กลับหน้าแรก / Main Menu

 

เอสรา 9 / Ezra 9

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10]

การสมรสกับชนชาติที่ไม่เชื่อพระเจ้าเป็นสิ่งที่ผิดพลาด
9:1 บัดนี้ เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว พวกเจ้านายก็เข้ามาหาข้าพเจ้า กล่าวว่า “ประชากรอิสราเอล พวกปุโรหิตและคนเลวีไม่ได้แยกตนเองออกจากชนชาติทั้งหลายแห่งแผ่นดินเหล่านั้น โดยได้ประพฤติตามการกระทำอันน่าสะอิดสะเอียนของพวกเขา คือของคนคานาอัน คนฮิตไทต์ คนเปริสซี คนเยบุส คนอัมโมน คนโมอับ คนอียิปต์ และคนอาโมไรต์

Intermarriage with Heathen People Was Wrong
9:1 Now when these things were done, the princes came to me, saying, The people of Israel, and the priests, and the Levites, have not separated themselves from the people of the lands, doing according to their abominations, even of the Canaanites, the Hittites, the Perizzites, the Jebusites, the Ammonites, the Moabites, the Egyptians, and the Amorites.

9:2 เพราะเขาทั้งหลายได้รับบุตรสาวของชนชาติเหล่านี้เป็นภรรยาของพวกเขาเอง และของบุตรชายทั้งหลายของพวกเขา ดังนั้นเชื้อสายอันบริสุทธิ์จึงได้ปะปนกับชนชาติทั้งหลายของแผ่นดินเหล่านั้น ใช่แล้ว มือของบรรดาเจ้านายและผู้ครอบครองได้เด่นที่สุดในการละเมิดนี้”

9:2 For they have taken of their daughters for themselves, and for their sons: so that the holy seed have mingled themselves with the people of those lands: yea, the hand of the princes and rulers hath been chief in this trespass.

9:3 และเมื่อข้าพเจ้าได้ยินเรื่องนี้ ข้าพเจ้าก็ฉีกเสื้อของข้าพเจ้าทั้งเสื้อคลุมของข้าพเจ้า และทึ้งผมออกจากศีรษะของข้าพเจ้าและทึ้งหนวดเคราของข้าพเจ้า และนั่งลงตะลึงอยู่

9:3 And when I heard this thing, I rent my garment and my mantle, and plucked off the hair of my head and of my beard, and sat down astonied.

9:4 แล้วบรรดาคนที่สั่นสะท้านไปด้วยพระวจนะของพระเจ้าแห่งอิสราเอล เหตุด้วยการละเมิดของพวกที่ได้ถูกกวาดไปเป็นเชลยนั้น พากันมาประชุมต่อหน้าข้าพเจ้า และข้าพเจ้านั่งตะลึงอยู่จนถึงเวลาถวายเครื่องสักการบูชาตอนเย็น

9:4 Then were assembled unto me every one that trembled at the words of the God of Israel, because of the transgression of those that had been carried away; and I sat astonied until the evening sacrifice.

คำอธิษฐานและการสารภาพของเอสรา
9:5 และเมื่อถึงเวลาถวายสักการบูชาตอนเย็นนั้น ข้าพเจ้าได้ลุกขึ้นจากความหนักใจของข้าพเจ้า และเมื่อได้ฉีกเสื้อของข้าพเจ้าทั้งเสื้อคลุมของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าก็คุกเข่าลงและชูมือของข้าพเจ้าขึ้นต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้า

Ezra's Prayer and Confession
9:5 And at the evening sacrifice I arose up from my heaviness; and having rent my garment and my mantle, I fell upon my knees, and spread out my hands unto the LORD my God,

9:6 และทูลว่า “โอ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ละอายและหน้าแดงที่จะเงยหน้าของข้าพระองค์หาพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ เพราะว่าความชั่วช้าของข้าพระองค์ทั้งหลายเพิ่มขึ้นสูงกว่าศีรษะของข้าพระองค์ทั้งหลาย และการละเมิดของข้าพระองค์ทั้งหลายกองขึ้นไปถึงฟ้าสวรรค์

9:6 And said, O my God, I am ashamed and blush to lift up my face to thee, my God: for our iniquities are increased over our head, and our trespass is grown up unto the heavens.

9:7 ตั้งแต่สมัยของบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ทั้งหลายได้มีการละเมิดยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ และเพราะเหตุความชั่วช้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ทั้งหลาย บรรดากษัตริย์ของข้าพระองค์ทั้งหลาย และพวกปุโรหิตของข้าพระองค์ทั้งหลาย ได้ถูกมอบไว้ในมือของบรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินเหล่านั้น ให้แก่ดาบ แก่การเป็นเชลย แก่การปล้น และแก่การขายหน้าอย่างที่สุด เหมือนอย่างทุกวันนี้

9:7 Since the days of our fathers have we been in a great trespass unto this day; and for our iniquities have we, our kings, and our priests, been delivered into the hand of the kings of the lands, to the sword, to captivity, and to a spoil, and to confusion of face, as it is this day.

9:8 และบัดนี้ สำหรับเวลาชั่วคราวสั้น ๆ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทรงสำแดงพระคุณเพื่อให้ข้าพระองค์ทั้งหลายมีคนที่เหลืออยู่รอดพ้นไปได้ และประทานให้ข้าพระองค์ทั้งหลายมีที่ยึดมั่นในที่บริสุทธิ์ของพระองค์ เพื่อว่าพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายจะได้ทรงให้ตาของข้าพระองค์ทั้งหลายแจ่มแจ้งขึ้น และประทานความฟื้นคืนมาเล็กน้อยในความเป็นทาสของข้าพระองค์ทั้งหลาย

9:8 And now for a little space grace hath been shewed from the LORD our God, to leave us a remnant to escape, and to give us a nail in his holy place, that our God may lighten our eyes, and give us a little reviving in our bondage.

9:9 เพราะว่าข้าพระองค์ทั้งหลายได้เป็นทาส แต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายมิได้ทรงละทิ้งข้าพระองค์ทั้งหลายไว้ในความเป็นทาสของข้าพระองค์ทั้งหลาย แต่ได้ทรงบันดาลให้ข้าพระองค์ทั้งหลายได้รับความเมตตาในสายพระเนตรของกษัตริย์ทั้งหลายแห่งเปอร์เซีย เพื่อให้ข้าพระองค์ทั้งหลายมีการฟื้นฟูขึ้น เพื่อจะตั้งพระนิเวศน์ของพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายขึ้นไว้ เพื่อจะซ่อมแซมสิ่งที่ปรักหักพังในพระนิเวศน์ และเพื่อจะประทานกำแพงแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในยูดาห์และในเยรูซาเล็ม

9:9 For we were bondmen; yet our God hath not forsaken us in our bondage, but hath extended mercy unto us in the sight of the kings of Persia, to give us a reviving, to set up the house of our God, and to repair the desolations thereof, and to give us a wall in Judah and in Jerusalem.

9:10 และบัดนี้ โอ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ต่อจากนี้ข้าพระองค์ทั้งหลายจะทูลอะไรอีก เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายได้ละทิ้งบรรดาพระบัญญัติของพระองค์

9:10 And now, O our God, what shall we say after this? for we have forsaken thy commandments,

9:11 ซึ่งพระองค์ได้ทรงบัญชาไว้โดยพวกผู้พยากรณ์ผู้รับใช้ของพระองค์ว่า ‘แผ่นดินซึ่งเจ้าทั้งหลายกำลังเข้าไปเพื่อยึดเป็นกรรมสิทธิ์นั้น เป็นแผ่นดินมลทินด้วยความโสโครกของชนชาติทั้งหลายในแผ่นดินเหล่านั้น ด้วยการกระทำอันน่าสะอิดสะเอียนของพวกเขา ซึ่งเต็มไปหมดตั้งแต่ปลายข้างนี้จนถึงปลายข้างโน้น ด้วยความเป็นมลทินของเขาทั้งหลาย

9:11 Which thou hast commanded by thy servants the prophets, saying, The land, unto which ye go to possess it, is an unclean land with the filthiness of the people of the lands, with their abominations, which have filled it from one end to another with their uncleanness.

9:12 เพราะฉะนั้นบัดนี้ อย่ามอบพวกบุตรสาวของเจ้าทั้งหลายแก่พวกบุตรชายของเขาทั้งหลาย หรืออย่ารับพวกบุตรสาวของเขาทั้งหลายให้พวกบุตรชายของเจ้าทั้งหลาย หรืออย่าแสวงหาสันติภาพและความเจริญมั่งคั่งของเขาทั้งหลายเป็นนิตย์ เพื่อเจ้าทั้งหลายจะแข็งแรง และกินของดี ๆ แห่งแผ่นดินนั้น และมอบแผ่นดินนั้นไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลานของเจ้าทั้งหลายเป็นนิตย์’

9:12 Now therefore give not your daughters unto their sons, neither take their daughters unto your sons, nor seek their peace or their wealth for ever: that ye may be strong, and eat the good of the land, and leave it for an inheritance to your children for ever.

9:13 และหลังจากสิ่งทั้งปวงเหล่านี้มาถึงข้าพระองค์ทั้งหลายเพราะเหตุการกระทำอันชั่วร้ายของข้าพระองค์ทั้งหลาย และเพราะเหตุการละเมิดใหญ่ยิ่งของข้าพระองค์ทั้งหลาย โดยเห็นว่าพระองค์คือพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทรงลงโทษข้าพระองค์ทั้งหลายน้อยกว่าที่ความชั่วช้าของข้าพระองค์ทั้งหลายสมควรได้รับ และได้ประทานการช่วยให้พ้นแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายอย่างนี้

9:13 And after all that is come upon us for our evil deeds, and for our great trespass, seeing that thou our God hast punished us less than our iniquities deserve, and hast given us such deliverance as this;

9:14 ควรหรือที่ข้าพระองค์ทั้งหลายจะฝ่าฝืนพระบัญญัติทั้งหลายของพระองค์อีก และเข้าเกี่ยวดองกับชนชาติทั้งหลายที่กระทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนเหล่านี้ พระองค์จะไม่ทรงกริ้วต่อข้าพระองค์ทั้งหลายหรือ จนพระองค์ผลาญข้าพระองค์ทั้งหลายเสีย เพื่อจะไม่มีคนที่เหลืออยู่หรือรอดได้เลย

9:14 Should we again break thy commandments, and join in affinity with the people of these abominations? wouldest not thou be angry with us till thou hadst consumed us, so that there should be no remnant nor escaping?

9:15 โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล พระองค์ทรงชอบธรรม เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นคนที่เหลืออยู่ซึ่งรอดพ้นมาอย่างทุกวันนี้ ดูเถิด ข้าพระองค์ทั้งหลายอยู่ต่อพระพักตร์ของพระองค์ในการละเมิดของข้าพระองค์ทั้งหลาย เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายไม่สามารถยืนต่อพระพักตร์ของพระองค์ได้เหตุเรื่องนี้”

9:15 O LORD God of Israel, thou art righteous: for we remain yet escaped, as it is this day: behold, we are before thee in our trespasses: for we cannot stand before thee because of this.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope