กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ฮีบรู 8 / Hebrews 8

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13]

พิธีต่าง ๆ ชี้ให้เห็นถึงความจริงของพระเจ้า
8:1 บัดนี้ เรื่องสิ่งทั้งหลายที่พวกเรากล่าวถึงแล้วนั้น ข้อสรุปก็คือว่า พวกเรามีมหาปุโรหิตอย่างนี้เอง ผู้ได้ประทับเบื้องขวาพระที่นั่งแห่งผู้ทรงเดชานุภาพในฟ้าสวรรค์ทั้งหลาย

The Ceremonies Pointed to God's Truth
8:1 Now of the things which we have spoken this is the sum: We have such an high priest, who is set on the right hand of the throne of the Majesty in the heavens;

8:2 เป็นผู้ปรนนิบัติแห่งสถานบริสุทธิ์ และแห่งพลับพลาอันแท้จริง ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตั้งไว้ และไม่ใช่มนุษย์

8:2 A minister of the sanctuary, and of the true tabernacle, which the Lord pitched, and not man.

8:3 เพราะว่ามหาปุโรหิตทุกคนได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้ถวายบรรดาของกำนัลและเครื่องบูชา ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่มนุษย์ผู้นี้ต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดถวายด้วย

8:3 For every high priest is ordained to offer gifts and sacrifices: wherefore it is of necessity that this man have somewhat also to offer.

8:4 เพราะถ้าพระองค์ทรงอยู่บนแผ่นดินโลก พระองค์ก็จะไม่ได้ทรงเป็นปุโรหิต โดยเห็นว่ามีปุโรหิตหลายคนที่ถวายบรรดาของกำนัลตามพระราชบัญญัติอยู่แล้ว

8:4 For if he were on earth, he should not be a priest, seeing that there are priests that offer gifts according to the law:

8:5 ซึ่งเป็นผู้ที่ปรนนิบัติตามแบบและเงาแห่งสิ่งเหล่านั้นที่อยู่ในสวรรค์ เหมือนโมเสสได้ถูกพระเจ้าทรงเตือนสติ ครั้นเมื่อท่านพร้อมที่จะสร้างพลับพลานั้น พระองค์ตรัสว่า ‘เพราะ ดูเถิด เจ้าจงทำทุกสิ่งตามแบบอย่างที่ได้สำแดงแก่เจ้าบนภูเขานั้น’

8:5 Who serve unto the example and shadow of heavenly things, as Moses was admonished of God when he was about to make the tabernacle: for, See, saith he, that thou make all things according to the pattern shewed to thee in the mount.

พันธสัญญาใหม่ก็เข้ามาแทนที่พันธสัญญาเก่า
8:6 แต่บัดนี้ พระองค์ได้ทรงรับการปรนนิบัติอันยอดเยี่ยมกว่า โดยที่พระองค์ทรงเป็นคนกลางแห่งพันธสัญญาอันดีกว่าสักเพียงใดด้วย ซึ่งได้ทรงตั้งไว้บนบรรดาพระสัญญาอันดีกว่า

The New Covenant Replaces the Old
8:6 But now hath he obtained a more excellent ministry, by how much also he is the mediator of a better covenant, which was established upon better promises.

8:7 เพราะว่าถ้าพันธสัญญาอันแรกนั้นไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ก็คงไม่ต้องเสาะหาที่สำหรับพันธสัญญาที่สองนั้น

8:7 For if that first covenant had been faultless, then should no place have been sought for the second.

8:8 ด้วยว่าโดยทรงพบข้อผิดพลาดกับพวกเขา พระเจ้าจึงตรัสว่า ‘“ดูเถิด วันเวลาจะมาถึง” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เมื่อเราจะทำพันธสัญญาใหม่กับวงศ์วานแห่งอิสราเอล และกับวงศ์วานแห่งยูดาห์

8:8 For finding fault with them, he saith, Behold, the days come, saith the Lord, when I will make a new covenant with the house of Israel and with the house of Judah:

8:9 ไม่ใช่ตามพันธสัญญาซึ่งเราได้กระทำกับบรรพบุรุษของพวกเขา ในวันที่เราจูงมือของพวกเขาเพื่อนำพวกเขาออกมาจากแผ่นดินแห่งอียิปต์ เพราะว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้ดำเนินต่อไปในพันธสัญญาของเรา และเราไม่ใส่ใจพวกเขาแล้ว” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แหละ

8:9 Not according to the covenant that I made with their fathers in the day when I took them by the hand to lead them out of the land of Egypt; because they continued not in my covenant, and I regarded them not, saith the Lord.

8:10 “ด้วยว่านี่เป็นพันธสัญญาซึ่งเราจะกระทำกับวงศ์วานแห่งอิสราเอล ภายหลังวันเหล่านั้น” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แหละ “เราจะบรรจุบรรดาราชบัญญัติของเราไว้ในจิตใจของพวกเขา และจะจารึกราชบัญญัติเหล่านั้นไว้ในดวงใจของพวกเขา และเราจะเป็นพระเจ้าองค์หนึ่งแก่พวกเขา และพวกเขาจะเป็นประชากรหมู่หนึ่งแก่เรา

8:10 For this is the covenant that I will make with the house of Israel after those days, saith the Lord; I will put my laws into their mind, and write them in their hearts: and I will be to them a God, and they shall be to me a people:

8:11 และพวกเขาจะไม่สอนเพื่อนบ้านของแต่ละคน และพี่น้องของแต่ละคน โดยกล่าวว่า ‘จงรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า’ เพราะทุกคนจะรู้จักเรา ตั้งแต่คนต่ำต้อยที่สุดจนถึงคนใหญ่คนโตที่สุด

8:11 And they shall not teach every man his neighbour, and every man his brother, saying, Know the Lord: for all shall know me, from the least to the greatest.

8:12 เพราะเราจะกรุณาต่อบรรดาการอธรรมของพวกเขา และบรรดาบาปและความชั่วช้าของพวกเขา เราจะไม่จดจำอีกต่อไป”’

8:12 For I will be merciful to their unrighteousness, and their sins and their iniquities will I remember no more.

8:13 ในที่พระองค์ตรัสว่า “พันธสัญญาใหม่” พระองค์ก็ทรงทำให้พันธสัญญาอันแรกนั้นเก่าไป บัดนี้สิ่งซึ่งเสื่อมลงและกำลังเก่าแก่ไปนั้น ก็พร้อมแล้วที่จะหายลับไป

8:13 In that he saith, A new covenant, he hath made the first old. Now that which decayeth and waxeth old is ready to vanish away.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope