กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ปัญญาจารย์ 2 / Ecclesiastes 2

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12]

การสนุกสนาน ความโง่เขลาและความรื่นเริงก็อนิจจัง
2:1 ข้าพเจ้าได้พูดในใจของข้าพเจ้าว่า “บัดนี้ มาเถิด ข้าพเจ้าจะทดลองเจ้าด้วยความรื่นเริง ฉะนั้นจงเพลิดเพลินกับความสนุกสนาน” และดูเถิด สิ่งนี้ก็อนิจจังเช่นกัน

Pleasures, Folly and Mirth Are Empty
2:1 I said in mine heart, Go to now, I will prove thee with mirth, therefore enjoy pleasure: and, behold, this also is vanity.

2:2 ข้าพเจ้าได้พูดเกี่ยวกับการหัวเราะว่า “มันบ้า ๆ บอ ๆ” และเกี่ยวกับความรื่นเริงว่า “มันมีประโยชน์อะไร”

2:2 I said of laughter, It is mad: and of mirth, What doeth it?

2:3 ข้าพเจ้าได้เสาะหาในใจของข้าพเจ้าที่จะมอบตัวเองไว้กับเหล้าองุ่น แต่ยังทำให้ใจของข้าพเจ้าคุ้นเคยกับสติปัญญา และจะยึดความโง่เขลาไว้ จนกว่าข้าพเจ้าจะได้เห็นว่า อะไรจะดีสำหรับบุตรทั้งหลายของมนุษย์ ซึ่งพวกเขาควรกระทำภายใต้ฟ้าสวรรค์ตลอดวันเวลาแห่งชีวิตของพวกเขา

2:3 I sought in mine heart to give myself unto wine, yet acquainting mine heart with wisdom; and to lay hold on folly, till I might see what was that good for the sons of men, which they should do under the heaven all the days of their life.

บ้านใหญ่โตและทรัพย์สมบัติก็อนิจจัง
2:4 ข้าพเจ้าได้กระทำการใหญ่โตสำหรับตน ข้าพเจ้าได้สร้างบ้านหลายหลังสำหรับตน ข้าพเจ้าได้ปลูกสวนองุ่นหลายแปลงสำหรับตน

Great Buildings and Riches Are Vanity
2:4 I made me great works; I builded me houses; I planted me vineyards:

2:5 ข้าพเจ้าได้ทำสวนและสวนผลไม้หลายแห่งสำหรับตน และข้าพเจ้าได้ปลูกต้นไม้ที่มีผลทุกชนิดไว้ในสวนเหล่านั้นสำหรับตน

2:5 I made me gardens and orchards, and I planted trees in them of all kind of fruits:

2:6 ข้าพเจ้าได้สร้างสระน้ำหลายสระสำหรับตน เพื่อจะใช้น้ำในสระนั้นรดป่าที่ให้กำเนิดบรรดาต้นไม้

2:6 I made me pools of water, to water therewith the wood that bringeth forth trees:

2:7 ข้าพเจ้าได้ทาสชายหญิงไว้สำหรับตน และมีทาสหลายคนเกิดในบ้านของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายังมีทรัพย์สมบัติเป็นฝูงวัวฝูงแพะแกะมากกว่าบรรดาคนที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มก่อนข้าพเจ้าด้วย

2:7 I got me servants and maidens, and had servants born in my house; also I had great possessions of great and small cattle above all that were in Jerusalem before me:

2:8 ข้าพเจ้าได้สะสมเงินและทองคำไว้สำหรับตนด้วย และทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าของบรรดากษัตริย์และของมณฑลทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้บรรดานักร้องชายหญิงสำหรับตน และบรรดาสิ่งที่น่ายินดีสำหรับบุตรทั้งหลายของมนุษย์ เช่นบรรดาเครื่องดนตรี และเป็นเครื่องดนตรีทุกชนิด

2:8 I gathered me also silver and gold, and the peculiar treasure of kings and of the provinces: I gat me men singers and women singers, and the delights of the sons of men, as musical instruments, and that of all sorts.

2:9 ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นใหญ่เป็นโตและเพิ่มพูนมากกว่าบรรดาคนที่เคยอยู่มาก่อนข้าพเจ้าในกรุงเยรูซาเล็ม และสติปัญญาของข้าพเจ้ายังคงอยู่กับข้าพเจ้าด้วย

2:9 So I was great, and increased more than all that were before me in Jerusalem: also my wisdom remained with me.

2:10 และสิ่งใดก็ตามที่นัยน์ตาของข้าพเจ้าปรารถนา ข้าพเจ้าก็มิได้เก็บไว้จากนัยน์ตานั้น ข้าพเจ้ามิได้ห้ามใจของข้าพเจ้าไว้จากความสุขสันต์ใด ๆ เพราะใจของข้าพเจ้าเปรมปรีดิ์ในบรรดางานหนักของข้าพเจ้า และนี่เป็นส่วนของข้าพเจ้าจากงานหนักทั้งสิ้นของข้าพเจ้า

2:10 And whatsoever mine eyes desired I kept not from them, I withheld not my heart from any joy; for my heart rejoiced in all my labour: and this was my portion of all my labour.

2:11 แล้วข้าพเจ้าได้มองดูบรรดางานที่มือของข้าพเจ้าได้กระทำ และงานหนักที่ข้าพเจ้าได้ตรากตรำที่จะกระทำนั้น และดูเถิด สารพัดก็อนิจจังและเป็นความวุ่นวายใจ และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์

2:11 Then I looked on all the works that my hands had wrought, and on the labour that I had laboured to do: and, behold, all was vanity and vexation of spirit, and there was no profit under the sun.

งานหนัก ทรัพย์สมบัติและสติปัญญาก็อนิจจัง
2:12 และข้าพเจ้าได้หันกลับมามองดูสติปัญญา ความบ้าบอและความโง่เขลา เพราะคนที่มาภายหลังกษัตริย์จะทำอะไรได้ คือสิ่งซึ่งได้กระทำมาแล้วนั่นเอง

One's Labors, Possessions and Wisdom Are Vanity
2:12 And I turned myself to behold wisdom, and madness, and folly: for what can the man do that cometh after the king? even that which hath been already done.

2:13 แล้วข้าพเจ้าได้เห็นว่าสติปัญญาก็วิเศษกว่าความโง่เขลา พอ ๆ กับที่ความสว่างวิเศษกว่าความมืด

2:13 Then I saw that wisdom excelleth folly, as far as light excelleth darkness.

2:14 ตาของคนที่มีสติปัญญาอยู่ในศีรษะของเขา แต่คนโง่เขลาเดินในความมืด และข้าพเจ้าเองยังรับรู้ด้วยว่า เหตุการณ์อย่างเดียวกันเกิดขึ้นแก่พวกเขาทั้งสิ้น

2:14 The wise man's eyes are in his head; but the fool walketh in darkness: and I myself perceived also that one event happeneth to them all.

2:15 แล้วข้าพเจ้าได้พูดในใจของข้าพเจ้าว่า “เหตุการณ์อันใดเกิดแก่คนโง่เขลาฉันใด เหตุการณ์นั้นก็เกิดแก่ตัวข้าพเจ้าฉันนั้น และทำไมข้าพเจ้าจึงมีสติปัญญามากกว่าเล่า” แล้วข้าพเจ้าได้พูดในใจของข้าพเจ้าว่า สิ่งนี้ก็อนิจจังเช่นกัน

2:15 Then said I in my heart, As it happeneth to the fool, so it happeneth even to me; and why was I then more wise? Then I said in my heart, that this also is vanity.

2:16 เพราะไม่มีการระลึกถึงคนที่มีสติปัญญามากกว่าคนโง่เขลาตลอดไป โดยเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันนี้ ในวันเวลาที่จะมาถึงนั้นก็จะลืมกันไปหมด และคนที่มีสติปัญญาตายอย่างไร ก็เหมือนอย่างคนโง่เขลานั่นเอง

2:16 For there is no remembrance of the wise more than of the fool for ever; seeing that which now is in the days to come shall all be forgotten. And how dieth the wise man? as the fool.

2:17 ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเคยเกลียดชังชีวิต เพราะว่าการงานที่ทำกันภายใต้ดวงอาทิตย์ก่อความสลดใจให้แก่ข้าพเจ้า เพราะสารพัดก็อนิจจังและเป็นความวุ่นวายใจ

2:17 Therefore I hated life; because the work that is wrought under the sun is grievous unto me: for all is vanity and vexation of spirit.

2:18 ใช่แล้ว ข้าพเจ้าเคยเกลียดชังงานหนักทั้งสิ้นของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าได้ตรากตรำอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะข้าพเจ้าควรจะละงานนั้นไว้ให้แก่คนที่จะมาภายหลังข้าพเจ้า

2:18 Yea, I hated all my labour which I had taken under the sun: because I should leave it unto the man that shall be after me.

2:19 และใครจะทราบว่าเขาจะเป็นคนที่มีสติปัญญาหรือคนโง่เขลา ถึงอย่างนั้นเขาก็จะครอบครองบรรดางานหนักของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้ตรากตรำอยู่ และที่ข้าพเจ้าได้แสดงให้เห็นว่าข้าพเจ้ามีสติปัญญาภายใต้ดวงอาทิตย์ สิ่งนี้ก็อนิจจังด้วย

2:19 And who knoweth whether he shall be a wise man or a fool? yet shall he have rule over all my labour wherein I have laboured, and wherein I have shewed myself wise under the sun. This is also vanity.

2:20 ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงได้หันไปเพื่อทำให้จิตใจของข้าพเจ้าสิ้นหวังเรื่องงานหนักทั้งสิ้น ซึ่งข้าพเจ้าได้ตรากตรำอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์

2:20 Therefore I went about to cause my heart to despair of all the labour which I took under the sun.

2:21 ด้วยว่ามีคนที่การทำงานหนักของเขาอยู่ในสติปัญญา และในความรู้ และในความเที่ยงตรง แต่สำหรับคน ๆ หนึ่งที่ไม่ได้ทำงานหนักนั้น เขาจะทิ้งมันไว้ให้เป็นส่วนแบ่งแก่คน ๆ นั้น สิ่งนี้ก็อนิจจังด้วยและเลวร้ายยิ่ง

2:21 For there is a man whose labour is in wisdom, and in knowledge, and in equity; yet to a man that hath not laboured therein shall he leave it for his portion. This also is vanity and a great evil.

2:22 เพราะว่ามนุษย์ได้อะไรจากบรรดางานหนักของเขาและความวุ่นวายแห่งใจของเขา ที่เขาได้ตรากตรำอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์เล่า

2:22 For what hath man of all his labour, and of the vexation of his heart, wherein he hath laboured under the sun?

2:23 ด้วยว่าวันเวลาทั้งสิ้นของเขามีแต่บรรดาความโศกเศร้า และการตรากตรำทำงานของเขาก่อความทุกข์ใจ ใช่แล้ว จิตใจของเขาก็ไม่หยุดพักสงบในเวลากลางคืน สิ่งนี้ก็อนิจจังด้วย

2:23 For all his days are sorrows, and his travail grief; yea, his heart taketh not rest in the night. This is also vanity.

2:24 ไม่มีอะไรดีไปกว่าสำหรับมนุษย์ คือที่เขาจะกินและดื่ม และที่เขาจะทำให้จิตใจของเขายินดีในผลดีแห่งงานหนักของเขา สิ่งนี้ข้าพเจ้าได้เห็นเช่นกันว่า เป็นสิ่งที่มาจากพระหัตถ์ของพระเจ้า

2:24 There is nothing better for a man, than that he should eat and drink, and that he should make his soul enjoy good in his labour. This also I saw, that it was from the hand of God.

2:25 เพราะใครจะกินได้ หรือใครอื่นจะรีบเร่งมาถึงสิ่งนี้ได้ มากกว่าข้าพเจ้าเล่า

2:25 For who can eat, or who else can hasten hereunto, more than I?

2:26 เพราะว่าพระเจ้าประทานให้แก่คนที่พระองค์ทรงพอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์คือสติปัญญา ความรู้ และความยินดี แต่สำหรับคนบาปนั้นพระองค์ประทานความยากลำบากในการรวบรวมและการสะสมไว้ เพื่อที่เขาจะได้มอบให้แก่คนที่ดีต่อพระพักตร์พระเจ้า สิ่งนี้ก็อนิจจังและเป็นความวุ่นวายใจด้วย

2:26 For God giveth to a man that is good in his sight wisdom, and knowledge, and joy: but to the sinner he giveth travail, to gather and to heap up, that he may give to him that is good before God. This also is vanity and vexation of spirit.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope