษัตริย์แห่งอัสซีเรียจึงเสด็จออก และกลับไป และอาศัยอยู่ในนีนะเวห์

Sennacherib Returns; Dies
19:36 So Sennacherib king of Assyria departed, and went and returned, and dwelt at Nineveh.

19:37 และต่อมา ขณะเมื่อท่านกำลังนมัสการในนิเวศน์ของพระนิสโรกพระของท่าน อัดรัมเมเลคและชาเรเซอร์โอรสทั้งสองของท่านประหารท่านเสียด้วยดาบ และเขาทั้งสองหนีเข้าไปในแผ่นดินแห่งอาร์มีเนีย และเอสารฮัดโดนโอรสของท่านขึ้นครอบครองแทนท่าน

19:37 And it came to pass, as he was worshipping in the house of Nisroch his god, that Adrammelech and Sharezer his sons smote him with the sword: and they escaped into the land of Armenia. And Esarhaddon his son reigned in his stead.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope