กลับหน้าแรก / Main Menu

 

2 พงศาวดาร 12 / 2 Chronicles 12

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36]

เรโหโบอัมทรงทอดทิ้งพระเจ้า (1 พกษ 14:21-24)
12:1 และต่อมา เมื่อเรโหโบอัมได้ทรงตั้งราชอาณาจักรให้มั่นคงและทำให้ตนเองแข็งแรงขึ้นแล้ว พระองค์ทรงทอดทิ้งพระราชบัญญัติของพระเยโฮวาห์เสีย และอิสราเอลทั้งปวงก็ทิ้งพร้อมกับพระองค์

Rehoboam's Apostasy (1 Kin. 14:21-24)
12:1 And it came to pass, when Rehoboam had established the kingdom, and had strengthened himself, he forsook the law of the LORD, and all Israel with him.

ชิชักกษัตริย์แห่งอียิปต์บุกรุกกรุงเยรูซาเล็ม (1 พกษ 14:25-28)
12:2 และต่อมา ในปีที่ห้าแห่งกษัตริย์เรโหโบอัม ชิชักกษัตริย์แห่งอียิปต์เสด็จขึ้นมาสู้รบกับกรุงเยรูซาเล็ม เพราะเขาทั้งหลายได้ละเมิดต่อพระเยโฮวาห์

Shishak of Egypt Invades Jerusalem (1 Kin. 14:25-28)
12:2 And it came to pass, that in the fifth year of king Rehoboam Shishak king of Egypt came up against Jerusalem, because they had transgressed against the LORD,

12:3 พร้อมกับรถม้าศึกหนึ่งพันสองร้อยคันและทหารม้าหกหมื่นคน และพวกพลผู้มาพร้อมกับท่านจากอียิปต์นับไม่ถ้วนคือ คนลิบนี คนสุคีอิม และคนเอธิโอเปีย

12:3 With twelve hundred chariots, and threescore thousand horsemen: and the people were without number that came with him out of Egypt; the Lubims, the Sukkiims, and the Ethiopians.

12:4 และท่านทรงยึดบรรดานครที่มีป้อมของยูดาห์และมายังกรุงเยรูซาเล็ม

12:4 And he took the fenced cities which pertained to Judah, and came to Jerusalem.

12:5 แล้วเชไมอาห์ผู้พยากรณ์ได้มาเข้าเฝ้าเรโหโบอัมและบรรดาเจ้านายแห่งยูดาห์ ผู้มารวมตัวกันอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็มด้วยเรื่องชิชัก และกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า “พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า เจ้าทั้งหลายได้ละทิ้งเรา และเพราะฉะนั้นเราจึงได้ละทิ้งพวกเจ้าให้อยู่ในมือของชิชักด้วย”

12:5 Then came Shemaiah the prophet to Rehoboam, and to the princes of Judah, that were gathered together to Jerusalem because of Shishak, and said unto them, Thus saith the LORD, Ye have forsaken me, and therefore have I also left you in the hand of Shishak.

12:6 หลังจากนั้น บรรดาเจ้านายแห่งอิสราเอลและกษัตริย์ได้ถ่อมตนลงและคนเหล่านั้นกล่าวว่า “พระเยโฮวาห์ทรงชอบธรรมแล้ว”

12:6 Whereupon the princes of Israel and the king humbled themselves; and they said, The LORD is righteous.

12:7 และเมื่อพระเยโฮวาห์ทรงเห็นว่าเขาทั้งหลายถ่อมตัวลง พระวจนะของพระเยโฮวาห์ได้มาถึงเชไมอาห์ว่า “เขาทั้งหลายได้ถ่อมตัวลงแล้ว ฉะนั้นเราจึงจะไม่ทำลายพวกเขา แต่เราจะให้การช่วยให้พ้นแก่พวกเขาบ้าง และความพิโรธของเราจะไม่เทลงมาเหนือกรุงเยรูซาเล็มโดยมือของชิชัก

12:7 And when the LORD saw that they humbled themselves, the word of the LORD came to Shemaiah, saying, They have humbled themselves; therefore I will not destroy them, but I will grant them some deliverance; and my wrath shall not be poured out upon Jerusalem by the hand of Shishak.

12:8 อย่างไรก็ตาม เขาทั้งหลายต้องเป็นผู้รับใช้ของท่าน เพื่อพวกเขาจะได้ทราบการรับใช้เราและการรับใช้ราชอาณาจักรทั้งหลายของนานาประเทศ”

12:8 Nevertheless they shall be his servants; that they may know my service, and the service of the kingdoms of the countries.

12:9 ดังนั้น ชิชักกษัตริย์แห่งอียิปต์จึงขึ้นมาต่อสู้กรุงเยรูซาเล็ม และได้เก็บทรัพย์สมบัติทั้งหลายแห่งพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์ และทรัพย์สมบัติทั้งหลายแห่งพระราชวังของกษัตริย์ ท่านได้เก็บเอาไปทั้งหมด ท่านได้เก็บโล่ทองคำเหล่านั้นซึ่งซาโลมอนได้ทำขึ้นไปด้วย

12:9 So Shishak king of Egypt came up against Jerusalem, and took away the treasures of the house of the LORD, and the treasures of the king's house; he took all: he carried away also the shields of gold which Solomon had made.

12:10 และกษัตริย์เรโหโบอัมทรงทำโล่ทองเหลืองต่าง ๆ ขึ้นแทน และมอบโล่เหล่านั้นไว้ในมือของหัวหน้าทหารรักษาพระองค์ผู้เฝ้าประตูพระราชวังของกษัตริย์

12:10 Instead of which king Rehoboam made shields of brass, and committed them to the hands of the chief of the guard, that kept the entrance of the king's house.

12:11 และกษัตริย์เสด็จเข้าไปในพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์เมื่อไร ทหารรักษาพระองค์ก็มาถือโล่เหล่านั้น และนำโล่เหล่านั้นกลับไปเก็บไว้ในห้องทหารรักษาพระองค์ตามเดิม

12:11 And when the king entered into the house of the LORD, the guard came and fetched them, and brought them again into the guard chamber.

12:12 และเมื่อพระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลง พระพิโรธของพระเยโฮวาห์ก็หันไปเสียจากพระองค์ เพื่อพระเยโฮวาห์จะไม่ทรงทำลายพระองค์อย่างสิ้นเชิง และในยูดาห์สภาพการณ์ก็ยังดีอยู่ด้วย

12:12 And when he humbled himself, the wrath of the LORD turned from him, that he would not destroy him altogether: and also in Judah things went well.

การสิ้นพระชนม์ของเรโหโบอัม (1 พกษ 14:29-31)
12:13 ดังนั้นกษัตริย์เรโหโบอัมจึงทำให้ตัวพระองค์เองเข้มแข็งในกรุงเยรูซาเล็มและทรงครอบครอง ด้วยว่าเรโหโบอัมมีพระชนมายุสี่สิบเอ็ดพรรษาเมื่อพระองค์ทรงเริ่มครอบครองนั้น และพระองค์ทรงครอบครองเป็นเวลาสิบเจ็ดปีในกรุงเยรูซาเล็ม อันเป็นนครซึ่งพระเยโฮวาห์ได้ทรงเลือกสรรไว้จากเผ่าต่าง ๆ ทั้งสิ้นของอิสราเอล เพื่อจะตั้งพระนามของพระองค์ไว้ที่นั่น และพระราชมารดาของพระองค์ทรงพระนามว่านาอามาห์คนอัมโมน

The Death of Rehoboam (1 Kin. 14:29-31)
12:13 So king Rehoboam strengthened himself in Jerusalem, and reigned: for Rehoboam was one and forty years old when he began to reign, and he reigned seventeen years in Jerusalem, the city which the LORD had chosen out of all the tribes of Israel, to put his name there. And his mother's name was Naamah an Ammonitess.

12:14 และพระองค์ได้ทรงกระทำการชั่วร้าย เพราะพระองค์ไม่ตั้งพระทัยของพระองค์ที่จะแสวงหาพระเยโฮวาห์

12:14 And he did evil, because he prepared not his heart to seek the LORD.

12:15 บัดนี้ พระราชกิจของเรโหโบอัม ตั้งแต่ต้นจนสุดท้าย ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือของเชไมอาห์ผู้พยากรณ์ และของอิดโดผู้ทำนายตามแบบลำดับพงศ์พันธุ์หรือ และมีสงครามอยู่เรื่อยไประหว่างเรโหโบอัมและเยโรโบอัม

12:15 Now the acts of Rehoboam, first and last, are they not written in the book of Shemaiah the prophet, and of Iddo the seer concerning genealogies? And there were wars between Rehoboam and Jeroboam continually.

12:16 และเรโหโบอัมทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และทรงถูกฝังไว้ในนครของดาวิด และอาบียาห์ราชโอรสของพระองค์ได้ขึ้นครอบครองแทนพระองค์

12:16 And Rehoboam slept with his fathers, and was buried in the city of David: and Abijah his son reigned in his stead.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope