กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 เปโตร 2 / 1 Peter 2

[1] [2] [3] [4] [5]


2:1 เหตุฉะนั้น โดยวางบรรดาการคิดปองร้าย และการอุบายทั้งสิ้น และการหน้าซื่อใจคดทั้งหลาย และความอิจฉาริษยาต่าง ๆ และคำพูดชั่วร้ายทั้งปวง

2:1 Wherefore laying aside all malice, and all guile, and hypocrisies, and envies, and all evil speakings,

2:2 ดุจพวกเด็กทารกแรกเกิด จงปรารถนาน้ำนมอันบริสุทธิ์แห่งพระวจนะ เพื่อพวกท่านจะเติบโตขึ้นโดยพระวจนะนั้น

2:2 As newborn babes, desire the sincere milk of the word, that ye may grow thereby:

2:3 ถ้าหากว่าพวกท่านได้ชิมดูแล้วทราบว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา

2:3 If so be ye have tasted that the Lord is gracious.

2:4 โดยมาหาพระองค์ เหมือนมาถึงศิลาอันมีชีวิตอยู่ ซึ่งแท้จริงแล้วถูกปฏิเสธโดยมนุษย์ แต่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้ และทรงล้ำค่า

2:4 To whom coming, as unto a living stone, disallowed indeed of men, but chosen of God, and precious,

พวกคริสเตียนเป็นศิลาอันมีชีวิต
2:5 พวกท่านเช่นกัน ดุจบรรดาศิลาที่มีชีวิตอยู่ ก็ถูกก่อขึ้นเป็นพระนิเวศน์ฝ่ายจิตวิญญาณ เป็นพวกปุโรหิตอันบริสุทธิ์ เพื่อถวายบรรดาเครื่องบูชาฝ่ายจิตวิญญาณ เป็นที่ชอบพระทัยต่อพระเจ้าโดยพระเยซูคริสต์

Christians Are Living Stones
2:5 Ye also, as lively stones, are built up a spiritual house, an holy priesthood, to offer up spiritual sacrifices, acceptable to God by Jesus Christ.

2:6 เพราะฉะนั้นจึงมีอยู่ในพระคัมภีร์ด้วยว่า ‘ดูเถิด เราวางศิลามุมเอกก้อนหนึ่งลงในศิโยน เป็นที่ทรงเลือกสรรไว้ และทรงล้ำค่า และผู้ใดที่เชื่อในพระองค์นั้นก็จะไม่ได้รับความอับอาย’

2:6 Wherefore also it is contained in the scripture, Behold, I lay in Sion a chief corner stone, elect, precious: and he that believeth on him shall not be confounded.

2:7 เหตุฉะนั้นสำหรับพวกท่านที่เชื่อนั้น พระองค์ก็ทรงล้ำค่า แต่สำหรับคนทั้งหลายที่ไม่เชื่อฟังนั้น ‘ศิลาซึ่งช่างก่อได้ปฏิเสธเสีย ศิลานั้นเองได้ถูกทำให้เป็นศิลามุมเอกแล้ว’

2:7 Unto you therefore which believe he is precious: but unto them which be disobedient, the stone which the builders disallowed, the same is made the head of the corner,

2:8 และ ‘เป็นก้อนหินแห่งการสะดุด และเป็นศิลาแห่งการขัดเคืองใจ’ คือแก่คนเหล่านั้นซึ่งสะดุดเพราะเหตุพระวจนะ โดยเป็นคนไม่เชื่อฟัง ซึ่งพวกเขาถูกกำหนดไว้แก่การนั้นด้วย

2:8 And a stone of stumbling, and a rock of offence, even to them which stumble at the word, being disobedient: whereunto also they were appointed.

2:9 แต่พวกท่านเป็นชั่วอายุที่ทรงเลือกสรรไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติอันบริสุทธิ์ เป็นชนชาติอันประหลาด เพื่อพวกท่านจะได้สำแดงบรรดาคำสรรเสริญของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกพวกท่านให้ออกมาจากความมืด เข้าสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์

2:9 But ye are a chosen generation, a royal priesthood, an holy nation, a peculiar people; that ye should shew forth the praises of him who hath called you out of darkness into his marvellous light:

2:10 ซึ่งในอดีตหาเป็นประชาชนไม่ แต่บัดนี้เป็นประชาชนของพระเจ้าแล้ว ซึ่งในอดีตหาได้รับพระเมตตาไม่ แต่บัดนี้ได้รับพระเมตตาแล้ว

2:10 Which in time past were not a people, but are now the people of God: which had not obtained mercy, but now have obtained mercy.

2:11 พวกที่รักอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าขอวิงวอนพวกท่านเหมือนเป็นบรรดาคนแปลกถิ่นและเป็นผู้สัญจร ให้ละเว้นจากบรรดาราคะตัณหาฝ่ายเนื้อหนัง ซึ่งทำสงครามต่อจิตวิญญาณ

2:11 Dearly beloved, I beseech you as strangers and pilgrims, abstain from fleshly lusts, which war against the soul;

2:12 โดยให้การประพฤติของพวกท่านซื่อตรงท่ามกลางพวกคนต่างชาติ เพราะว่าในการที่พวกเขาพูดต่อต้านพวกท่านว่าเป็นพวกคนทำสิ่งชั่วร้ายนั้น โดยการกระทำดีทั้งหลายของพวกท่าน ซึ่งพวกเขาจะได้เห็น พวกเขาจะได้สรรเสริญพระเจ้าในวันแห่งการทรงเยี่ยมเยียน

2:12 Having your conversation honest among the Gentiles: that, whereas they speak against you as evildoers, they may by your good works, which they shall behold, glorify God in the day of visitation.

จงเชื่อฟังผู้ปกครองและกฎหมายของประเทศ
2:13 จงยอมจำนนตัวเองต่อบรรดากฎของมนุษย์เพราะเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ว่าจะต่อกษัตริย์ ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด

Obey Authorities, Government and Masters
2:13 Submit yourselves to every ordinance of man for the Lord's sake: whether it be to the king, as supreme;

2:14 หรือต่อบรรดาเจ้าเมือง เหมือนอย่างคนเหล่านั้นที่ถูกส่งไปโดยผู้นั้น เพื่อการลงโทษบรรดาคนทำสิ่งชั่วร้าย และเพื่อการยกย่องบรรดาคนที่กระทำดี

2:14 Or unto governors, as unto them that are sent by him for the punishment of evildoers, and for the praise of them that do well.

2:15 เพราะพระประสงค์ของพระเจ้าก็เป็นดังนั้นแหละ เพื่อโดยการกระทำดี พวกท่านจะระงับความโง่ของบรรดาคนโฉดเขลาให้สงบลง

2:15 For so is the will of God, that with well doing ye may put to silence the ignorance of foolish men:

2:16 ดุจคนที่เป็นไท และไม่ใช้เสรีภาพของพวกท่านเป็นสิ่งที่ปกคลุมความมุ่งร้าย แต่ในฐานะผู้รับใช้ทั้งหลายของพระเจ้า

2:16 As free, and not using your liberty for a cloke of maliciousness, but as the servants of God.

2:17 จงให้เกียรติมนุษย์ทุกคน จงรักบรรดาพี่น้อง จงยำเกรงพระเจ้า จงให้เกียรติกษัตริย์

2:17 Honour all men. Love the brotherhood. Fear God. Honour the king.

2:18 คนรับใช้ทั้งหลาย จงนอบน้อมต่อบรรดานายของพวกท่านด้วยความยำเกรงทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะต่อคนดีและสุภาพอ่อนโยนเท่านั้น แต่ต่อคนตลบตะแลงด้วย

2:18 Servants, be subject to your masters with all fear; not only to the good and gentle, but also to the froward.

2:19 ด้วยว่านี่เป็นสิ่งที่สมควรแก่คำขอบคุณ ถ้าผู้ใดเพราะเห็นแก่ใจวินิจฉัยผิดและชอบเฉพาะพระเจ้า ยอมอดทนต่อความโศกเศร้า โดยทนทุกข์ทรมานอย่างไม่เป็นธรรม

2:19 For this is thankworthy, if a man for conscience toward God endure grief, suffering wrongfully.

2:20 ด้วยว่าจะเป็นที่สรรเสริญอะไรเล่า ถ้าเมื่อพวกท่านถูกตีเพราะเหตุบรรดาความผิดพลาดของพวกท่าน พวกท่านก็ทนการถูกตีนั้นด้วยความอดทน แต่ว่าถ้าเมื่อพวกท่านกระทำการดี และทนความทุกข์ทรมานเพราะเหตุการกระทำดีนั้น พวกท่านก็รับเอาด้วยความอดทน สิ่งนี้แหละเป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้า

2:20 For what glory is it, if, when ye be buffeted for your faults, ye shall take it patiently? but if, when ye do well, and suffer for it, ye take it patiently, this is acceptable with God.

2:21 ด้วยว่าพวกท่านได้ถูกเรียกไว้สำหรับการนี้นั่นเอง เพราะว่าพระคริสต์ได้ทรงทนความทุกข์ทรมานเพื่อพวกเราเช่นกัน โดยมอบแบบอย่างไว้แก่พวกเรา เพื่อพวกท่านจะได้ตามรอยพระบาทของพระองค์

2:21 For even hereunto were ye called: because Christ also suffered for us, leaving us an example, that ye should follow his steps:

2:22 ผู้ไม่ได้ทรงกระทำบาปเลย และไม่ได้พบอุบายในพระโอษฐ์ของพระองค์เลย

2:22 Who did no sin, neither was guile found in his mouth:

2:23 ผู้ซึ่งเมื่อพระองค์ทรงถูกด่าว่า ก็ไม่ได้ทรงด่าว่ากลับเลย เมื่อพระองค์ทรงทนทุกข์ พระองค์ก็ไม่ได้ทรงคุกคาม แต่ทรงมอบพระองค์ไว้แด่พระองค์ผู้ทรงพิพากษาอย่างชอบธรรม

2:23 Who, when he was reviled, reviled not again; when he suffered, he threatened not; but committed himself to him that judgeth righteously:

2:24 พระองค์เองได้ทรงรับแบกบรรดาบาปของพวกเราไว้ในพระกายของพระองค์เองที่ต้นไม้นั้น เพื่อว่าพวกเรา ที่ตายต่อบาปทั้งหลายแล้ว ควรจะดำเนินชีวิตไปสู่ความชอบธรรม โดยรอยเฆี่ยนของพระองค์ พวกท่านจึงได้รับการรักษาให้หาย

2:24 Who his own self bare our sins in his own body on the tree, that we, being dead to sins, should live unto righteousness: by whose stripes ye were healed.

2:25 เพราะว่าพวกท่านเคยเป็นเหมือนแกะที่พลัดฝูงไป แต่บัดนี้ได้กลับมาหาพระผู้เลี้ยง และผู้ดูแลแห่งจิตวิญญาณของพวกท่านแล้ว

2:25 For ye were as sheep going astray; but are now returned unto the Shepherd and Bishop of your souls.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope