กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 เธสะโลนิกา 2 / 1 Thessalonians 2

[1] [2] [3] [4] [5]

ความรับผิดชอบของเปาโลต่อการประกาศข่าวประเสริฐ
2:1 เพราะพวกท่านเอง พี่น้องทั้งหลาย ก็รู้จักการที่พวกเราเข้ามาหาพวกท่านว่ามันไม่ได้ไร้ประโยชน์เลย

Paul's Responsibility to Preaching the Gospel
2:1 For yourselves, brethren, know our entrance in unto you, that it was not in vain:

2:2 แต่แม้หลังจากพวกเราได้ทนความยากลำบากแต่ก่อน และได้รับการอัปยศต่าง ๆ ตามที่พวกท่านทราบแล้ว ที่เมืองฟีลิปปี พวกเราก็มีใจกล้าในพระเจ้าของพวกเราที่ได้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าแก่พวกท่าน ด้วยการโต้แย้งกันมากมาย

2:2 But even after that we had suffered before, and were shamefully entreated, as ye know, at Philippi, we were bold in our God to speak unto you the gospel of God with much contention.

2:3 เพราะว่าคำเตือนสติของพวกเรามิได้มาจากการหลอกลวง หรือการโสโครก หรือในอุบายใด ๆ

2:3 For our exhortation was not of deceit, nor of uncleanness, nor in guile:

2:4 แต่ว่าตามที่พระเจ้าได้ทรงอนุญาตที่จะมอบข่าวประเสริฐไว้กับพวกเรา พวกเราจึงกล่าวเช่นนั้น ไม่ใช่เพื่อให้เป็นที่พอใจของมนุษย์ แต่ให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ผู้ทรงทดสอบใจของพวกเรา

2:4 But as we were allowed of God to be put in trust with the gospel, even so we speak; not as pleasing men, but God, which trieth our hearts.

2:5 เพราะว่าพวกเราไม่ได้ใช้บรรดาถ้อยคำยกยอในเวลาใดเลยด้วย ซึ่งพวกท่านก็ทราบอยู่แล้ว และมิได้ใช้คำพูดเคลือบคลุมเพื่อความโลภเลย พระเจ้าทรงเป็นพยาน

2:5 For neither at any time used we flattering words, as ye know, nor a cloke of covetousness; God is witness:

2:6 และพวกเราก็ไม่ได้แสวงหาสง่าราศีจากมนุษย์ ทั้งจากพวกท่าน และจากคนอื่น ๆ ในเมื่อพวกเราจะเป็นภาระก็ได้ ในฐานะเป็นเหล่าอัครสาวกของพระคริสต์

2:6 Nor of men sought we glory, neither of you, nor yet of others, when we might have been burdensome, as the apostles of Christ.

2:7 แต่พวกเราได้อยู่ด้วยความสุภาพอ่อนโยนในท่ามกลางพวกท่าน เหมือนพี่เลี้ยงเลี้ยงดูลูก ๆ ของตน

2:7 But we were gentle among you, even as a nurse cherisheth her children:

2:8 ดังนั้น เมื่อพวกเรามีความปรารถนาเนื่องด้วยความรักที่มีต่อพวกท่านแล้ว พวกเราจึงพร้อมที่จะแบ่งปันแก่พวกท่าน มิใช่เพียงแต่ข่าวประเสริฐของพระเจ้าเท่านั้น แต่จิตใจของพวกเราเองด้วย เพราะพวกท่านเป็นที่รักของพวกเรา

2:8 So being affectionately desirous of you, we were willing to have imparted unto you, not the gospel of God only, but also our own souls, because ye were dear unto us.

2:9 เพราะพวกท่านก็จำได้ พี่น้องทั้งหลาย ถึงการทำงานหนักและการตรากตรำทำงานของพวกเรา โดยได้ทำงานหนักทั้งกลางคืนและกลางวัน เพราะว่าพวกเราไม่อยากเป็นภาระแก่ผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่าน พวกเราจึงได้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าแก่พวกท่าน

2:9 For ye remember, brethren, our labour and travail: for labouring night and day, because we would not be chargeable unto any of you, we preached unto you the gospel of God.

2:10 พวกท่านเป็นพยาน และพระเจ้าทรงเป็นพยานด้วยว่า พวกเราได้ประพฤติตัวอย่างบริสุทธิ์ และเที่ยงธรรม และปราศจากข้อตำหนิในท่ามกลางพวกท่านที่เชื่อ

2:10 Ye are witnesses, and God also, how holily and justly and unblameably we behaved ourselves among you that believe:

2:11 ตามที่พวกท่านทราบแล้วว่า พวกเราได้เตือนสติ และปลอบใจและกำชับพวกท่านทุกคน เหมือนอย่างบิดากระทำต่อบุตรทั้งหลายของตน

2:11 As ye know how we exhorted and comforted and charged every one of you, as a father doth his children,

2:12 ว่าพวกท่านควรดำเนินอย่างสมควรต่อพระเจ้า ผู้ได้ทรงเรียกพวกท่านมาสู่อาณาจักรและสง่าราศีของพระองค์

2:12 That ye would walk worthy of God, who hath called you unto his kingdom and glory.

จงระวังการข่มเหงจากพวกยิว
2:13 เพราะเหตุนี้ พวกเราจึงขอบพระคุณพระเจ้าไม่หยุดหย่อน เพราะว่าเมื่อพวกท่านได้รับพระวจนะของพระเจ้าซึ่งพวกท่านได้ยินจากพวกเรา พวกท่านไม่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของมนุษย์ แต่ได้รับไว้ตามความเป็นจริง เป็นพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งทำงานโดยได้ผลตามที่ตั้งใจภายในพวกท่านที่เชื่อด้วย

Beware of Jewish Persecution
2:13 For this cause also thank we God without ceasing, because, when ye received the word of God which ye heard of us, ye received it not as the word of men, but as it is in truth, the word of God, which effectually worketh also in you that believe.

2:14 ด้วยว่า พี่น้องทั้งหลาย พวกท่านได้กลายเป็นผู้ดำเนินตามแบบอย่างคริสตจักรเหล่านั้นของพระเจ้าในแคว้นยูเดียซึ่งอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะว่าพวกท่านได้ทนทุกข์ความลำบากต่าง ๆ แบบเดียวกันจากพลเมืองของพวกท่านเองเหมือนอย่างที่เขาเหล่านั้นได้รับจากพวกยิว

2:14 For ye, brethren, became followers of the churches of God which in Judaea are in Christ Jesus: for ye also have suffered like things of your own countrymen, even as they have of the Jews:

2:15 ผู้ซึ่งทั้งได้ปลงพระชนม์พระเยซูเจ้า และได้ประหารชีวิตพวกศาสดาพยากรณ์ของพวกเขาเอง และได้ข่มเหงพวกเรา และพวกเขาไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า และขัดแย้งกับคนทั้งปวง

2:15 Who both killed the Lord Jesus, and their own prophets, and have persecuted us; and they please not God, and are contrary to all men:

2:16 โดยห้ามพวกเราไม่ให้กล่าวแก่คนต่างชาติเพื่อจะให้พวกเขารอดได้ เพื่อ ‘ให้บาปของพวกเขาเต็มเปี่ยมเสมอ’ เพราะพระพิโรธจะมาถึงพวกเขาอย่างเต็มที่

2:16 Forbidding us to speak to the Gentiles that they might be saved, to fill up their sins alway: for the wrath is come upon them to the uttermost.

2:17 พี่น้องทั้งหลาย แต่พวกเราถูกพรากไปจากพวกท่านชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยถูกพรากไปแต่กายเท่านั้น ไม่ใช่จิตใจ พวกเราจึงได้พยายามอย่างมากที่จะเห็นหน้าของพวกท่านด้วยความปรารถนาอย่างยิ่ง

2:17 But we, brethren, being taken from you for a short time in presence, not in heart, endeavoured the more abundantly to see your face with great desire.

2:18 เพราะเหตุนั้นพวกเราจึงอยากมาหาพวกท่าน คือข้าพเจ้าเปาโล อยากมาหนแล้วหนเล่า แต่ซาตานได้ขัดขวางพวกเราไว้

2:18 Wherefore we would have come unto you, even I Paul, once and again; but Satan hindered us.

2:19 เพราะอะไรเล่าเป็นความหวัง หรือความยินดี หรือมงกุฎแห่งความชื่นชมยินดีของพวกเรา ก็มิใช่ท่านทั้งหลายต่อเบื้องพระพักตร์พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราหรอกหรือ ในตอนที่พระองค์เสด็จมา

2:19 For what is our hope, or joy, or crown of rejoicing? Are not even ye in the presence of our Lord Jesus Christ at his coming?

2:20 เพราะว่าพวกท่านเป็นสง่าราศีและความชื่นชมยินดีของพวกเรา

2:20 For ye are our glory and joy.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope