กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ยากอบ 2 / James 2

[1] [2] [3] [4] [5]

ความรักฉันพี่น้องก็ปราศจากการเลือกหน้า
2:1 พี่น้องของข้าพเจ้า อย่ามีความเชื่อในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสง่าราศี ด้วยการเลือกหน้าคน

Brotherly Love without Respect of Persons
2:1 My brethren, have not the faith of our Lord Jesus Christ, the Lord of glory, with respect of persons.

2:2 เพราะว่าถ้ามีคนหนึ่งเข้ามาในที่ประชุมของพวกท่านโดยสวมแหวนทองคำ ในเครื่องแต่งกายอย่างดี และมีคนยากจนคนหนึ่งเข้ามาด้วย ในเสื้อผ้าซอมซ่อ

2:2 For if there come unto your assembly a man with a gold ring, in goodly apparel, and there come in also a poor man in vile raiment;

2:3 และพวกท่านเอาอกเอาใจคนที่สวมใส่เครื่องแต่งกายอย่างดี และกล่าวแก่เขาว่า “เชิญท่านนั่งที่นี่ในสถานที่อันดีเถิด” และพูดกับคนยากจนนั้นว่า “แกจงยืนอยู่ที่นั่น” หรือ “จงนั่งที่นี่ใต้ที่รองเท้าของข้าเถิด”

2:3 And ye have respect to him that weareth the gay clothing, and say unto him, Sit thou here in a good place; and say to the poor, Stand thou there, or sit here under my footstool:

2:4 พวกท่านมิได้ลำเอียงในตัวท่านเอง และกลายเป็นพวกผู้วินิจฉัยแห่งบรรดาความคิดที่ชั่วร้ายหรือ

2:4 Are ye not then partial in yourselves, and are become judges of evil thoughts?

2:5 จงตั้งใจฟังเถิด พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า พระเจ้าได้ทรงเลือกคนยากจนแห่งโลกนี้ให้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ และให้เป็นทายาททั้งหลายแห่งอาณาจักร ซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาไว้แก่คนเหล่านั้นที่รักพระองค์มิใช่หรือ

2:5 Hearken, my beloved brethren, Hath not God chosen the poor of this world rich in faith, and heirs of the kingdom which he hath promised to them that love him?

2:6 แต่พวกท่านได้เหยียดหยามคนยากจน คนมั่งมีกดขี่พวกท่าน และลากพวกท่านไปต่อหน้าบรรดาบัลลังก์พิพากษามิใช่หรือ

2:6 But ye have despised the poor. Do not rich men oppress you, and draw you before the judgment seats?

2:7 เขาเหล่านั้นหมิ่นประมาทพระนามอันน่าเคารพ ซึ่งโดยพระนามนั้นพวกท่านถูกเรียกมิใช่หรือ

2:7 Do not they blaspheme that worthy name by the which ye are called?

2:8 ถ้าพวกท่านกระทำพระราชบัญญัติแห่งพระมหากษัตริย์ให้สำเร็จตามพระคัมภีร์ที่ว่า ‘เจ้าจงรักเพื่อนบ้านของเจ้าเหมือนตนเอง’ แล้ว ท่านทั้งหลายก็กระทำดีอยู่

2:8 If ye fulfil the royal law according to the scripture, Thou shalt love thy neighbour as thyself, ye do well:

2:9 แต่ถ้าพวกท่านเลือกหน้าคน พวกท่านก็กระทำบาป และถูกตัดสินโดยพระราชบัญญัติว่าเป็นผู้ละเมิดแล้ว

2:9 But if ye have respect to persons, ye commit sin, and are convinced of the law as transgressors.

2:10 เพราะว่าผู้ใดก็ตามที่จะรักษาพระราชบัญญัติได้ทั้งหมด และยังผิดอยู่ในข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้มีความผิดในพระราชบัญญัติทั้งหมด

2:10 For whosoever shall keep the whole law, and yet offend in one point, he is guilty of all.

2:11 ด้วยว่าพระองค์ผู้ที่ได้ตรัสว่า ‘อย่าเล่นชู้’ ก็ได้ตรัสไว้ด้วยว่า ‘อย่าฆ่าคน’ บัดนี้ถ้าท่านไม่ได้เล่นชู้แต่ถ้าท่านฆ่าคน ท่านก็กลายเป็นผู้ละเมิดคนหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติ

2:11 For he that said, Do not commit adultery, said also, Do not kill. Now if thou commit no adultery, yet if thou kill, thou art become a transgressor of the law.

2:12 ดังนั้นพวกท่านจงพูดและจงกระทำเช่นนี้ เหมือนอย่างคนเหล่านั้นที่จะถูกพิพากษาโดยพระราชบัญญัติแห่งเสรีภาพ

2:12 So speak ye, and so do, as they that shall be judged by the law of liberty.

2:13 เพราะว่าผู้ใดที่ไม่แสดงความเมตตา ผู้นั้นจะถูกการพิพากษาโดยปราศจากความเมตตา และความเมตตามีความปีติยินดีต่อการพิพากษา

2:13 For he shall have judgment without mercy, that hath shewed no mercy; and mercy rejoiceth against judgment.

ความเชื่อที่ปราศจากการกระทำก็ตายแล้ว
2:14 มันเป็นประโยชน์อะไรเล่า พี่น้องของข้าพเจ้า ถึงแม้ว่าคนใดกล่าวว่าตนมีความเชื่อ และไม่มีการกระทำ ความเชื่อจะช่วยคนนั้นให้รอดได้หรือ

Faith without Works Is Dead
2:14 What doth it profit, my brethren, though a man say he hath faith, and have not works? can faith save him?

2:15 ถ้าพี่น้องชายหรือหญิงคนใดเปลือยเปล่า และขาดแคลนอาหารประจำวัน

2:15 If a brother or sister be naked, and destitute of daily food,

2:16 และคนหนึ่งคนใดในพวกท่านกล่าวแก่เขาเหล่านั้นว่า “จงออกเดินทางไปโดยสันติสุขเถิด พวกท่านจงอบอุ่นและอิ่มเถิด” อย่างไรก็ตามพวกท่านไม่ได้ให้สิ่งเหล่านั้นซึ่งจำเป็นต่อร่างกายแก่พวกเขา สิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์อะไรเล่า

2:16 And one of you say unto them, Depart in peace, be ye warmed and filled; notwithstanding ye give them not those things which are needful to the body; what doth it profit?

2:17 เช่นนั้นแหละ ถ้าความเชื่อไม่มีการกระทำ มันก็ตายเสียแล้ว โดยอยู่เพียงลำพัง

2:17 Even so faith, if it hath not works, is dead, being alone.

2:18 ใช่แล้ว คนหนึ่งอาจกล่าวว่า “ท่านมีความเชื่อ และข้าพเจ้ามีการกระทำ” จงแสดงความเชื่อของท่านที่ปราศจากบรรดาการกระทำของท่านให้ข้าพเจ้าเห็น และข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นความเชื่อของข้าพเจ้าโดยบรรดาการกระทำของข้าพเจ้า

2:18 Yea, a man may say, Thou hast faith, and I have works: shew me thy faith without thy works, and I will shew thee my faith by my works.

2:19 ท่านเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว ท่านก็กระทำดีอยู่แล้ว พวกผีปีศาจก็เชื่อเช่นกัน และตัวสั่น

2:19 Thou believest that there is one God; thou doest well: the devils also believe, and tremble.

2:20 แต่ท่านอยากทราบไหม โอ คนไร้ค่า ว่า ความเชื่อที่ปราศจากบรรดาการกระทำก็ตายเสียแล้ว

2:20 But wilt thou know, O vain man, that faith without works is dead?

อับราฮัมและราหับ
2:21 อับราฮัมบิดาของพวกเราได้ความชอบธรรมโดยบรรดาการกระทำ เมื่อท่านได้ถวายอิสอัคบุตรชายของท่านบนแท่นบูชาไม่ใช่หรือ

Abraham and Rahab
2:21 Was not Abraham our father justified by works, when he had offered Isaac his son upon the altar?

2:22 ท่านเห็นไหมว่า ความเชื่อได้กระทำกิจร่วมกับบรรดาการกระทำของท่าน และโดยการกระทำเหล่านั้นความเชื่อก็ถูกทำให้สมบูรณ์แล้ว

2:22 Seest thou how faith wrought with his works, and by works was faith made perfect?

2:23 และพระคัมภีร์ก็ถูกทำให้สำเร็จซึ่งกล่าวว่า ‘อับราฮัมได้เชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงนับว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน’ และท่านถูกเรียกว่า ‘สหายของพระเจ้า’

2:23 And the scripture was fulfilled which saith, Abraham believed God, and it was imputed unto him for righteousness: and he was called the Friend of God.

2:24 พวกท่านจึงเห็นแล้วว่า โดยบรรดาการกระทำ มนุษย์จึงเป็นผู้ชอบธรรม และไม่ใช่โดยความเชื่อเท่านั้น

2:24 Ye see then how that by works a man is justified, and not by faith only.

2:25 เช่นกันราหับหญิงโสเภณีก็ชอบธรรมโดยบรรดาการกระทำด้วยมิใช่หรือ เมื่อนางได้รับรองผู้สื่อสารเหล่านั้น และได้ส่งพวกเขาออกไปเสียอีกทางหนึ่ง

2:25 Likewise also was not Rahab the harlot justified by works, when she had received the messengers, and had sent them out another way?

2:26 เพราะว่าร่างกายที่ปราศจากจิตวิญญาณก็ตายเสียแล้วฉันใด ความเชื่อที่ปราศจากบรรดาการกระทำก็ตายเสียแล้วฉันนั้นเช่นเดียวกัน

2:26 For as the body without the spirit is dead, so faith without works is dead also.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope