กลับหน้าแรก / Main Menu

 

เอสเธอร์ 2 / Esther 2

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10]

เอสเธอร์รับตำแหน่งเป็นพระราชินี
2:1 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ เมื่อพระพิโรธของกษัตริย์อาหสุเอรัสสงบลง พระองค์ทรงระลึกถึงวัชทีและสิ่งที่พระนางได้ทรงกระทำ และกฤษฎีกาที่ทรงออกสั่งห้ามพระนาง

Esther Becomes Queen
2:1 After these things, when the wrath of king Ahasuerus was appeased, he remembered Vashti, and what she had done, and what was decreed against her.

2:2 แล้วเหล่าข้าราชการของกษัตริย์ที่ปรนนิบัติพระองค์อยู่จึงทูลว่า “ขอทรงให้หาบรรดาหญิงพรหมจารีสาวสวยมาถวายกษัตริย์

2:2 Then said the king's servants that ministered unto him, Let there be fair young virgins sought for the king:

2:3 และขอกษัตริย์ทรงแต่งตั้งพวกเจ้าหน้าที่ในทุกมณฑลแห่งราชอาณาจักรของพระองค์ เพื่อคนเหล่านั้นจะรวบรวมหญิงสาวพรหมจารีงดงามทั้งหลายมายังสุสาปราสาท เข้ามาอยู่ในฮาเร็ม ให้อยู่ในอารักขาของเฮกัยขันทีของกษัตริย์ ผู้ดูแลพวกสตรี และขอประทานบรรดาเครื่องชำระล้างสำหรับหญิงเหล่านั้น

2:3 And let the king appoint officers in all the provinces of his kingdom, that they may gather together all the fair young virgins unto Shushan the palace, to the house of the women, unto the custody of Hege the king's chamberlain, keeper of the women; and let their things for purification be given them:

2:4 และขอให้หญิงสาวคนที่กษัตริย์พอพระทัยได้เป็นพระราชินีแทนวัชที” และสิ่งนี้พอพระทัยกษัตริย์ และพระองค์ทรงกระทำตามนั้น

2:4 And let the maiden which pleaseth the king be queen instead of Vashti. And the thing pleased the king; and he did so.

2:5 บัดนี้ ในสุสาปราสาทมีคนยิวคนหนึ่ง ชื่อของท่านคือโมรเดคัย บุตรชายของยาอีร์ ผู้เป็นบุตรชายของชิเมอี ผู้เป็นบุตรชายของคีช คนเบนยามิน

2:5 Now in Shushan the palace there was a certain Jew, whose name was Mordecai, the son of Jair, the son of Shimei, the son of Kish, a Benjamite;

2:6 ผู้ได้ถูกกวาดต้อนจากกรุงเยรูซาเล็มมาพร้อมกับพวกเชลยที่ได้ถูกกวาดต้อนมาพร้อมกับเยโคนิยาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ ผู้ซึ่งเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลนได้กวาดต้อนมานั้น

2:6 Who had been carried away from Jerusalem with the captivity which had been carried away with Jeconiah king of Judah, whom Nebuchadnezzar the king of Babylon had carried away.

2:7 และท่านได้เลี้ยงดูฮาดัสซาห์คือเอสเธอร์บุตรสาวลุงของท่าน เพราะเธอไม่มีพ่อแม่ และสาวคนนี้รูปงามและน่าดูน่าชม เมื่อบิดามารดาของเธอสิ้นชีวิตแล้ว โมรเดคัยก็รับเธอมาเลี้ยงเป็นบุตรสาวของตนเอง

2:7 And he brought up Hadassah, that is, Esther, his uncle's daughter: for she had neither father nor mother, and the maid was fair and beautiful; whom Mordecai, when her father and mother were dead, took for his own daughter.

2:8 ต่อมา เมื่อพระบัญชาของกษัตริย์และกฤษฎีกาของพระองค์ถูกประกาศออกไป และเมื่อหญิงสาวเป็นอันมากถูกรวบรวมเข้ามาในสุสาปราสาทให้อยู่ภายใต้อารักขาของเฮกัย เอสเธอร์ก็ถูกนำเข้ามาไว้ในราชสำนักของกษัตริย์เช่นกันภายใต้อารักขาของเฮกัยผู้ดูแลพวกสตรี

2:8 So it came to pass, when the king's commandment and his decree was heard, and when many maidens were gathered together unto Shushan the palace, to the custody of Hegai, that Esther was brought also unto the king's house, to the custody of Hegai, keeper of the women.

2:9 และหญิงคนนั้นเป็นที่พอใจเขาและเธอได้รับความกรุณาจากเขา และเขารีบจัดหาเครื่องชำระล้างให้เธอ พร้อมกับสิ่งของต่าง ๆ ที่เป็นของเธอ และสาวใช้เจ็ดคน ซึ่งเหมาะที่จะให้เธอ จากราชสำนักของกษัตริย์ และเขาเลื่อนเธอและพวกสาวใช้ของเธอขึ้นไปยังสถานที่ที่ดีที่สุดในฮาเร็มนั้น

2:9 And the maiden pleased him, and she obtained kindness of him; and he speedily gave her her things for purification, with such things as belonged to her, and seven maidens, which were meet to be given her, out of the king's house: and he preferred her and her maids unto the best place of the house of the women.

2:10 เอสเธอร์ยังไม่ได้บอกให้ทราบถึงชนชาติและญาติพี่น้องของเธอ เพราะโมรเดคัยได้กำชับเธอว่าเธอไม่ควรเปิดเผยเรื่องนั้น

2:10 Esther had not shewed her people nor her kindred: for Mordecai had charged her that she should not shew it.

2:11 และทุก ๆ วันโมรเดคัยเดินอยู่หน้าลานของฮาเร็ม เพื่อที่จะทราบว่าเอสเธอร์เป็นอย่างไรบ้าง และอะไรจะเกิดขึ้นแก่เธอ

2:11 And Mordecai walked every day before the court of the women's house, to know how Esther did, and what should become of her.

2:12 บัดนี้ เมื่อถึงเวรที่สาว ๆ ทุกคนจะเข้าไปเฝ้ากษัตริย์อาหสุเอรัส หลังจากหญิงนั้นได้เตรียมตัวเป็นเวลาสิบสองเดือนแล้ว ตามระเบียบของหญิงเหล่านั้น (เพราะนี่เป็นเวลาปกติสำหรับการชำระล้างของหญิงเหล่านั้น คือชโลมกายด้วยน้ำมันกำยานเป็นเวลาหกเดือน และด้วยน้ำหอมต่าง ๆ เป็นเวลาหกเดือน และด้วยสิ่งอื่น ๆ สำหรับการชำระล้างผู้หญิงเหล่านั้น)

2:12 Now when every maid's turn was come to go in to king Ahasuerus, after that she had been twelve months, according to the manner of the women, (for so were the days of their purifications accomplished, to wit, six months with oil of myrrh, and six months with sweet odours, and with other things for the purifying of the women;)

2:13 จากนั้นสาว ๆ ทุกคนก็เข้าไปเฝ้ากษัตริย์อย่างนี้ สิ่งใดก็ตามที่เธอปรารถนาก็ถูกมอบให้แก่เธอ เพื่อที่จะนำติดตัวเธอจากฮาเร็มเข้าไปยังราชสำนักของกษัตริย์

2:13 Then thus came every maiden unto the king; whatsoever she desired was given her to go with her out of the house of the women unto the king's house.

2:14 ในเวลาตอนเย็นเธอเข้าไปเฝ้า และในวันต่อมาเธอก็กลับเข้ามาอยู่ในฮาเร็มที่สองในอารักขาของชาอัชกาสขันทีของกษัตริย์ผู้ดูแลพวกนางสนม เธอไม่ได้เข้าไปเฝ้ากษัตริย์อีก นอกจากกษัตริย์จะพอพระทัยในเธอ และทรงเรียกเธอตามชื่อให้เข้าเฝ้า

2:14 In the evening she went, and on the morrow she returned into the second house of the women, to the custody of Shaashgaz, the king's chamberlain, which kept the concubines: she came in unto the king no more, except the king delighted in her, and that she were called by name.

2:15 บัดนี้ เมื่อถึงเวรของเอสเธอร์ บุตรสาวของอาบีฮาอิล ลุงของโมรเดคัยผู้ซึ่งได้รับเธอไว้เป็นบุตรสาวของตน จะเข้าเฝ้ากษัตริย์ เธอมิได้ขอสิ่งใด นอกจากสิ่งที่เฮกัยขันทีของกษัตริย์ผู้ดูแลพวกสตรีกำหนดไว้ และเอสเธอร์ได้รับความโปรดปรานในสายตาของทุกคนที่มองดูเธอ

2:15 Now when the turn of Esther, the daughter of Abihail the uncle of Mordecai, who had taken her for his daughter, was come to go in unto the king, she required nothing but what Hegai the king's chamberlain, the keeper of the women, appointed. And Esther obtained favour in the sight of all them that looked upon her.

2:16 แล้วเอสเธอร์ถูกพาเข้าไปเฝ้ากษัตริย์อาหสุเอรัสในพระราชสำนักของพระองค์ ในเดือนสิบซึ่งเป็นเดือนเทเบทในปีที่เจ็ดแห่งรัชกาลของพระองค์

2:16 So Esther was taken unto king Ahasuerus into his house royal in the tenth month, which is the month Tebeth, in the seventh year of his reign.

2:17 และกษัตริย์ทรงรักเอสเธอร์ยิ่งกว่าบรรดาหญิงทั้งปวงนั้น และเธอได้รับพระกรุณาและความโปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์มากกว่าหญิงพรหมจารีทั้งสิ้น พระองค์จึงทรงสวมพระมงกุฎบนศีรษะของเธอ และทรงตั้งเธอให้เป็นพระราชินีแทนวัชที

2:17 And the king loved Esther above all the women, and she obtained grace and favour in his sight more than all the virgins; so that he set the royal crown upon her head, and made her queen instead of Vashti.

2:18 แล้วกษัตริย์พระราชทานการเลี้ยงใหญ่แก่บรรดาประมุขและข้าราชการทั้งปวงของพระองค์ เป็นการเลี้ยงของพระนางเอสเธอร์ และพระองค์ทรงอนุมัติให้งดส่วยแก่มณฑลทั้งปวง และพระราชทานของกำนัล ตามพระทัยกว้างขวางของกษัตริย์

2:18 Then the king made a great feast unto all his princes and his servants, even Esther's feast; and he made a release to the provinces, and gave gifts, according to the state of the king.

2:19 และเมื่อบรรดาหญิงพรหมจารีถูกรวบรวมมาครั้งที่สอง เวลานั้นโมรเดคัยนั่งอยู่ที่ประตูของกษัตริย์

2:19 And when the virgins were gathered together the second time, then Mordecai sat in the king's gate.

2:20 พระนางเอสเธอร์นั้นยังไม่ได้ทรงให้ใครทราบถึงพระญาติหรือชนชาติของพระนาง ตามที่โมรเดคัยได้กำชับพระนางไว้ เพราะพระนางเอสเธอร์ทรงทำตามคำสั่งของโมรเดคัย เหมือนกับตอนที่เขาเลี้ยงดูพระนางมา

2:20 Esther had not yet shewed her kindred nor her people; as Mordecai had charged her: for Esther did the commandment of Mordecai, like as when she was brought up with him.

โมรเดคัยช่วยชีวิตของกษัตริย์
2:21 ในวันเหล่านั้น ขณะเมื่อโมรเดคัยนั่งอยู่ที่ประตูของกษัตริย์ ขันทีสองคนของกษัตริย์คือ บิกธานและเทเรช ซึ่งเป็นพวกที่เฝ้าประตู เกิดบันดาลโทสะและหาช่องที่จะประทุษร้ายกษัตริย์อาหสุเอรัส

Mordecai Saves the King's Life
2:21 In those days, while Mordecai sat in the king's gate, two of the king's chamberlains, Bigthan and Teresh, of those which kept the door, were wroth, and sought to lay hand on the king Ahasuerus.

2:22 และเรื่องนี้รู้ถึงโมรเดคัย ผู้ซึ่งทูลเรื่องนี้ต่อพระราชินีเอสเธอร์ และพระนางเอสเธอร์รับรองกษัตริย์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในนามของโมรเดคัย

2:22 And the thing was known to Mordecai, who told it unto Esther the queen; and Esther certified the king thereof in Mordecai's name.

2:23 และเมื่อมีการสอบสวนถึงเรื่องนี้แล้ว ก็พบว่าเป็นความจริง ฉะนั้นสองคนนั้นจึงถูกแขวนเสียที่ต้นไม้ และมีบันทึกเรื่องนี้ไว้ในหนังสือพงศาวดารต่อพระพักตร์ของกษัตริย์

2:23 And when inquisition was made of the matter, it was found out; therefore they were both hanged on a tree: and it was written in the book of the chronicles before the king.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope