กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ฮีบรู 11 / Hebrews 11

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13]

ความเชื่อได้แสดงออกโดยบรรดาวีรบุรุษแห่งความเชื่อ
11:1 บัดนี้ ความเชื่อคือ ความจริงแท้ของสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกหวังไว้ คือพยานหลักฐานของสิ่งต่าง ๆ ที่มองไม่เห็น

The Faith Illustrated by Heroes of Faith
11:1 Now faith is the substance of things hoped for, the evidence of things not seen.

11:2 เพราะว่าโดยสิ่งนี้ บรรดาผู้อาวุโสก็ได้รับคำพยานที่ดี

11:2 For by it the elders obtained a good report.

11:3 โดยความเชื่อ พวกเราเข้าใจว่า กัลปจักรวาลได้ถูกสร้างโดยพระดำรัสของพระเจ้า ดังนั้นสิ่งทั้งหลายที่มองเห็นได้ จึงมิได้ถูกสร้างจากสิ่งทั้งหลายที่ปรากฏให้เห็น

11:3 Through faith we understand that the worlds were framed by the word of God, so that things which are seen were not made of things which do appear.

อาแบล
11:4 โดยความเชื่อ อาแบลได้ถวายเครื่องบูชาอันประเสริฐกว่าเครื่องบูชาของคาอินแด่พระเจ้า โดยเครื่องบูชานั้นท่านจึงได้รับคำพยานว่าท่านชอบธรรม พระเจ้าทรงเป็นพยานรับรองบรรดาของถวายของท่าน และโดยความเชื่อนั้น แม้ว่าท่านได้ตายแล้วท่านก็ยังพูดอยู่

Abel
11:4 By faith Abel offered unto God a more excellent sacrifice than Cain, by which he obtained witness that he was righteous, God testifying of his gifts: and by it he being dead yet speaketh.

เอโนค
11:5 โดยความเชื่อ เอโนคได้ถูกรับขึ้นไป เพื่อท่านจะไม่ประสบความตาย แล้วหาไม่พบ เพราะพระเจ้าได้ทรงรับท่านขึ้นไปแล้ว ด้วยว่าก่อนที่ท่านถูกรับขึ้นไปนั้น ท่านมีพยานนี้ว่า ท่านเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า

Enoch
11:5 By faith Enoch was translated that he should not see death; and was not found, because God had translated him: for before his translation he had this testimony, that he pleased God.

11:6 แต่โดยปราศจากความเชื่อ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นที่พอพระทัยพระองค์ เพราะว่าผู้ที่มาหาพระเจ้านั้นต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ และเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระองค์อย่างขยันขันแข็ง

11:6 But without faith it is impossible to please him: for he that cometh to God must believe that he is, and that he is a rewarder of them that diligently seek him.

โนอาห์
11:7 โดยความเชื่อ โนอาห์ ซึ่งได้รับคำเตือนจากพระเจ้าถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ยังไม่ปรากฏ ด้วยความเกรงกลัว จึงได้จัดแจงต่อนาวา เพื่อช่วยครอบครัวของท่านให้รอด โดยนาวานั้นท่านจึงได้ปรับโทษโลก และได้กลายเป็นทายาทแห่งความชอบธรรม ซึ่งเป็นโดยความเชื่อ

Noah
11:7 By faith Noah, being warned of God of things not seen as yet, moved with fear, prepared an ark to the saving of his house; by the which he condemned the world, and became heir of the righteousness which is by faith.

อับราฮัมและซาราห์
11:8 โดยความเชื่อ อับราฮัม เมื่อท่านถูกเรียกให้ออกเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งภายหลังท่านจะรับเป็นมรดก ได้เชื่อฟัง และท่านได้เดินทางออกไป โดยไม่ทราบว่าท่านจะไปยังที่ไหน

Abraham and Sarah
11:8 By faith Abraham, when he was called to go out into a place which he should after receive for an inheritance, obeyed; and he went out, not knowing whither he went.

11:9 โดยความเชื่อ ท่านได้พำนักในแผ่นดินแห่งพระสัญญานั้น เหมือนอยู่ในดินแดนแปลกถิ่น โดยอาศัยอยู่ในเต็นท์ทั้งหลายกับอิสอัคและยาโคบ ผู้เป็นทายาทด้วยกันกับท่านแห่งพระสัญญาอันเดียวกันนั้น

11:9 By faith he sojourned in the land of promise, as in a strange country, dwelling in tabernacles with Isaac and Jacob, the heirs with him of the same promise:

11:10 เพราะว่าท่านได้คอยท่านครหนึ่งซึ่งมีรากฐานทั้งหลาย ซึ่งผู้ทรงสร้างและนายช่างของนครนั้นคือพระเจ้า

11:10 For he looked for a city which hath foundations, whose builder and maker is God.

11:11 โดยความเชื่อ ซาราห์เองเช่นกันจึงได้รับพลังเพื่อจะตั้งครรภ์ และได้คลอดบุตรเมื่อนางมีอายุเกินแล้ว เพราะนางถือว่าพระองค์ผู้ได้ทรงสัญญานั้นทรงเป็นผู้สัตย์ซื่อ

11:11 Through faith also Sara herself received strength to conceive seed, and was delivered of a child when she was past age, because she judged him faithful who had promised.

11:12 เหตุฉะนั้น ได้บังเกิดจากชายคนเดียว และชายคนนั้นก็เท่ากับว่าตายแล้ว คือคนเป็นอันมากดุจบรรดาดวงดาวแห่งท้องฟ้า และดุจเม็ดทรายซึ่งอยู่ริมทะเลอันที่ไม่อาจนับได้

11:12 Therefore sprang there even of one, and him as good as dead, so many as the stars of the sky in multitude, and as the sand which is by the sea shore innumerable.

11:13 คนเหล่านี้ทั้งสิ้นได้ตายไปในความเชื่อ ยังไม่ได้รับตามพระสัญญาทั้งหลายนั้น แต่ได้แลเห็นพระสัญญาเหล่านั้นแต่ไกล และมั่นใจในพระสัญญาเหล่านั้น และยึดมั่นพระสัญญาเหล่านั้นไว้ และได้ยอมรับว่าพวกเขาเป็นพวกคนต่างชาติและผู้สัญจรอยู่บนแผ่นดินโลก

11:13 These all died in faith, not having received the promises, but having seen them afar off, and were persuaded of them, and embraced them, and confessed that they were strangers and pilgrims on the earth.

11:14 เพราะบรรดาคนที่กล่าวอย่างนี้ก็ประกาศอย่างชัดแจ้งว่า พวกเขาแสวงหาประเทศแห่งหนึ่ง

11:14 For they that say such things declare plainly that they seek a country.

11:15 และแท้จริง ถ้าพวกเขาคิดถึงประเทศนั้นที่พวกเขาจากมา พวกเขาก็คงจะมีโอกาสกลับไปแล้วได้

11:15 And truly, if they had been mindful of that country from whence they came out, they might have had opportunity to have returned.

11:16 แต่บัดนี้ พวกเขาปรารถนาประเทศหนึ่งที่ประเสริฐกว่า นั่นคือ ที่เป็นแบบสวรรค์ เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงมิได้ทรงละอายที่จะถูกเรียกว่าเป็นพระเจ้าของพวกเขา เพราะพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมนครแห่งหนึ่งไว้สำหรับพวกเขาแล้ว

11:16 But now they desire a better country, that is, an heavenly: wherefore God is not ashamed to be called their God: for he hath prepared for them a city.

11:17 โดยความเชื่อ อับราฮัม เมื่อท่านถูกลองใจ ได้ถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชา และท่านผู้ได้รับพระสัญญาเหล่านั้นก็ได้ถวายบุตรชายคนเดียวของตนที่ได้ให้กำเนิดมา

11:17 By faith Abraham, when he was tried, offered up Isaac: and he that had received the promises offered up his only begotten son,

11:18 ซึ่งมีกล่าวไว้เกี่ยวกับเขาว่า ‘เชื้อสายของเจ้าจะถูกเรียกในอิสอัค’

11:18 Of whom it was said, That in Isaac shall thy seed be called:

11:19 โดยนับว่าพระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถที่จะให้อิสอัคเป็นขึ้นมาได้ แม้กระทั่งจากความตาย ซึ่งจากความตายนั้นท่านได้รับอิสอัคกลับคืนมาอีกในภาพจำลอง

11:19 Accounting that God was able to raise him up, even from the dead; from whence also he received him in a figure.

อิสอัคและยาโคบ
11:20 โดยความเชื่อ อิสอัคได้อวยพรยาโคบและเอซาว เกี่ยวกับสิ่งทั้งหลายที่จะมา

Isaac and Jacob
11:20 By faith Isaac blessed Jacob and Esau concerning things to come.

11:21 โดยความเชื่อ ยาโคบ เมื่อท่านกำลังจะถึงแก่ความตาย ได้อวยพรบุตรชายทั้งสองของโยเซฟ และได้นมัสการ โดยค้ำอยู่บนหัวไม้เท้าของท่าน

11:21 By faith Jacob, when he was a dying, blessed both the sons of Joseph; and worshipped, leaning upon the top of his staff.

โยเซฟ
11:22 โดยความเชื่อ โยเซฟ เมื่อท่านถึงแก่ความตาย ได้กล่าวถึงการออกเดินทางของชนชาติอิสราเอล และได้ให้คำบัญชาเรื่องกระดูกทั้งหลายของท่าน

Joseph
11:22 By faith Joseph, when he died, made mention of the departing of the children of Israel; and gave commandment concerning his bones.

โมเสสและบิดามารดาของท่าน
11:23 โดยความเชื่อ โมเสส เมื่อท่านบังเกิดมาแล้ว ได้ถูกซ่อนไว้ถึงสามเดือนโดยบิดามารดาของท่าน เพราะพวกเขาเห็นว่าท่านเป็นเด็กรูปงาม และพวกเขาไม่กลัวคำบัญชาของกษัตริย์นั้น

Moses and Parents
11:23 By faith Moses, when he was born, was hid three months of his parents, because they saw he was a proper child; and they were not afraid of the king's commandment.

11:24 โดยความเชื่อ โมเสส ครั้นท่านโตขึ้นแล้ว ปฏิเสธที่จะถูกเรียกว่าเป็นบุตรชายของธิดากษัตริย์ฟาโรห์

11:24 By faith Moses, when he was come to years, refused to be called the son of Pharaoh's daughter;

11:25 โดยเลือกที่จะทนความทุกข์ลำบากกับประชากรของพระเจ้า แทนที่จะสุขสำราญกับความเพลิดเพลินต่าง ๆ แห่งความบาปเพียงชั่วคราว

11:25 Choosing rather to suffer affliction with the people of God, than to enjoy the pleasures of sin for a season;

11:26 โดยถือว่าความอัปยศของพระคริสต์เป็นความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่กว่าบรรดาคลังทรัพย์ในประเทศอียิปต์ เพราะท่านมุ่งจดจ่ออยู่ที่การได้รับบำเหน็จนั้นเป็นค่าตอบแทน

11:26 Esteeming the reproach of Christ greater riches than the treasures in Egypt: for he had respect unto the recompence of the reward.

11:27 โดยความเชื่อ ท่านได้ละทิ้งประเทศอียิปต์ โดยไม่เกรงกลัวความกริ้วของกษัตริย์ เพราะท่านยอมทนอยู่ เหมือนอย่างได้เห็นพระองค์ผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา

11:27 By faith he forsook Egypt, not fearing the wrath of the king: for he endured, as seeing him who is invisible.

11:28 โดยความเชื่อ ท่านได้ถือเทศกาลปัสกา และการประพรมเลือด เกรงว่าพระองค์ผู้ทรงประหารบุตรหัวปีจะมาแตะต้องพวกเขา

11:28 Through faith he kept the passover, and the sprinkling of blood, lest he that destroyed the firstborn should touch them.

11:29 โดยความเชื่อ พวกเขาได้ผ่านเข้าไปในทะเลแดงเหมือนกับว่าเป็นดินแห้ง ซึ่งเมื่อคนอียิปต์ได้พยายามทำ ก็จมน้ำตาย

11:29 By faith they passed through the Red sea as by dry land: which the Egyptians assaying to do were drowned.

ชาวอิสราเอลที่นครเยรีโค ราหับหญิงโสเภณี
11:30 โดยความเชื่อ กำแพงแห่งนครเยรีโคได้พังลง หลังจากกำแพงเหล่านั้นถูกล้อมรอบเป็นเวลาเจ็ดวันแล้ว

Israel at Jericho; Rahab the Harlot
11:30 By faith the walls of Jericho fell down, after they were compassed about seven days.

11:31 โดยความเชื่อ ราหับหญิงโสเภณีจึงไม่ได้พินาศไปพร้อมกับคนเหล่านั้นที่ไม่ได้เชื่อ เมื่อนางได้ต้อนรับพวกคนสอดแนมนั้นไว้อย่างสันติ

11:31 By faith the harlot Rahab perished not with them that believed not, when she had received the spies with peace.

ตัวอย่างอื่น ๆ แห่งความเชื่อของพวกมหาบุรุษ
11:32 และข้าพเจ้าจะกล่าวอะไรต่อไปอีกเล่า เพราะมีเวลาไม่พอที่จะกล่าวถึงกิเดโอน บาราค แซมสัน และเยฟธาห์ ดาวิดด้วย และซามูเอล และศาสดาพยากรณ์ทั้งหลาย

Many Other Examples of Heroic Faith
11:32 And what shall I more say? for the time would fail me to tell of Gedeon, and of Barak, and of Samson, and of Jephthae; of David also, and Samuel, and of the prophets:

11:33 ผู้ซึ่งโดยความเชื่อ ได้ปราบอาณาจักรต่าง ๆ ลง ได้กระทำความชอบธรรม ได้รับพระสัญญาทั้งหลาย ได้ปิดปากของเหล่าสิงโต

11:33 Who through faith subdued kingdoms, wrought righteousness, obtained promises, stopped the mouths of lions,

11:34 ได้ดับความรุนแรงแห่งไฟ ได้พ้นจากคมดาบ จากสภาพอ่อนแอก็ถูกทำให้เข้มแข็ง บังเกิดใจกล้าหาญในการต่อสู้ ได้ทำให้บรรดากองทัพของคนต่างชาติเผ่นหนีไป

11:34 Quenched the violence of fire, escaped the edge of the sword, out of weakness were made strong, waxed valiant in fight, turned to flight the armies of the aliens.

11:35 พวกผู้หญิงก็ได้รับคนตายของพวกนางให้กลับฟื้นคืนชีวิตอีก และคนอื่น ๆ ก็ถูกทรมาน โดยไม่ยอมรับการช่วยให้พ้น เพื่อพวกเขาจะได้รับการเป็นขึ้นมาจากความตายอันดีกว่า

11:35 Women received their dead raised to life again: and others were tortured, not accepting deliverance; that they might obtain a better resurrection:

11:36 และคนอื่น ๆ ได้ถูกทดลองโดยคำเยาะเย้ยอันโหดร้ายและการถูกโบยตี ใช่แล้ว ยิ่งกว่านั้นโดยเครื่องพันธนาการต่าง ๆ และการถูกจำคุก

11:36 And others had trial of cruel mockings and scourgings, yea, moreover of bonds and imprisonment:

11:37 พวกเขาถูกหินขว้าง พวกเขาถูกเลื่อยเป็นท่อน ๆ ถูกทดลอง ถูกฆ่าด้วยดาบ พวกเขาพเนจรไปทั่วโดยนุ่งห่มหนังแกะและหนังแพะ โดยเป็นคนแร้นแค้น ได้รับความทุกข์ยากและถูกทรมาน

11:37 They were stoned, they were sawn asunder, were tempted, were slain with the sword: they wandered about in sheepskins and goatskins; being destitute, afflicted, tormented;

11:38 (ผู้ซึ่งโลกนี้ไม่สมควรเลย) พวกเขาพเนจรไปในบรรดาถิ่นทุรกันดารและในภูเขาทั้งหลาย และในถ้ำและโพรงต่าง ๆ แห่งแผ่นดินโลก

11:38 (Of whom the world was not worthy:) they wandered in deserts, and in mountains, and in dens and caves of the earth.

11:39 และคนเหล่านี้ทุกคน ซึ่งได้รับชื่อเสียงดีโดยทางความเชื่อ ก็ยังไม่ได้รับตามพระสัญญานั้น

11:39 And these all, having obtained a good report through faith, received not the promise:

11:40 พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมสิ่งที่ดีกว่าไว้สำหรับพวกเรา เพื่อว่าโดยปราศจากพวกเรา พวกเขาจะไม่ถูกทำให้สมบูรณ์พร้อม

11:40 God having provided some better thing for us, that they without us should not be made perfect.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope