กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 โครินธ์ 1 / 1 Corinthians 1

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16]

ผู้รับใช้ที่รับการแยกตั้งไว้ และบุตรของพระเจ้าเป็นนิตย์
1:1 เปาโล ผู้ซึ่งถูกเรียกให้เป็นอัครสาวกของพระเยซูคริสต์โดยทางน้ำพระทัยของพระเจ้า และโสสเธเนสพี่น้องของพวกเรา

Sanctified Servants and Eternal Children of God
1:1 Paul, called to be an apostle of Jesus Christ through the will of God, and Sosthenes our brother,

1:2 เรียน คริสตจักรของพระเจ้าซึ่งอยู่ที่เมืองโครินธ์ แก่คนทั้งหลายที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วในพระเยซูคริสต์ ได้ถูกเรียกให้เป็นพวกวิสุทธิชน ด้วยกันกับบรรดาคนในทุกแห่งหนที่ร้องออกพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา ทั้งของพวกเขาและของพวกเรา

1:2 Unto the church of God which is at Corinth, to them that are sanctified in Christ Jesus, called to be saints, with all that in every place call upon the name of Jesus Christ our Lord, both theirs and ours:

1:3 ขอพระคุณและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาของพวกเราและจากพระเยซูคริสต์เจ้า จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด

1:3 Grace be unto you, and peace, from God our Father, and from the Lord Jesus Christ.

1:4 ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าเสมอเพื่อพวกท่าน เพราะพระคุณของพระเจ้าซึ่งประทานแก่พวกท่านโดยทางพระเยซูคริสต์

1:4 I thank my God always on your behalf, for the grace of God which is given you by Jesus Christ;

1:5 ว่าในทุกสิ่งทุกอย่างพวกท่านได้รับความบริบูรณ์โดยทางพระองค์ ในการพูดทุกอย่างและในบรรดาความรู้

1:5 That in every thing ye are enriched by him, in all utterance, and in all knowledge;

1:6 เหมือนกับที่คำพยานของพระคริสต์นั้นได้รับการยืนยันในพวกท่านแล้ว

1:6 Even as the testimony of Christ was confirmed in you:

1:7 จนพวกท่านมิได้ขาดของประทานใด ๆ เลย โดยรอคอยการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา

1:7 So that ye come behind in no gift; waiting for the coming of our Lord Jesus Christ:

1:8 พระองค์ผู้จะทรงให้พวกท่านมั่นคงอยู่จนถึงที่สุดด้วย เพื่อพวกท่านจะได้ไร้ที่ติในวันของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา

1:8 Who shall also confirm you unto the end, that ye may be blameless in the day of our Lord Jesus Christ.

1:9 พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ ซึ่งโดยพระองค์นั้นพวกท่านได้ถูกเรียกมายังการร่วมสามัคคีธรรมกับพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา

1:9 God is faithful, by whom ye were called unto the fellowship of his Son Jesus Christ our Lord.

การแตกแยกกันในคริสตจักร
1:10 บัดนี้ ข้าพเจ้าขอวิงวอนพวกท่าน พี่น้องทั้งหลาย โดยพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา ขอให้พวกท่านทุกคนกล่าวสิ่งเดียวกัน และไม่มีการแตกแยกกันในท่ามกลางพวกท่าน แต่ขอให้พวกท่านถูกเชื่อมต่อกันสนิทอย่างเต็มที่ในความคิดอย่างเดียวกันและในการตัดสินอย่างเดียวกัน

Division in the Church
1:10 Now I beseech you, brethren, by the name of our Lord Jesus Christ, that ye all speak the same thing, and that there be no divisions among you; but that ye be perfectly joined together in the same mind and in the same judgment.

1:11 ด้วยว่าสิ่งนี้ได้ถูกเปิดเผยแก่ข้าพเจ้าเรื่องพวกท่าน พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า โดยคนทั้งหลายซึ่งอยู่ในครัวเรือนของนางคะโลเอว่า มีบรรดาการโต้แย้งกันในท่ามกลางพวกท่าน

1:11 For it hath been declared unto me of you, my brethren, by them which are of the house of Chloe, that there are contentions among you.

1:12 บัดนี้ข้าพเจ้าขอกล่าวว่า ทุกคนในพวกท่านกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นของเปาโล” และ “ข้าพเจ้าเป็นของอปอลโล” และ “ข้าพเจ้าเป็นของเคฟาส” และ “ข้าพเจ้าเป็นของพระคริสต์”

1:12 Now this I say, that every one of you saith, I am of Paul; and I of Apollos; and I of Cephas; and I of Christ.

1:13 พระคริสต์ทรงถูกแบ่งออกแล้วหรือ เปาโลได้ถูกตรึงที่กางเขนเพื่อพวกท่านหรือ หรือพวกท่านได้รับบัพติศมาในนามของเปาโลหรือ

1:13 Is Christ divided? was Paul crucified for you? or were ye baptized in the name of Paul?

1:14 ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าที่ข้าพเจ้ามิได้ให้บัพติศมาแก่ผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่าน เว้นแต่คริสปัสและกายอัส

1:14 I thank God that I baptized none of you, but Crispus and Gaius;

1:15 เกรงว่า ผู้หนึ่งผู้ใดจะกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้ให้บัพติศมาในนามของข้าพเจ้าเอง

1:15 Lest any should say that I had baptized in mine own name.

1:16 และข้าพเจ้าได้ให้บัพติศมาแก่ครัวเรือนของสเทฟานัสด้วย นอกจากนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบว่าข้าพเจ้าได้ให้บัพติศมาแก่ผู้ใดอีก

1:16 And I baptized also the household of Stephanas: besides, I know not whether I baptized any other.

1:17 เพราะว่าพระคริสต์มิได้ทรงส่งข้าพเจ้าไปเพื่อให้บัพติศมา แต่เพื่อประกาศข่าวประเสริฐ มิใช่ด้วยสติปัญญาแห่งบรรดาถ้อยคำ เกรงว่ากางเขนของพระคริสต์จะถูกทำให้สูญเปล่า

1:17 For Christ sent me not to baptize, but to preach the gospel: not with wisdom of words, lest the cross of Christ should be made of none effect.

พระคริสต์ทรงเป็นฤทธานุภาพและพระปัญญาของพระเจ้า
1:18 ด้วยว่าการประกาศเรื่องกางเขนนั้นสำหรับคนทั้งหลายที่กำลังจะพินาศก็เห็นเป็นเรื่องโง่เขลา แต่สำหรับพวกเราซึ่งรอดแล้วก็เห็นว่าการประกาศเรื่องกางเขนนั้นเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า

Christ Is the Power and Wisdom of God
1:18 For the preaching of the cross is to them that perish foolishness; but unto us which are saved it is the power of God.

1:19 เพราะมีเขียนไว้แล้วว่า ‘เราจะทำลายสติปัญญาของคนมีปัญญา และจะทำให้ความเข้าใจของคนรอบคอบสูญสิ้นไป’

1:19 For it is written, I will destroy the wisdom of the wise, and will bring to nothing the understanding of the prudent.

1:20 คนมีปัญญาอยู่ที่ไหน อาลักษณ์อยู่ที่ไหน นักโต้ปัญหาแห่งโลกนี้อยู่ที่ไหน พระเจ้ามิได้ทรงกระทำปัญญาแห่งโลกนี้ให้โฉดเขลาไปแล้วหรือ

1:20 Where is the wise? where is the scribe? where is the disputer of this world? hath not God made foolish the wisdom of this world?

1:21 เพราะว่าหลังจากนั้นในพระสติปัญญาของพระเจ้าโลกโดยอาศัยปัญญาไม่ได้รู้จักพระเจ้า ก็เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าโดยความโง่เขลาแห่งการประกาศที่จะช่วยคนทั้งหลายที่เชื่อให้รอด

1:21 For after that in the wisdom of God the world by wisdom knew not God, it pleased God by the foolishness of preaching to save them that believe.

1:22 ด้วยว่าพวกยิวเรียกร้องหมายสำคัญ และพวกกรีกเสาะหาสติปัญญา

1:22 For the Jews require a sign, and the Greeks seek after wisdom:

1:23 แต่พวกเราประกาศพระคริสต์ผู้ทรงถูกตรึงที่กางเขนนั้น สำหรับพวกยิวก็เป็นหินสะดุด และสำหรับพวกกรีกก็เป็นความโง่เขลา

1:23 But we preach Christ crucified, unto the Jews a stumblingblock, and unto the Greeks foolishness;

1:24 แต่สำหรับคนทั้งหลายซึ่งถูกเรียกนั้น ทั้งพวกยิวและพวกกรีก พระคริสต์ทรงเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้าและพระสติปัญญาของพระเจ้า

1:24 But unto them which are called, both Jews and Greeks, Christ the power of God, and the wisdom of God.

1:25 เพราะว่าความโง่เขลาของพระเจ้ามีปัญญายิ่งกว่ามนุษย์ทั้งหลาย และความอ่อนแอของพระเจ้าก็เข้มแข็งยิ่งกว่ามนุษย์ทั้งหลาย

1:25 Because the foolishness of God is wiser than men; and the weakness of God is stronger than men.

1:26 ด้วยว่าพวกท่านได้เห็นการทรงเรียกของพวกท่าน พี่น้องทั้งหลาย ว่า มีคนมีปัญญาตามเนื้อหนังน้อยคน มีผู้มีอำนาจน้อยคน มีคนที่มีตระกูลสูงน้อยคน ที่ถูกเรียก

1:26 For ye see your calling, brethren, how that not many wise men after the flesh, not many mighty, not many noble, are called:

1:27 แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งทั้งหลายที่โง่เขลาของโลกเพื่อทำให้คนมีปัญญาสับสน และพระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งทั้งหลายที่อ่อนแอของโลกเพื่อทำให้สิ่งทั้งหลายซึ่งมีอำนาจสับสน

1:27 But God hath chosen the foolish things of the world to confound the wise; and God hath chosen the weak things of the world to confound the things which are mighty;

1:28 และสิ่งทั้งหลายที่ต่ำต้อยของโลก และสิ่งทั้งหลายซึ่งถูกเหยียดหยาม พระเจ้าทรงเลือกไว้ ใช่แล้ว และสิ่งทั้งหลายซึ่งมิได้เป็น เพื่อกระทำสิ่งทั้งหลายซึ่งเป็นอยู่แล้วให้ล้มเหลวไป

1:28 And base things of the world, and things which are despised, hath God chosen, yea, and things which are not, to bring to nought things that are:

1:29 เพื่อไม่ให้เนื้อหนังใด ๆ อวดต่อพระพักตร์พระองค์ได้

1:29 That no flesh should glory in his presence.

1:30 แต่โดยพระองค์พวกท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งโดยพระเจ้าทรงถูกตั้งไว้ให้เป็นสติปัญญา และความชอบธรรม และการแยกตั้งไว้ และการไถ่ถอน สำหรับเราทั้งหลาย

1:30 But of him are ye in Christ Jesus, who of God is made unto us wisdom, and righteousness, and sanctification, and redemption:

1:31 เพื่อที่ว่า ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า ‘ผู้ที่โอ้อวด จงให้ผู้นั้นอวดในองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด’

1:31 That, according as it is written, He that glorieth, let him glory in the Lord.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope