กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 ซามูเอล 1 / 1 Samuel 1

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31]

ฮันนาห์อธิษฐานขอบุตรชายต่อพระเยโฮวาห์
1:1 ต่อไปนี้ มีชายคนหนึ่งเป็นชาวรามาธาอิมโซฟิม แห่งแดนเทือกเขาเอฟราอิม และชื่อของท่านคือ เอลคานาห์ บุตรชายของเยโรฮัม ผู้เป็นบุตรชายของเอลีฮู ผู้เป็นบุตรชายของโทหุ ผู้เป็นบุตรชายของศูฟ เป็นคนเอฟราอิม

Hannah Asked the Lord for a Son
1:1 Now there was a certain man of Ramathaimzophim, of mount Ephraim, and his name was Elkanah, the son of Jeroham, the son of Elihu, the son of Tohu, the son of Zuph, an Ephrathite:

1:2 และท่านมีภรรยาสองคน ชื่อของคนหนึ่งคือ ฮันนาห์ และชื่อของอีกคนหนึ่งคือ เปนินนาห์ และเปนินนาห์มีบุตร แต่ฮันนาห์ไม่มีบุตร

1:2 And he had two wives; the name of the one was Hannah, and the name of the other Peninnah: and Peninnah had children, but Hannah had no children.

1:3 และชายคนนี้เคยขึ้นไปจากเมืองของตนทุกปี เพื่อไปนมัสการและถวายเครื่องสัตวบูชาแด่พระเยโฮวาห์จอมโยธาที่เมืองชีโลห์ และบุตรชายสองคนของเอลีคือ โฮฟนีและฟีเนหัส ผู้เป็นปุโรหิตแห่งพระเยโฮวาห์ ก็อยู่ที่นั่น

1:3 And this man went up out of his city yearly to worship and to sacrifice unto the LORD of hosts in Shiloh. And the two sons of Eli, Hophni and Phinehas, the priests of the LORD, were there.

1:4 และเมื่อถึงเวลาที่เอลคานาห์จะถวายเครื่องสัตวบูชา ท่านก็ได้แบ่งส่วนให้แก่เปนินนาห์ภรรยาของท่านและแก่บุตรชายบุตรสาวทุกคนของนาง

1:4 And when the time was that Elkanah offered, he gave to Peninnah his wife, and to all her sons and her daughters, portions:

1:5 แต่ท่านแบ่งส่วนที่ดีที่สุดให้แก่ฮันนาห์ เพราะท่านรักฮันนาห์ แต่พระเยโฮวาห์ได้ทรงปิดครรภ์ของนางเสีย

1:5 But unto Hannah he gave a worthy portion; for he loved Hannah: but the LORD had shut up her womb.

1:6 และคู่แข่งของนางก็ยั่วเย้านางอย่างรุนแรง เพื่อกระทำให้นางทุกข์ใจ เพราะเหตุที่พระเยโฮวาห์ได้ทรงปิดครรภ์ของนางเสีย

1:6 And her adversary also provoked her sore, for to make her fret, because the LORD had shut up her womb.

1:7 และตามที่ท่านเคยกระทำปีแล้วปีเล่า เมื่อนางขึ้นไปยังพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์ คู่แข่งของนางก็ยั่วเย้านาง เพราะฉะนั้นนางจึงร้องไห้และไม่รับประทานสิ่งใดเลย

1:7 And as he did so year by year, when she went up to the house of the LORD, so she provoked her; therefore she wept, and did not eat.

1:8 แล้วเอลคานาห์สามีของนางพูดกับนางว่า “ฮันนาห์ เธอร้องไห้ทำไม และเหตุใดเธอจึงไม่รับประทานอะไร และทำไมจิตใจของเธอจึงโศกเศร้า สำหรับเธอเราไม่ดีกว่าบุตรชายสิบคนหรือ”

1:8 Then said Elkanah her husband to her, Hannah, why weepest thou? and why eatest thou not? and why is thy heart grieved? am not I better to thee than ten sons?

1:9 ดังนั้น หลังจากที่พวกเขาได้รับประทานที่เมืองชีโลห์และหลังจากที่พวกเขาได้ดื่มแล้ว ฮันนาห์ก็ลุกขึ้น ในสมัยนั้นเอลีผู้เป็นปุโรหิตได้นั่งอยู่ที่เก้าอี้ที่อยู่ข้างเสาประตูพระวิหารของพระเยโฮวาห์

1:9 So Hannah rose up after they had eaten in Shiloh, and after they had drunk. Now Eli the priest sat upon a seat by a post of the temple of the LORD.

ฮันนาห์ปฏิญาณจะถวายบุตรชายแด่พระเยโฮวาห์
1:10 และนางเป็นทุกข์ร้อนใจมาก และได้อธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์และร้องไห้คร่ำครวญ

Hannah's Vow to Give Her Son to the Lord
1:10 And she was in bitterness of soul, and prayed unto the LORD, and wept sore.

1:11 และนางได้ปฏิญาณไว้ และกล่าวว่า “โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์จอมโยธา ถ้าพระองค์จะทอดพระเนตรความทุกข์ใจของหญิงผู้รับใช้ของพระองค์อย่างแท้จริงแล้ว และระลึกถึงข้าพระองค์ และไม่ลืมหญิงผู้รับใช้ของพระองค์ แต่จะทรงประทานบุตรชายแก่หญิงผู้รับใช้ของพระองค์สักคนหนึ่งแล้ว ดังนั้นข้าพระองค์จะถวายเขาไว้แด่พระเยโฮวาห์ตลอดวันเวลาแห่งชีวิตของเขา และมีดโกนจะไม่แตะต้องศีรษะของเขาเลย”

1:11 And she vowed a vow, and said, O LORD of hosts, if thou wilt indeed look on the affliction of thine handmaid, and remember me, and not forget thine handmaid, but wilt give unto thine handmaid a man child, then I will give him unto the LORD all the days of his life, and there shall no razor come upon his head.

1:12 และต่อมา ขณะเมื่อนางยังอธิษฐานต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์อยู่นั้น เอลีก็สังเกตดูปากของนาง

1:12 And it came to pass, as she continued praying before the LORD, that Eli marked her mouth.

1:13 สำหรับฮันนาห์นั้น นางพูดแต่ในใจของนาง ริมฝีปากของนางมุบมิบเท่านั้น แต่ไม่ได้ยินเสียงของนาง ฉะนั้นเอลีจึงคิดว่านางมึนเมา

1:13 Now Hannah, she spake in her heart; only her lips moved, but her voice was not heard: therefore Eli thought she had been drunken.

1:14 และเอลีได้พูดกับนางว่า “เจ้าจะเมาไปนานสักเท่าใด เจ้าจงทิ้งเหล้าองุ่นของเจ้าเสียเถิด”

1:14 And Eli said unto her, How long wilt thou be drunken? put away thy wine from thee.

1:15 แล้วฮันนาห์ตอบและกล่าวว่า “มิใช่เช่นนั้น เจ้านายของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นหญิงที่มีใจเป็นทุกข์โศกเศร้า ข้าพเจ้ามิได้ดื่มเหล้าองุ่นหรือสุรา แต่ข้าพเจ้าระบายความในจิตใจของข้าพเจ้าออกต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์

1:15 And Hannah answered and said, No, my lord, I am a woman of a sorrowful spirit: I have drunk neither wine nor strong drink, but have poured out my soul before the LORD.

1:16 ขออย่าถือว่าหญิงผู้รับใช้ของท่านเป็นลูกของเบลีอัล เพราะที่ข้าพเจ้าพูดมากนั้นก็พูดด้วยความกระวนกระวายและความโศกเศร้ามาก”

1:16 Count not thine handmaid for a daughter of Belial: for out of the abundance of my complaint and grief have I spoken hitherto.

1:17 แล้วเอลีตอบและพูดว่า “จงกลับไปเป็นสุขเถิด และขอพระเจ้าแห่งอิสราเอลทรงโปรดประทานตามการร้องขอของเจ้า ตามที่เจ้าได้อธิษฐานทูลขอต่อพระองค์นั้น”

1:17 Then Eli answered and said, Go in peace: and the God of Israel grant thee thy petition that thou hast asked of him.

1:18 และนางกล่าวว่า “ขอให้หญิงผู้รับใช้ของท่านได้รับความกรุณาในสายตาของท่านเถิด” แล้วหญิงนั้นก็ไปตามทางของนางและรับประทาน และสีหน้าของนางก็ไม่เศร้าหมองอีกต่อไป

1:18 And she said, Let thine handmaid find grace in thy sight. So the woman went her way, and did eat, and her countenance was no more sad.

1:19 และเขาทั้งหลายก็ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ และนมัสการต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์ และกลับไปยังบ้านของพวกเขาที่รามาห์ และเอลคานาห์ก็ร่วมรู้กับฮันนาห์ภรรยาของตน และพระเยโฮวาห์ทรงระลึกถึงนาง

1:19 And they rose up in the morning early, and worshipped before the LORD, and returned, and came to their house to Ramah: and Elkanah knew Hannah his wife; and the LORD remembered her.

การกำเนิดของซามูเอล
1:20 แล้วต่อมา หลังจากที่ฮันนาห์ได้ตั้งครรภ์แล้ว เมื่อถึงเวลากำหนด นางก็คลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเรียกชื่อของทารกนั้นว่า ซามูเอล กล่าวว่า “เพราะเหตุว่าข้าพเจ้าทูลขอทารกคนนี้มาจากพระเยโฮวาห์”

The Birth of Samuel
1:20 Wherefore it came to pass, when the time was come about after Hannah had conceived, that she bare a son, and called his name Samuel, saying, Because I have asked him of the LORD.

1:21 ส่วนชายคนนั้นคือ เอลคานาห์ และทุกคนในครอบครัวของท่าน ได้ขึ้นไปถวายเครื่องสัตวบูชาประจำปีแด่พระเยโฮวาห์ และทำตามคำปฏิญาณของท่าน

1:21 And the man Elkanah, and all his house, went up to offer unto the LORD the yearly sacrifice, and his vow.

1:22 แต่ฮันนาห์มิได้ขึ้นไป เพราะนางได้พูดกับสามีของนางว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ขึ้นไปจนกว่าทารกนี้หย่านมแล้ว และตอนนั้นข้าพเจ้าจะพาเขาขึ้นไป เพื่อเขาจะได้ปรากฏตัวต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์ และอาศัยอยู่ที่นั่นตลอดไป”

1:22 But Hannah went not up; for she said unto her husband, I will not go up until the child be weaned, and then I will bring him, that he may appear before the LORD, and there abide for ever.

1:23 และเอลคานาห์สามีของนางพูดกับนางว่า “จงทำตามที่เธอเห็นชอบเถิด รออยู่จนกว่าเธอจะให้เขาหย่านม ขอเพียงพระเยโฮวาห์ทรงกระทำให้พระดำรัสของพระองค์สำเร็จเถิด” ดังนั้นนางก็คอยอยู่และให้บุตรชายของนางกินนมจนกว่านางจะให้เขาหย่านม

1:23 And Elkanah her husband said unto her, Do what seemeth thee good; tarry until thou have weaned him; only the LORD establish his word. So the woman abode, and gave her son suck until she weaned him.

ฮันนาห์พาซามูเอลมาถวายแด่พระเยโฮวาห์
1:24 และเมื่อนางให้เขาหย่านมแล้ว นางก็พาเขาขึ้นไปพร้อมกับนาง พร้อมด้วยวัวตัวผู้สามตัว แป้งหนึ่งเอฟาห์ และถุงหนังน้ำองุ่นหนึ่งถุง และนางก็นำเขามาที่พระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์ที่เมืองชีโลห์ และเด็กนั้นก็ยังเล็กอยู่

Samuel is Given to the Lord
1:24 And when she had weaned him, she took him up with her, with three bullocks, and one ephah of flour, and a bottle of wine, and brought him unto the house of the LORD in Shiloh: and the child was young.

1:25 และเขาทั้งหลายก็ฆ่าวัวตัวผู้หนึ่งตัว และนำเด็กนั้นมาหาเอลี

1:25 And they slew a bullock, and brought the child to Eli.

1:26 และนางกล่าวว่า “โอ เจ้านายของข้าพเจ้า ท่านมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เจ้านายของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ที่นี่ต่อหน้าท่าน และอธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์

1:26 And she said, Oh my lord, as thy soul liveth, my lord, I am the woman that stood by thee here, praying unto the LORD.

1:27 ข้าพเจ้าอธิษฐานขอเด็กคนนี้ และพระเยโฮวาห์ทรงโปรดประทานตามการร้องขอของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าได้อธิษฐานทูลขอต่อพระองค์

1:27 For this child I prayed; and the LORD hath given me my petition which I asked of him:

1:28 เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงให้ยืมเขาถวายแด่พระเยโฮวาห์ด้วย ตราบใดที่เขามีชีวิตอยู่ จะให้ยืมเขาไว้แด่พระเยโฮวาห์” และเขาก็นมัสการพระเยโฮวาห์ที่นั่น

1:28 Therefore also I have lent him to the LORD; as long as he liveth he shall be lent to the LORD. And he worshipped the LORD there.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope