กลับหน้าแรก / Main Menu

 

วิวรณ์ 14 / Revelation 14

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22]

ความชื่นชมยินดีของคน 144,000 คน
14:1 และข้าพเจ้าได้แลเห็น และดูเถิด พระเมษโปดกทรงยืนอยู่บนภูเขาศิโยน และพร้อมกับพระองค์มีจำนวนหนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันคน โดยมีพระนามแห่งพระบิดาของพระองค์เขียนไว้ในหน้าผากของพวกเขา

The Rejoicing of the 144,000
14:1 And I looked, and, lo, a Lamb stood on the mount Sion, and with him an hundred forty and four thousand, having his Father's name written in their foreheads.

14:2 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงมาจากสวรรค์ เป็นเหมือนเสียงของน้ำมากหลาย และเป็นเหมือนเสียงแห่งฟ้าร้องใหญ่โต และข้าพเจ้าได้ยินเสียงของพวกดีดพิณเขาคู่กำลังบรรเลงพิณเขาคู่ทั้งหลายของพวกเขาอยู่

14:2 And I heard a voice from heaven, as the voice of many waters, and as the voice of a great thunder: and I heard the voice of harpers harping with their harps:

14:3 และคนเหล่านั้นร้องเพลงราวกับว่า เป็นเพลงบทใหม่ต่อหน้าพระที่นั่ง และต่อหน้าสัตว์ทั้งสี่นั้น และต่อหน้าพวกผู้อาวุโส และไม่มีมนุษย์คนใดสามารถเรียนรู้เพลงบทนั้นได้ นอกจากคนหนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันคนนั้น ซึ่งได้ทรงไถ่ไว้แล้วจากแผ่นดินโลก

14:3 And they sung as it were a new song before the throne, and before the four beasts, and the elders: and no man could learn that song but the hundred and forty and four thousand, which were redeemed from the earth.

14:4 คนเหล่านี้เป็นบรรดาคนที่มิได้เป็นมลทินกับผู้หญิง เพราะว่าพวกเขาเป็นพวกพรหมจารี คนเหล่านี้เป็นบรรดาคนที่ติดตามพระเมษโปดกไปยังที่ไหนก็ตามที่พระองค์เสด็จไปนั้น พวกเขาได้ถูกไถ่ไว้แล้วจากท่ามกลางมนุษย์ โดยเป็นผลแรกถวายแด่พระเจ้าและแด่พระเมษโปดก

14:4 These are they which were not defiled with women; for they are virgins. These are they which follow the Lamb whithersoever he goeth. These were redeemed from among men, being the firstfruits unto God and to the Lamb.

14:5 และในปากของพวกเขาไม่ได้พบคำอุบายใด ๆ เลย เพราะพวกเขาปราศจากความผิดต่อหน้าพระที่นั่งของพระเจ้า

14:5 And in their mouth was found no guile: for they are without fault before the throne of God.

ทูตสวรรค์องค์แรกประกาศข่าวประเสริฐนิรันดร์
14:6 และข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งบินอยู่ในท่ามกลางท้องฟ้าอากาศ โดยมีข่าวประเสริฐนิรันดร์เพื่อประกาศแก่คนทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลก และแก่ทุกประชาชาติ และตระกูล และภาษา และประชากร

The First Angel Announces the Everlasting Gospel
14:6 And I saw another angel fly in the midst of heaven, having the everlasting gospel to preach unto them that dwell on the earth, and to every nation, and kindred, and tongue, and people,

14:7 โดยกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “จงยำเกรงพระเจ้า และถวายสง่าราศีแด่พระองค์ เพราะว่าชั่วโมงแห่งการพิพากษาของพระองค์มาถึงแล้ว และจงนมัสการพระองค์ ‘ผู้ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก และทะเล’ และบ่อน้ำพุทั้งหลาย”

14:7 Saying with a loud voice, Fear God, and give glory to him; for the hour of his judgment is come: and worship him that made heaven, and earth, and the sea, and the fountains of waters.

ทูตสวรรค์องค์ที่สองประกาศเรื่องการล่มจมของบาบิโลน
14:8 และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งตามมา โดยกล่าวว่า “บาบิโลนล่มจมแล้ว ล่มจมแล้ว มหานครนั้น เพราะว่านครนั้นได้กระทำให้บรรดาประชาชาติทั้งปวงดื่มจากเหล้าองุ่นแห่งความเดือดดาลแห่งการล่วงประเวณีของนาง”

The Second Angel Announces the Fall of Spiritual Babylon
14:8 And there followed another angel, saying, Babylon is fallen, is fallen, that great city, because she made all nations drink of the wine of the wrath of her fornication.

ทูตสวรรค์องค์ที่สามประกาศว่าทุกคนที่นมัสการสัตว์ร้ายจะตกนรกเป็นนิตย์
14:9 และทูตสวรรค์องค์ที่สามตามสององค์แรกนั้นมา โดยกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “ถ้ามนุษย์คนใดบูชาสัตว์ร้ายและรูปจำลองของมัน และรับเครื่องหมายของมันไว้ในหน้าผากของตนหรือในมือของตน

The Third Angel Announces that All Worshipers of the Beast Go to Eternal Hell
14:9 And the third angel followed them, saying with a loud voice, If any man worship the beast and his image, and receive his mark in his forehead, or in his hand,

14:10 ผู้นั้นเองจะดื่มเหล้าองุ่นแห่งพระพิโรธของพระเจ้า ซึ่งถูกเทออกโดยปราศจากการระคนกับสิ่งใดลงในถ้วยแห่งความเดือดดาลของพระองค์ และเขาจะถูกทรมานด้วยไฟและกำมะถันต่อหน้าเหล่าทูตสวรรค์ผู้บริสุทธิ์ และต่อพระพักตร์พระเมษโปดก

14:10 The same shall drink of the wine of the wrath of God, which is poured out without mixture into the cup of his indignation; and he shall be tormented with fire and brimstone in the presence of the holy angels, and in the presence of the Lamb:

14:11 และควันแห่งการทรมานของพวกเขาก็พลุ่งขึ้นตลอดไปเป็นนิตย์และเป็นนิตย์ และพวกเขาไม่มีการพักผ่อนเลยทั้งกลางวันหรือกลางคืน ผู้ซึ่งบูชาสัตว์ร้ายและรูปจำลองของมัน และผู้ใดก็ตามที่รับเครื่องหมายแห่งชื่อของมัน”

14:11 And the smoke of their torment ascendeth up for ever and ever: and they have no rest day nor night, who worship the beast and his image, and whosoever receiveth the mark of his name.

พระสัญญาอันหอมหวานสำหรับพวกวิสุทธิชนทุกคน
14:12 นี่คือความอดทนของพวกวิสุทธิชน นี่คือคนทั้งหลายที่รักษาบรรดาพระบัญญัติของพระเจ้า และความเชื่อนั้นของพระเยซูไว้

Sweet Assurance for All the Saved
14:12 Here is the patience of the saints: here are they that keep the commandments of God, and the faith of Jesus.

14:13 และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงจากสวรรค์ ซึ่งกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “จงเขียนไว้เถิดว่า ตั้งแต่นี้สืบไปคนทั้งหลายซึ่งตายในองค์พระผู้เป็นเจ้าจะได้รับพร” “ใช่แล้ว” พระวิญญาณตรัสว่า “เพื่อพวกเขาจะได้หยุดพักจากบรรดาการทำงานหนักของพวกเขา และการงานทั้งหลายของพวกเขาก็ติดตามพวกเขาไปแน่นอน”

14:13 And I heard a voice from heaven saying unto me, Write, Blessed are the dead which die in the Lord from henceforth: Yea, saith the Spirit, that they may rest from their labours; and their works do follow them.

การเก็บเกี่ยวแห่งแผ่นดินโลก
14:14 และข้าพเจ้าได้แลเห็น และดูเถิด มีเมฆสีขาวก้อนหนึ่ง และบนเมฆนั้นมีผู้หนึ่งประทับอยู่เหมือนกับบุตรมนุษย์ โดยสวมมงกุฎทองคำบนพระเศียรของพระองค์ และในพระหัตถ์ของพระองค์ทรงถือเคียวอันคม

Reaping the Harvest of the Earth
14:14 And I looked, and behold a white cloud, and upon the cloud one sat like unto the Son of man, having on his head a golden crown, and in his hand a sharp sickle.

14:15 และมีทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งออกมาจากพระวิหาร โดยร้องด้วยเสียงดังต่อพระองค์ ผู้ประทับบนเมฆนั้นว่า “ขอทรงตวัดเคียวของพระองค์และเกี่ยวไปเถิด เพราะว่าถึงเวลาที่พระองค์จะเกี่ยวแล้ว เพราะว่าการเก็บเกี่ยวแห่งแผ่นดินโลกนั้นก็สุกแล้ว”

14:15 And another angel came out of the temple, crying with a loud voice to him that sat on the cloud, Thrust in thy sickle, and reap: for the time is come for thee to reap; for the harvest of the earth is ripe.

14:16 และพระองค์ผู้ประทับบนเมฆนั้น ได้ทรงตวัดเคียวของพระองค์นั้นบนแผ่นดินโลก และแผ่นดินโลกก็ได้ถูกเกี่ยวแล้ว

14:16 And he that sat on the cloud thrust in his sickle on the earth; and the earth was reaped.

14:17 และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งก็ออกมาจากพระวิหารซึ่งอยู่ในสวรรค์ ท่านก็ถือเคียวอันคมเช่นเดียวกัน

14:17 And another angel came out of the temple which is in heaven, he also having a sharp sickle.

14:18 และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งได้ออกมาจากแท่นบูชา ผู้ซึ่งมีฤทธิ์เหนือไฟ และร้องด้วยเสียงดังแก่ทูตองค์นั้นที่ถือเคียวอันคมนั้นว่า “ท่านจงตวัดเคียวอันคมของท่าน และเกี่ยวเก็บบรรดาพวงองุ่นแห่งต้นองุ่นของแผ่นดินโลก เพราะบรรดาลูกองุ่นนั้นของมันสุกเต็มที่แล้ว”

14:18 And another angel came out from the altar, which had power over fire; and cried with a loud cry to him that had the sharp sickle, saying, Thrust in thy sharp sickle, and gather the clusters of the vine of the earth; for her grapes are fully ripe.

14:19 และทูตสวรรค์องค์นั้นก็ตวัดเคียวของท่านเข้าไปในแผ่นดินโลก และรวบรวมเถาองุ่นนั้นแห่งแผ่นดินโลก และขว้างมันลงไปในบ่อย่ำองุ่นอันใหญ่แห่งพระพิโรธของพระเจ้า

14:19 And the angel thrust in his sickle into the earth, and gathered the vine of the earth, and cast it into the great winepress of the wrath of God.

14:20 และบ่อย่ำองุ่นนั้นถูกย่ำภายนอกเมือง และโลหิตไหลออกจากบ่อย่ำองุ่นนั้น สูงกระทั่งถึงบังเหียนม้า ไหลนองไปประมาณสามร้อยกิโลเมตร

14:20 And the winepress was trodden without the city, and blood came out of the winepress, even unto the horse bridles, by the space of a thousand and six hundred furlongs.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope