กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มาระโก 14 / Mark 14

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16]

พวกปุโรหิตใหญ่วางอุบายที่จะฆ่าพระเยซู (มธ 26:2-5; ลก 22:1-2)
14:1 หลังจากสองวันจะถึงงานเลี้ยงแห่งเทศกาลปัสกาและเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ และพวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ก็หาโอกาสที่พวกเขาจะจับพระองค์ด้วยอุบาย และฆ่าพระองค์เสีย

Chief Priests Plot Jesus' Death (Matt. 26:2-5; Luke 22:1-2)
14:1 After two days was the feast of the passover, and of unleavened bread: and the chief priests and the scribes sought how they might take him by craft, and put him to death.

14:2 แต่พวกเขากล่าวว่า “ไม่ใช่ในวันเลี้ยง เกรงว่าประชาชนจะลุกฮือ”

14:2 But they said, Not on the feast day, lest there be an uproar of the people.

มารีย์แห่งหมู่บ้านเบธานีชโลมพระเยซู (มธ 26:6-13; ยน 12:1-8)
14:3 และเมื่อประทับอยู่ในหมู่บ้านเบธานี ในบ้านของซีโมนคนโรคเรื้อน ขณะที่พระองค์ทรงเอนพระกายลงเสวยอยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาโดยถือผอบน้ำมันหอมนาระดาที่มีราคามาก และนางทำให้ผอบนั้นแตก และเทน้ำมันนั้นบนพระเศียรของพระองค์

Mary of Bethany Anoints Jesus (Matt. 26:6-13; John 12:1-8)
14:3 And being in Bethany in the house of Simon the leper, as he sat at meat, there came a woman having an alabaster box of ointment of spikenard very precious; and she brake the box, and poured it on his head.

14:4 และมีบางคนที่มีความขุ่นเคืองภายในตัวเอง และกล่าวว่า “ทำไมจึงทำให้น้ำมันหอมนี้เสียเปล่า

14:4 And there were some that had indignation within themselves, and said, Why was this waste of the ointment made?

14:5 ด้วยว่าน้ำมันหอมนี้อาจจะถูกขายแล้วได้เงินมากกว่าสามร้อยเหรียญเดนาริอัน และเอาเงินนั้นแจกให้คนยากจนก็ได้” และพวกเขาจึงบ่นต่อว่าผู้หญิงคนนั้น

14:5 For it might have been sold for more than three hundred pence, and have been given to the poor. And they murmured against her.

14:6 และพระเยซูตรัสว่า “ปล่อยเธอไปเถิด ทำไมพวกท่านรบกวนเธอ เธอได้กระทำการงานที่ดีแก่เรา

14:6 And Jesus said, Let her alone; why trouble ye her? she hath wrought a good work on me.

14:7 ด้วยว่าพวกท่านมีคนยากจนอยู่กับพวกท่านเสมอ และเมื่อไรก็ตามที่พวกท่านปรารถนา พวกท่านก็สามารถทำการดีแก่พวกเขาได้ แต่พวกท่านไม่มีเราอยู่ด้วยเสมอไป

14:7 For ye have the poor with you always, and whensoever ye will ye may do them good: but me ye have not always.

14:8 เธอได้กระทำสิ่งที่เธอสามารถทำได้ เธอได้มาล่วงหน้าเพื่อชโลมกายของเราสำหรับการฝังศพ

14:8 She hath done what she could: she is come aforehand to anoint my body to the burying.

14:9 เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ที่ไหนก็ตามที่ข่าวประเสริฐนี้จะถูกประกาศไปในทั่วทั้งโลก สิ่งนี้ที่เธอได้กระทำจะถูกกล่าวไปเป็นที่ระลึกถึงเธอด้วยที่นั่น”

14:9 Verily I say unto you, Wheresoever this gospel shall be preached throughout the whole world, this also that she hath done shall be spoken of for a memorial of her.

ยูดาสตกลงที่จะทรยศพระเยซู (มธ 26:14-16; ลก 22:3-6)
14:10 และยูดาสอิสคาริโอท คนหนึ่งในสิบสองคนนั้น ได้ไปหาพวกปุโรหิตใหญ่ เพื่อจะทรยศพระองค์ให้แก่พวกเขา

Judas Agrees to Betray Jesus (Matt. 26:14-16; Luke 22:3-6)
14:10 And Judas Iscariot, one of the twelve, went unto the chief priests, to betray him unto them.

14:11 และเมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งนั้น พวกเขาก็ดีใจ และสัญญาว่าจะให้เงินแก่เขา และเขาหาโอกาสว่าเขาจะทรยศพระองค์โดยสะดวกได้อย่างไร

14:11 And when they heard it, they were glad, and promised to give him money. And he sought how he might conveniently betray him.

พวกสาวกเตรียมการสำหรับเทศกาลปัสกา (มธ 26:17-19; ลก 22:7-13)
14:12 และในวันแรกแห่งเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ เมื่อเขาทั้งหลายฆ่าลูกแกะสำหรับปัสกานั้น พวกสาวกของพระองค์ทูลพระองค์ว่า “พระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้ข้าพระองค์ทั้งหลายไปและจัดเตรียมปัสกาให้พระองค์เสวยที่ไหน”

Disciples Prepare for the Passover (Matt. 26:17-19; Luke 22:7-13)
14:12 And the first day of unleavened bread, when they killed the passover, his disciples said unto him, Where wilt thou that we go and prepare that thou mayest eat the passover?

14:13 และพระองค์ทรงส่งสองคนในพวกสาวกของพระองค์ไป และตรัสกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งสองจงเข้าไปในกรุงนั้น และที่นั่นชายคนหนึ่งที่กำลังทูนหม้อน้ำมาจะพบพวกท่าน จงตามคนนั้นไป

14:13 And he sendeth forth two of his disciples, and saith unto them, Go ye into the city, and there shall meet you a man bearing a pitcher of water: follow him.

14:14 และที่ไหนก็ตามที่เขาจะเข้าไป พวกท่านจงกล่าวแก่เจ้าของบ้านนั้นว่า พระอาจารย์ตรัสว่า ‘ห้องรับรองแขกอยู่ที่ไหน ที่ซึ่งเราจะกินปัสกากับพวกสาวกของเราได้นั้น’

14:14 And wheresoever he shall go in, say ye to the goodman of the house, The Master saith, Where is the guestchamber, where I shall eat the passover with my disciples?

14:15 และเจ้าของบ้านจะชี้ให้พวกท่านเห็นห้องใหญ่ชั้นบนที่ตกแต่งและจัดเตรียมไว้แล้ว ที่นั่นแหละ จงจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเราเถิด”

14:15 And he will shew you a large upper room furnished and prepared: there make ready for us.

14:16 และสาวกสองคนนั้นของพระองค์จึงออกไป และเข้ามาในกรุง และพบเหมือนที่พระองค์ได้ตรัสแก่พวกเขา และพวกเขาได้จัดเตรียมปัสกาไว้พร้อม

14:16 And his disciples went forth, and came into the city, and found as he had said unto them: and they made ready the passover.

พระเยซูทรงพยากรณ์ถึงการทรยศพระองค์ (มธ 26:20-24; ลก 22:14, 21-23; ยน 13:18-19)
14:17 และในเวลาตอนเย็น พระองค์จึงเสด็จมาพร้อมกับสิบสองคนนั้น

Jesus Foretells His Betrayal (Matt. 26:20-24; Luke 22:14, 21-23; John 13:18-19)
14:17 And in the evening he cometh with the twelve.

14:18 และขณะที่พวกเขาเอนกายลงและรับประทานอยู่ พระเยซูตรัสว่า “เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนหนึ่งในพวกท่านซึ่งรับประทานอยู่กับเราจะทรยศเรา”

14:18 And as they sat and did eat, Jesus said, Verily I say unto you, One of you which eateth with me shall betray me.

14:19 และพวกเขาก็เริ่มโศกเศร้า และทูลพระองค์ทีละคนว่า “คือข้าพระองค์หรือ” และอีกคนหนึ่งทูลว่า “คือข้าพระองค์หรือ”

14:19 And they began to be sorrowful, and to say unto him one by one, Is it I? and another said, Is it I?

14:20 และพระองค์ทรงตอบและตรัสกับพวกเขาว่า “เป็นคนหนึ่งในสิบสองคนนี้ ที่จุ่มลงในชามเดียวกันกับเรา

14:20 And he answered and said unto them, It is one of the twelve, that dippeth with me in the dish.

14:21 บุตรมนุษย์จะเสด็จไปตามที่มีเขียนไว้แล้วว่าด้วยพระองค์นั้นจริง แต่วิบัติแก่คนนั้น ซึ่งโดยคนนั้นบุตรมนุษย์ถูกทรยศไว้ จะเป็นการดีสำหรับคนนั้น ถ้าเขาไม่เคยบังเกิดมาเลย”

14:21 The Son of man indeed goeth, as it is written of him: but woe to that man by whom the Son of man is betrayed! good were it for that man if he had never been born.

การตั้งพิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า (มธ 26:26-29; ลก 22:17-20; 1 คร 11:23-26)
14:22 และขณะที่พวกเขากำลังรับประทานอยู่นั้น พระเยซูทรงหยิบขนมปังมา และทรงขอบพระคุณ และทรงหักมัน และส่งให้แก่พวกสาวก และตรัสว่า “จงรับไปกินเถิด นี่เป็นกายของเรา”

The Lord's Supper Instituted (Matt. 26:26-29; Luke 22:17-20; 1 Cor. 11:23-26)
14:22 And as they did eat, Jesus took bread, and blessed, and brake it, and gave to them, and said, Take, eat: this is my body.

14:23 และพระองค์ทรงหยิบถ้วยมา และเมื่อพระองค์ทรงขอบพระคุณแล้ว พระองค์ส่งถ้วยนั้นให้แก่พวกเขา และพวกเขาทุกคนก็ดื่มจากถ้วยนั้น

14:23 And he took the cup, and when he had given thanks, he gave it to them: and they all drank of it.

14:24 และพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “นี่เป็นโลหิตของเราแห่งพันธสัญญาใหม่ ซึ่งหลั่งออกมาเพื่อคนเป็นอันมาก

14:24 And he said unto them, This is my blood of the new testament, which is shed for many.

14:25 เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่มจากผลไม้แห่งเถาองุ่นต่อไปอีก จนถึงวันนั้นที่เราจะดื่มมันใหม่ในอาณาจักรของพระเจ้า”

14:25 Verily I say unto you, I will drink no more of the fruit of the vine, until that day that I drink it new in the kingdom of God.

14:26 และเมื่อพวกเขาได้ร้องเพลงนมัสการบทหนึ่งแล้ว พวกเขาก็ออกไปยังภูเขามะกอกเทศ

14:26 And when they had sung an hymn, they went out into the mount of Olives.

เปโตรจะปฏิเสธพระเยซู (มธ 26:31-35; ลก 22:31-34; ยน 13:36-38)
14:27 และพระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “ในคืนวันนี้พวกท่านทุกคนจะสะดุดเพราะเรา ด้วยมีเขียนไว้แล้วว่า ‘เราจะตีผู้เลี้ยงแกะนั้น และแกะทั้งหลายจะกระจัดกระจายไป’

Peter to Deny Christ (Matt. 26:31-35; Luke 22:31-34; John 13:36-38)
14:27 And Jesus saith unto them, All ye shall be offended because of me this night: for it is written, I will smite the shepherd, and the sheep shall be scattered.

14:28 แต่หลังจากเราเป็นขึ้นมาแล้ว เราจะไปยังแคว้นกาลิลีก่อนหน้าพวกท่าน”

14:28 But after that I am risen, I will go before you into Galilee.

14:29 แต่เปโตรทูลพระองค์ว่า “ถึงแม้ว่าทุกคนจะสะดุด ข้าพระองค์จะไม่สะดุดเลย”

14:29 But Peter said unto him, Although all shall be offended, yet will not I.

14:30 และพระเยซูตรัสกับเขาว่า “เรากล่าวความจริงแก่ท่านว่า ในวันนี้ คือในคืนนี้เอง ก่อนไก่ขันสองหน ท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง”

14:30 And Jesus saith unto him, Verily I say unto thee, That this day, even in this night, before the cock crow twice, thou shalt deny me thrice.

14:31 แต่เปโตรทูลอย่างแข็งกร้าวมากขึ้นว่า “ถ้าข้าพระองค์จะตายพร้อมกับพระองค์ ข้าพระองค์ก็จะไม่ปฏิเสธพระองค์เลย” พวกเขาทุกคนก็ทูลในทำนองเดียวกันด้วย

14:31 But he spake the more vehemently, If I should die with thee, I will not deny thee in any wise. Likewise also said they all.

พระเยซูทรงปวดร้าวทรมานในสวนเกทเสมนี (มธ 26:36-46; ลก 22:39-46; ยน 18:1)
14:32 และพระเยซูกับพวกสาวกมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า เกทเสมนี และพระองค์ตรัสกับพวกสาวกของพระองค์ว่า “พวกท่านจงนั่งอยู่ที่นี่ ขณะที่เราจะอธิษฐาน”

Jesus' Agony in Gethsemane (Matt. 26:36-46; Luke 22:39-46; John 18:1)
14:32 And they came to a place which was named Gethsemane: and he saith to his disciples, Sit ye here, while I shall pray.

14:33 และพระองค์ทรงพาเปโตร และยากอบ และยอห์นไปกับพระองค์ และทรงเริ่มประหลาดพระทัยอย่างมากมาย และหนักพระทัยยิ่งนัก

14:33 And he taketh with him Peter and James and John, and began to be sore amazed, and to be very heavy;

14:34 และตรัสกับพวกเขาว่า “จิตใจของเราโศกเศร้ายิ่งนัก แทบจะตายได้เลย พวกท่านจงรออยู่ที่นี่ และเฝ้าระวังอยู่เถิด”

14:34 And saith unto them, My soul is exceeding sorrowful unto death: tarry ye here, and watch.

14:35 และพระองค์เสด็จดำเนินไปอีกหน่อยหนึ่ง และซบพระกายลงบนพื้นดิน และอธิษฐานว่า ถ้าเป็นได้ให้ชั่วโมงนั้นล่วงพ้นไปจากพระองค์

14:35 And he went forward a little, and fell on the ground, and prayed that, if it were possible, the hour might pass from him.

14:36 และพระองค์ทูลว่า “อับบา พระบิดาเจ้าข้า สิ่งสารพัดก็เป็นไปได้สำหรับพระองค์ ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ตาม อย่าให้เป็นตามที่ข้าพระองค์ปรารถนา แต่ให้เป็นไปตามที่พระองค์ทรงปรารถนาเถิด”

14:36 And he said, Abba, Father, all things are possible unto thee; take away this cup from me: nevertheless not what I will, but what thou wilt.

14:37 และพระองค์เสด็จกลับมา และทรงพบพวกเขานอนหลับอยู่ และตรัสกับเปโตรว่า “ซีโมนเอ๋ย ท่านนอนหลับหรือ ท่านจะเฝ้าอยู่สักชั่วโมงหนึ่งไม่ได้หรือ

14:37 And he cometh, and findeth them sleeping, and saith unto Peter, Simon, sleepest thou? couldest not thou watch one hour?

14:38 ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังและอธิษฐาน เกรงว่าพวกท่านจะเข้าในการทดลอง จิตวิญญาณพร้อมแล้วก็จริง แต่เนื้อหนังก็อ่อนกำลัง”

14:38 Watch ye and pray, lest ye enter into temptation. The spirit truly is ready, but the flesh is weak.

14:39 และพระองค์เสด็จไปอีก และอธิษฐาน และทรงทูลบรรดาถ้อยคำเดิม

14:39 And again he went away, and prayed, and spake the same words.

14:40 และเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา พระองค์ทรงพบพวกเขานอนหลับอีก (เพราะตาของพวกเขาลืมไม่ขึ้น) และพวกเขาไม่ทราบว่าจะทูลตอบพระองค์ประการใดดี

14:40 And when he returned, he found them asleep again, (for their eyes were heavy,) neither wist they what to answer him.

14:41 และพระองค์เสด็จกลับมาครั้งที่สาม และตรัสกับพวกเขาว่า “เดี๋ยวนี้ จงนอนต่อไปและพวกท่านจงพักผ่อนเถิด พอเถิด โมงนั้นมาถึงแล้ว ดูเถิด บุตรมนุษย์จะถูกทรยศไว้ในมือของพวกคนบาป

14:41 And he cometh the third time, and saith unto them, Sleep on now, and take your rest: it is enough, the hour is come; behold, the Son of man is betrayed into the hands of sinners.

14:42 จงลุกขึ้น ให้พวกเราไปกันเถิด ดูสิ ผู้ที่ทรยศเรามาใกล้แล้ว”

14:42 Rise up, let us go; lo, he that betrayeth me is at hand.

ยูดาสทรยศพระเยซู พระเยซูทรงถูกจับตัวไป (มธ 26:47-56; ลก 22:47-53; ยน 18:3-11)
14:43 และในทันใดนั้น ขณะที่พระองค์ตรัสยังไม่ทันขาดคำ ยูดาส คนหนึ่งในสิบสองคนนั้น ได้มา และพร้อมกับเขามีประชาชนเป็นอันมาก พร้อมด้วยดาบหลายเล่มและไม้ตะบองหลายอัน มาจากพวกปุโรหิตใหญ่ และพวกธรรมาจารย์ และพวกผู้อาวุโส

Judas Betrays Jesus; Jesus Is Arrested (Matt. 26:47-56; Luke 22:47-53; John 18:3-11)
14:43 And immediately, while he yet spake, cometh Judas, one of the twelve, and with him a great multitude with swords and staves, from the chief priests and the scribes and the elders.

14:44 และผู้ที่ทรยศพระองค์นั้นได้ให้อาณัติสัญญาณแก่พวกเขา โดยกล่าวว่า “เราจะจุบผู้ใด ก็เป็นผู้นั้นแหละ จงจับเขาไว้ และนำเขาไปอย่างปลอดภัย”

14:44 And he that betrayed him had given them a token, saying, Whomsoever I shall kiss, that same is he; take him, and lead him away safely.

14:45 และทันทีที่ยูดาสมาถึง เขาก็ตรงไปหาพระองค์ และกล่าวว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า พระอาจารย์เจ้าข้า” และจุบพระองค์

14:45 And as soon as he was come, he goeth straightway to him, and saith, Master, master; and kissed him.

14:46 และคนเหล่านั้นก็เอามือของพวกเขาจับพระองค์ และคุมตัวพระองค์ไป

14:46 And they laid their hands on him, and took him.

ดาบของเปโตร พวกสาวกละทิ้งพระเยซู (มธ 26:51-56)
14:47 และคนหนึ่งในคนเหล่านั้นที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ชักดาบเล่มหนึ่งออก และฟันผู้รับใช้คนหนึ่งของมหาปุโรหิต และตัดหูของเขาขาด

Peter's Sword; Disciples Forsake Jesus (Matt. 26:51-56)
14:47 And one of them that stood by drew a sword, and smote a servant of the high priest, and cut off his ear.

14:48 และพระเยซูทรงตอบและตรัสกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายออกมาเหมือนต่อสู้กับโจรหรือ พร้อมด้วยดาบหลายเล่มและไม้ตะบองหลายอัน เพื่อจะจับเรา

14:48 And Jesus answered and said unto them, Are ye come out, as against a thief, with swords and with staves to take me?

14:49 เราได้อยู่กับพวกท่านทุกวันในพระวิหารโดยสั่งสอนอยู่ และพวกท่านไม่ได้จับเรา แต่พระคัมภีร์จะต้องสำเร็จ”

14:49 I was daily with you in the temple teaching, and ye took me not: but the scriptures must be fulfilled.

14:50 และพวกสาวกทุกคนได้ละทิ้งพระองค์ไว้และหนีไป

14:50 And they all forsook him, and fled.

14:51 และมีชายหนุ่มคนหนึ่งติดตามพระองค์ไป โดยห่มผ้าป่านผืนหนึ่งคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่าของตน และพวกคนหนุ่มก็จับเขาไว้

14:51 And there followed him a certain young man, having a linen cloth cast about his naked body; and the young men laid hold on him:

14:52 และเขาได้ทิ้งผ้าป่านผืนนั้นเสีย และหนีไปจากพวกเขาเปลือยกายอยู่

14:52 And he left the linen cloth, and fled from them naked.

พระเยซูทรงเผชิญหน้ากับมหาปุโรหิตและสภา (มธ 26:57-68; ยน 18:12-14, 19-24)
14:53 และคนทั้งหลายได้นำตัวพระเยซูไปหามหาปุโรหิต และพร้อมกับมหาปุโรหิตมีบรรดาพวกปุโรหิตใหญ่ และพวกผู้อาวุโส และพวกธรรมาจารย์ประชุมกันอยู่

Jesus Faces the High Priest and the Sanhedrin (Matt. 26:57-68; John 18:12-14, 19-24)
14:53 And they led Jesus away to the high priest: and with him were assembled all the chief priests and the elders and the scribes.

14:54 และเปโตรได้ติดตามพระองค์ไปห่าง ๆ กระทั่งจนเข้าไปถึงคฤหาสน์ของมหาปุโรหิต และเขานั่งกับพวกคนใช้ และผิงไฟอยู่

14:54 And Peter followed him afar off, even into the palace of the high priest: and he sat with the servants, and warmed himself at the fire.

14:55 และพวกปุโรหิตใหญ่ และบรรดาสมาชิกสภาได้เสาะหาพยานเพื่อให้การปรักปรำพระเยซูเพื่อจะประหารพระองค์เสีย และหาไม่พบเลย

14:55 And the chief priests and all the council sought for witness against Jesus to put him to death; and found none.

14:56 ด้วยว่าหลายคนได้ให้คำพยานเท็จปรักปรำพระองค์ แต่คำพยานของพวกเขาไม่สอดคล้องกัน

14:56 For many bare false witness against him, but their witness agreed not together.

14:57 และมีบางคนยืนขึ้น และให้คำพยานเท็จปรักปรำพระองค์ โดยกล่าวว่า

14:57 And there arose certain, and bare false witness against him, saying,

14:58 “พวกเราได้ยินคนนี้กล่าวว่า ‘เราจะทำลายพระวิหารนี้ที่สร้างไว้ด้วยมือมนุษย์ และภายในสามวันเราจะสร้างอีกแห่งหนึ่งขึ้นมาซึ่งไม่สร้างด้วยมือมนุษย์’”

14:58 We heard him say, I will destroy this temple that is made with hands, and within three days I will build another made without hands.

14:59 แต่คำพยานของพวกเขาก็ไม่สอดคล้องกัน

14:59 But neither so did their witness agree together.

14:60 และมหาปุโรหิตจึงลุกขึ้นยืนในท่ามกลางเขาทั้งหลาย และถามพระเยซู โดยกล่าวว่า “ท่านไม่ตอบอะไรเลยหรือ มันเรื่องอะไรเล่าซึ่งคนเหล่านี้เป็นพยานปรักปรำท่าน”

14:60 And the high priest stood up in the midst, and asked Jesus, saying, Answerest thou nothing? what is it which these witness against thee?

14:61 แต่พระองค์ทรงนิ่งอยู่ และมิได้ทรงตอบประการใด อีกครั้งมหาปุโรหิตจึงถามพระองค์ และกล่าวแก่พระองค์ว่า “ท่านเป็นพระคริสต์ พระบุตรของผู้เสวยสุขหรือ”

14:61 But he held his peace, and answered nothing. Again the high priest asked him, and said unto him, Art thou the Christ, the Son of the Blessed?

14:62 และพระเยซูตรัสว่า “เราเป็น และท่านทั้งหลายจะเห็นบุตรมนุษย์นั่งอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์แห่งฤทธานุภาพ และเสด็จมาในหมู่เมฆแห่งฟ้าสวรรค์”

14:62 And Jesus said, I am: and ye shall see the Son of man sitting on the right hand of power, and coming in the clouds of heaven.

14:63 แล้วมหาปุโรหิตจึงฉีกเสื้อของตน และกล่าวว่า “พวกเราต้องการเหล่าพยานอะไรอีกเล่า

14:63 Then the high priest rent his clothes, and saith, What need we any further witnesses?

14:64 ท่านทั้งหลายได้ยินคำหมิ่นประมาทนั้นแล้ว ท่านทั้งหลายคิดอะไร” และพวกเขาทุกคนจึงประณามพระองค์ให้มีความผิดถึงตาย

14:64 Ye have heard the blasphemy: what think ye? And they all condemned him to be guilty of death.

14:65 และบางคนก็เริ่มถ่มน้ำลายรดพระองค์ และคลุมพระพักตร์พระองค์ และตีพระองค์ และกล่าวแก่พระองค์ว่า “จงพยากรณ์สิ” และพวกคนใช้ตบพระองค์ด้วยฝ่ามือของตน

14:65 And some began to spit on him, and to cover his face, and to buffet him, and to say unto him, Prophesy: and the servants did strike him with the palms of their hands.

เปโตรปฏิเสธพระเยซู (มธ 26:69-75; ลก 22:56-62; ยน 18:16-18, 25-27)
14:66 และขณะที่เปโตรอยู่เบื้องล่างในคฤหาสน์นั้น มีคนหนึ่งในพวกสาวใช้ของมหาปุโรหิตมา

Peter's Denial of Jesus (Matt. 26:69-75; Luke 22:56-62; John 18:16-18, 25-27)
14:66 And as Peter was beneath in the palace, there cometh one of the maids of the high priest:

14:67 และเมื่อเธอเห็นเปโตรผิงไฟอยู่ เธอก็เขม้นดูเขา และกล่าวว่า “และเจ้าได้อยู่กับเยซูแห่งนาซาเร็ธด้วย”

14:67 And when she saw Peter warming himself, she looked upon him, and said, And thou also wast with Jesus of Nazareth.

14:68 แต่เขาปฏิเสธ โดยกล่าวว่า “ข้าไม่รู้ และข้าไม่เข้าใจว่า เจ้าพูดเรื่องอะไร” และเขาได้ออกไปที่ระเบียง และไก่ก็ขัน

14:68 But he denied, saying, I know not, neither understand I what thou sayest. And he went out into the porch; and the cock crew.

14:69 และอีกครั้ง สาวใช้คนหนึ่งได้เห็นเปโตร และเริ่มกล่าวแก่คนทั้งหลายที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ว่า “คนนี้เป็นคนหนึ่งในพวกเขา”

14:69 And a maid saw him again, and began to say to them that stood by, This is one of them.

14:70 และเขาก็ปฏิเสธอีก และหลังจากผ่านไปสักครู่หนึ่ง คนทั้งหลายที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ นั้นได้กล่าวแก่เปโตรอีกว่า “แน่นอนเจ้าเป็นคนหนึ่งในพวกนั้น ด้วยว่าเจ้าเป็นชาวกาลิลี และสำเนียงของเจ้าก็ส่อไปทางเดียวกัน”

14:70 And he denied it again. And a little after, they that stood by said again to Peter, Surely thou art one of them: for thou art a Galilaean, and thy speech agreeth thereto.

14:71 แต่เขาก็เริ่มสบถและสาบาน โดยกล่าวว่า “ข้าไม่รู้จักชายคนนี้ที่พวกเจ้ากล่าวถึงนั้น”

14:71 But he began to curse and to swear, saying, I know not this man of whom ye speak.

14:72 และไก่ก็ขันเป็นครั้งที่สอง และเปโตรจึงระลึกถึงคำที่พระเยซูตรัสไว้แก่เขาว่า “ก่อนไก่ขันสองหน ท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง” และเมื่อเปโตรหวนคิดถึงเรื่องนั้น เขาก็ร้องไห้

14:72 And the second time the cock crew. And Peter called to mind the word that Jesus said unto him, Before the cock crow twice, thou shalt deny me thrice. And when he thought thereon, he wept.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope