กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ฮีบรู 6 / Hebrews 6

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13]

จงละหลักการแห่งหลักคำสอนของพระคริสต์และก้าวไปถึงความบริบูรณ์
6:1 เหตุฉะนั้น โดยละบรรดาหลักการแห่งหลักคำสอนของพระคริสต์ ขอให้พวกเราก้าวหน้าไปถึงความบริบูรณ์ โดยไม่วางรากฐานแห่งการกลับใจเสียใหม่จากการงานต่าง ๆ ที่ตายแล้วอีก และเรื่องความเชื่อที่มีต่อพระเจ้า

Leave the Principles of the Doctrine of Christ and Go On Unto Perfection
6:1 Therefore leaving the principles of the doctrine of Christ, let us go on unto perfection; not laying again the foundation of repentance from dead works, and of faith toward God,

6:2 เรื่องหลักคำสอนเกี่ยวกับพิธีบัพติศมาต่าง ๆ และเรื่องการวางมือ และเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตาย และเรื่องการพิพากษาเป็นนิตย์

6:2 Of the doctrine of baptisms, and of laying on of hands, and of resurrection of the dead, and of eternal judgment.

6:3 และพวกเราก็จะกระทำสิ่งนี้ได้ ถ้าพระเจ้าทรงโปรดอนุญาต

6:3 And this will we do, if God permit.

6:4 เพราะว่าสำหรับคนเหล่านั้นที่ได้รับความสว่างมาครั้งหนึ่งแล้ว และได้รู้รสแห่งของประทานจากสวรรค์ และได้ถูกทำให้เป็นผู้มีส่วนของพระวิญญาณบริสุทธิ์

6:4 For it is impossible for those who were once enlightened, and have tasted of the heavenly gift, and were made partakers of the Holy Ghost,

6:5 และได้ชิมพระวจนะอันดีงามของพระเจ้า และฤทธิ์เดชทั้งหลายแห่งโลกที่จะมานั้น

6:5 And have tasted the good word of God, and the powers of the world to come,

6:6 ถ้าเขาเหล่านั้นจะหลงไป ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะพาพวกเขากลับมาอีกสู่การกลับใจใหม่ โดยเห็นว่าพวกเขาตรึงพระบุตรของพระเจ้าเสียอีกสำหรับตนแล้ว และทำให้พระองค์ขายหน้าอย่างเปิดเผย

6:6 If they shall fall away, to renew them again unto repentance; seeing they crucify to themselves the Son of God afresh, and put him to an open shame.

6:7 ด้วยว่าพื้นแผ่นดินที่ได้ดูดดื่มน้ำฝนที่ตกลงมาบนพื้นแผ่นดินนั้นเนือง ๆ และงอกขึ้นมาเป็นต้นผักทั้งหลายซึ่งเหมาะสำหรับคนทั้งหลายที่ได้พรวนดินนั้น ก็ได้รับพระพรจากพระเจ้า

6:7 For the earth which drinketh in the rain that cometh oft upon it, and bringeth forth herbs meet for them by whom it is dressed, receiveth blessing from God:

6:8 แต่พื้นแผ่นดินที่งอกบรรดาหนามใหญ่และหนามย่อยก็ถูกปฏิเสธเสีย และเกือบจะถึงที่สาปแช่งแล้ว ซึ่งปลายทางของมันคือการถูกเผาไฟเสีย

6:8 But that which beareth thorns and briers is rejected, and is nigh unto cursing; whose end is to be burned.

6:9 แต่พวกที่รัก พวกเราเชื่อมั่นคงว่าพวกท่านจะได้สิ่งทั้งหลายที่ดีกว่านั้น และสิ่งต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับความรอด แม้พวกเรากล่าวอย่างนั้น

6:9 But, beloved, we are persuaded better things of you, and things that accompany salvation, though we thus speak.

6:10 เพราะว่าพระเจ้าไม่ทรงอธรรมที่จะทรงลืมการงานและการทำงานหนักแห่งความรักของพวกท่าน ซึ่งพวกท่านได้แสดงต่อพระนามของพระองค์ ในการที่พวกท่านได้รับใช้พวกวิสุทธิชนนั้นและยังรับใช้อยู่

6:10 For God is not unrighteous to forget your work and labour of love, which ye have shewed toward his name, in that ye have ministered to the saints, and do minister.

6:11 และพวกเราปรารถนาที่จะให้พวกท่านทุกคนแสดงความขยันขันแข็งแบบเดียวกันให้ถึงความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่แห่งความหวังนั้นจนถึงที่สุดปลาย

6:11 And we desire that every one of you do shew the same diligence to the full assurance of hope unto the end:

6:12 เพื่อพวกท่านจะไม่เกียจคร้าน แต่เป็นผู้ดำเนินตามแบบอย่างของคนเหล่านั้น ผู้ซึ่งโดยทางความเชื่อและความอดทน ได้รับพระสัญญาเหล่านั้นเป็นมรดก

6:12 That ye be not slothful, but followers of them who through faith and patience inherit the promises.

พระสัญญาอันมั่นคงของพระเจ้า
6:13 เพราะว่าเมื่อพระเจ้าได้ทรงทำพระสัญญาไว้กับอับราฮัมนั้น เพราะเหตุว่าพระองค์ไม่อาจให้คำปฏิญาณโดยผู้ที่ใหญ่กว่าพระองค์ได้ พระองค์จึงได้ทรงให้คำปฏิญาณไว้โดยพระองค์เอง

God's Sure Promise
6:13 For when God made promise to Abraham, because he could swear by no greater, he sware by himself,

6:14 โดยตรัสว่า ‘แน่นอน ในการอวยพรนั้น เราจะอวยพรเจ้า และในการทวีมากขึ้น เราจะทวีเจ้าให้มากขึ้น’

6:14 Saying, Surely blessing I will bless thee, and multiplying I will multiply thee.

6:15 และเช่นนั้นแหละ หลังจากอับราฮัมได้ทนคอยด้วยความเพียรแล้ว ท่านก็ได้รับตามพระสัญญานั้น

6:15 And so, after he had patiently endured, he obtained the promise.

6:16 ด้วยว่ามนุษย์ให้คำสาบานโดยผู้ที่ใหญ่กว่าตนเป็นแน่ และคำปฏิญาณเพื่อเป็นการยืนยันก็เป็นการสิ้นสุดแห่งการทุ่มเถียงกันทุกอย่างแก่พวกเขา

6:16 For men verily swear by the greater: and an oath for confirmation is to them an end of all strife.

6:17 ดังนั้นพระเจ้า ซึ่งทรงมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสำแดงให้บรรดาคนที่เป็นทายาทแห่งพระสัญญานั้น ทราบถึงความไม่แปรปรวนแห่งพระดำริของพระองค์ จึงได้ทรงยืนยันสิ่งนั้นโดยให้คำปฏิญาณไว้

6:17 Wherein God, willing more abundantly to shew unto the heirs of promise the immutability of his counsel, confirmed it by an oath:

6:18 เพื่อโดยสองสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ในที่ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะตรัสมุสา พวกเราจะได้มีการปลอบโยนอย่างจริงจัง ผู้ซึ่งได้หนีมาถึงที่ลี้ภัยนั้น เพื่อจะยึดมั่นในความหวังที่ตั้งไว้ตรงหน้าพวกเรา

6:18 That by two immutable things, in which it was impossible for God to lie, we might have a strong consolation, who have fled for refuge to lay hold upon the hope set before us:

6:19 ซึ่งความหวังนั้น พวกเรายึดไว้เหมือนอย่างสมอของจิตวิญญาณ ทั้งแน่นอนและมั่นคง และซึ่งเข้าไปถึงสิ่งนั้นที่อยู่ภายในม่าน

6:19 Which hope we have as an anchor of the soul, both sure and stedfast, and which entereth into that within the veil;

6:20 ที่นั่นผู้เบิกทางได้เสด็จเข้าไปเผื่อพวกเราแล้ว คือพระเยซู ผู้ทรงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมหาปุโรหิตเป็นนิตย์ตามอย่างของเมลคีเซเดค

6:20 Whither the forerunner is for us entered, even Jesus, made an high priest for ever after the order of Melchisedec.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope