กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ยอห์น 18 / John 18

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21]

พระเยซูในสวนเกทเสมนี ทรงถูกทรยศไว้และถูกจับกุม (มธ 26:47-56; มก 14:43-50; ลก 22:47-53)
18:1 เมื่อพระเยซูได้ตรัสบรรดาคำเหล่านี้แล้ว พระองค์ก็เสด็จออกไปกับพวกสาวกของพระองค์ข้ามลำธารขิดโรน ซึ่งมีสวนแห่งหนึ่ง พระองค์เสด็จเข้าไปในสวนนั้นกับพวกสาวกของพระองค์

Jesus in Gethsemane; Betrayed and Arrested (Matt. 26:47-56; Mark 14:43-50; Luke 22:47-53)
18:1 When Jesus had spoken these words, he went forth with his disciples over the brook Cedron, where was a garden, into the which he entered, and his disciples.

18:2 และยูดาสด้วย ผู้ซึ่งทรยศพระองค์ ก็รู้จักสถานที่นั้น เพราะว่าพระเยซูเคยไปพบกันที่นั่นบ่อย ๆ กับพวกสาวกของพระองค์

18:2 And Judas also, which betrayed him, knew the place: for Jesus ofttimes resorted thither with his disciples.

18:3 แล้วยูดาส เมื่อได้รับพวกพลทหารกับเจ้าหน้าที่ทั้งหลายจากพวกปุโรหิตใหญ่และพวกฟาริสีแล้ว ก็มายังที่นั่นพร้อมด้วยโคมทั้งหลาย และพวกคบเพลิง และเครื่องอาวุธต่าง ๆ

18:3 Judas then, having received a band of men and officers from the chief priests and Pharisees, cometh thither with lanterns and torches and weapons.

18:4 ฉะนั้นพระเยซู โดยทรงทราบทุกสิ่งที่จะมายังพระองค์ จึงเสด็จออกไป และตรัสกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายแสวงหาใคร”

18:4 Jesus therefore, knowing all things that should come upon him, went forth, and said unto them, Whom seek ye?

18:5 พวกเขาตอบพระองค์ว่า “เยซูแห่งนาซาเร็ธ” พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “เราเป็นผู้นั้นแหละ” และยูดาสด้วย ผู้ซึ่งได้ทรยศพระองค์ ก็ยืนอยู่กับคนเหล่านั้น

18:5 They answered him, Jesus of Nazareth. Jesus saith unto them, I am he. And Judas also, which betrayed him, stood with them.

18:6 แล้วทันทีที่พระองค์ได้ตรัสกับพวกเขาว่า “เราเป็นผู้นั้นแหละ” พวกเขาก็ถอยหลังและล้มลงสู่พื้นดิน

18:6 As soon then as he had said unto them, I am he, they went backward, and fell to the ground.

18:7 แล้วพระองค์จึงตรัสถามพวกเขาอีกว่า “ท่านทั้งหลายแสวงหาใคร” และพวกเขากล่าวว่า “เยซูแห่งนาซาเร็ธ”

18:7 Then asked he them again, Whom seek ye? And they said, Jesus of Nazareth.

18:8 พระเยซูตรัสตอบว่า “เราบอกท่านทั้งหลายแล้วว่าเราเป็นผู้นั้น เหตุฉะนั้นถ้าท่านทั้งหลายแสวงหาเรา จงปล่อยคนเหล่านี้ไปตามทางของพวกเขาเถิด”

18:8 Jesus answered, I have told you that I am he: if therefore ye seek me, let these go their way:

18:9 เพื่อพระดำรัสนั้นจะสำเร็จ ซึ่งพระเยซูตรัสไว้แล้วว่า “คนเหล่านั้นซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์นั้น ข้าพระองค์ไม่ได้เสียไปสักคนเดียว”

18:9 That the saying might be fulfilled, which he spake, Of them which thou gavest me have I lost none.

18:10 แล้วซีโมนเปโตร ซึ่งมีดาบอยู่เล่มหนึ่ง จึงชักมันออกและฟันผู้รับใช้คนหนึ่งของมหาปุโรหิต และตัดหูข้างขวาของเขาออก ผู้รับใช้คนนั้นชื่อ มัลคัส

18:10 Then Simon Peter having a sword drew it, and smote the high priest's servant, and cut off his right ear. The servant's name was Malchus.

18:11 แล้วพระเยซูจึงตรัสกับเปโตรว่า “จงเอาดาบของท่านใส่ฝักเสีย ถ้วยซึ่งพระบิดาของเราประทานแก่เราแล้วนั้น เราจะไม่ดื่มจากถ้วยนั้นหรือ”

18:11 Then said Jesus unto Peter, Put up thy sword into the sheath: the cup which my Father hath given me, shall I not drink it?

ทรงอยู่ต่อหน้าอันนาสและคายาฟาส (มธ 26:57-68; มก 14:53-65; ลก 22:66-71)
18:12 และพวกพลทหารกับนายทหารและเจ้าหน้าที่ทั้งหลายของพวกยิวจึงจับพระเยซู และมัดพระองค์ไว้

Brought before Annas and Caiaphas (Matt. 26:57-68; Mark 14:53-65; Luke 22:66-71)
18:12 Then the band and the captain and officers of the Jews took Jesus, and bound him,

18:13 และพาพระองค์ไปหาอันนาสก่อน เพราะอันนาสเป็นพ่อตาของคายาฟาส ผู้ซึ่งเป็นมหาปุโรหิตในปีเดียวกันนั้น

18:13 And led him away to Annas first; for he was father in law to Caiaphas, which was the high priest that same year.

18:14 บัดนี้คายาฟาสเป็นผู้ซึ่งให้คำแนะนำแก่พวกยิวว่า เป็นการดีที่จะให้คน ๆ หนึ่งตายเสียเพื่อประชาชน

18:14 Now Caiaphas was he, which gave counsel to the Jews, that it was expedient that one man should die for the people.

เปโตรปฏิเสธพระเยซู (มธ 26:69-75; มก 14:66-72; ลก 22:54-62)
18:15 และซีโมนเปโตรได้ติดตามพระเยซูไป และสาวกอีกคนหนึ่งก็ติดตามไปด้วย สาวกคนนั้นเป็นที่รู้จักของมหาปุโรหิต และได้เข้าไปกับพระเยซูในคฤหาสน์ของมหาปุโรหิต

Peter's Denial of Jesus (Matt. 26:69-75; Mark 14:66-72; Luke 22:54-62)
18:15 And Simon Peter followed Jesus, and so did another disciple: that disciple was known unto the high priest, and went in with Jesus into the palace of the high priest.

18:16 แต่เปโตรยืนอยู่ที่ประตูข้างนอก แล้วสาวกอีกคนหนึ่งนั้น ผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักของมหาปุโรหิต จึงได้ออกไปและพูดกับหญิงที่เฝ้าประตู และพาเปโตรเข้ามา

18:16 But Peter stood at the door without. Then went out that other disciple, which was known unto the high priest, and spake unto her that kept the door, and brought in Peter.

18:17 แล้วผู้หญิงคนที่เฝ้าประตูก็กล่าวแก่เปโตรว่า “ท่านเป็นคนหนึ่งในพวกสาวกของชายคนนั้นด้วยไม่ใช่หรือ” เขากล่าวว่า “ข้าไม่เป็น”

18:17 Then saith the damsel that kept the door unto Peter, Art not thou also one of this man's disciples? He saith, I am not.

18:18 และพวกผู้รับใช้กับเจ้าหน้าที่ทั้งหลายก็ยืนอยู่ที่นั่น ผู้ซึ่งได้ก่อกองไฟด้วยถ่านหลายก้อน เพราะอากาศหนาว และพวกเขาก็ผิงไฟ และเปโตรก็ยืนอยู่กับพวกเขา และผิงไฟ

18:18 And the servants and officers stood there, who had made a fire of coals; for it was cold: and they warmed themselves: and Peter stood with them, and warmed himself.

พระเยซูทรงอยู่ต่อหน้ามหาปุโรหิต
18:19 แล้วมหาปุโรหิตจึงถามพระเยซูถึงพวกสาวกของพระองค์ และถึงหลักคำสอนของพระองค์

Jesus before the High Priest
18:19 The high priest then asked Jesus of his disciples, and of his doctrine.

18:20 พระเยซูตรัสตอบท่านว่า “เราได้กล่าวอย่างเปิดเผยแก่โลก เราได้สั่งสอนเสมอในธรรมศาลาและในพระวิหาร ที่ซึ่งพวกยิวชุมนุมกันเสมอ และเราไม่ได้กล่าวสิ่งใดอย่างลับ ๆ เลย

18:20 Jesus answered him, I spake openly to the world; I ever taught in the synagogue, and in the temple, whither the Jews always resort; and in secret have I said nothing.

18:21 ท่านถามเราทำไม จงถามคนเหล่านั้นซึ่งได้ฟังเราว่า เราได้พูดอะไรกับพวกเขา ดูเถิด พวกเขาทราบว่าเราได้กล่าวอะไร”

18:21 Why askest thou me? ask them which heard me, what I have said unto them: behold, they know what I said.

18:22 และเมื่อพระองค์ตรัสดังนั้นแล้ว คนหนึ่งในพวกเจ้าหน้าที่ซึ่งยืนอยู่ที่นั่นได้ตบพระเยซูด้วยฝ่ามือของเขา โดยกล่าวว่า “เจ้าตอบมหาปุโรหิตอย่างนั้นหรือ”

18:22 And when he had thus spoken, one of the officers which stood by struck Jesus with the palm of his hand, saying, Answerest thou the high priest so?

18:23 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ถ้าเราพูดสิ่งชั่วร้าย จงเป็นพยานถึงสิ่งชั่วร้ายนั้น แต่ถ้าพูดถูก ท่านตบเราทำไม”

18:23 Jesus answered him, If I have spoken evil, bear witness of the evil: but if well, why smitest thou me?

18:24 บัดนี้อันนาสได้ส่งพระองค์ซึ่งถูกมัดอยู่ไปยังคายาฟาสผู้เป็นมหาปุโรหิต

18:24 Now Annas had sent him bound unto Caiaphas the high priest.

18:25 และซีโมนเปโตรยืนและผิงไฟอยู่ ฉะนั้นคนเหล่านั้นจึงกล่าวแก่เขาว่า “เจ้าเป็นคนหนึ่งในพวกสาวกของเขาด้วยไม่ใช่หรือ” เปโตรปฏิเสธเรื่องนั้น และกล่าวว่า “ข้าไม่เป็น”

18:25 And Simon Peter stood and warmed himself. They said therefore unto him, Art not thou also one of his disciples? He denied it, and said, I am not.

18:26 คนหนึ่งในพวกผู้รับใช้ของมหาปุโรหิต ซึ่งเป็นญาติของคนนั้นผู้ซึ่งหูของเขาถูกเปโตรตัดออก กล่าวว่า “ข้าได้เห็นเจ้ากับท่านผู้นั้นในสวนไม่ใช่หรือ”

18:26 One of the servants of the high priest, being his kinsman whose ear Peter cut off, saith, Did not I see thee in the garden with him?

18:27 แล้วเปโตรปฏิเสธอีกครั้งหนึ่ง และในทันใดนั้นไก่ก็ขัน

18:27 Peter then denied again: and immediately the cock crew.

พระเยซูถูกนำไปอยู่ต่อหน้าปีลาต (มธ 27:1-14; มก 15:1-5; ลก 23:1-7)
18:28 แล้วพวกเขาจึงพาพระเยซูออกไปจากคายาฟาสไปยังศาลปรีโทเรียม และเป็นเวลาเช้าตรู่ และพวกเขาเองไม่ได้เข้าไปในศาลปรีโทเรียม เกรงว่าพวกเขาจะถูกทำให้เป็นมลทิน แต่เพื่อพวกเขาจะได้กินปัสกาได้

Jesus Brought before Pilate (Matt. 27:1-14; Mark 15:1-5; Luke 23:1-7)
18:28 Then led they Jesus from Caiaphas unto the hall of judgment: and it was early; and they themselves went not into the judgment hall, lest they should be defiled; but that they might eat the passover.

18:29 แล้วปีลาตจึงออกมาหาเขาเหล่านั้น และกล่าวว่า “พวกท่านมีข้อกล่าวหาอะไรต่อชายคนนี้”

18:29 Pilate then went out unto them, and said, What accusation bring ye against this man?

18:30 พวกเขาตอบและกล่าวแก่ท่านว่า “ถ้าเขาไม่ใช่ผู้ร้าย พวกข้าพเจ้าก็คงไม่มอบเขาไว้กับท่าน”

18:30 They answered and said unto him, If he were not a malefactor, we would not have delivered him up unto thee.

18:31 แล้วปีลาตจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า “พวกท่านจงพาเขาไป และพิพากษาเขาตามกฎหมายของพวกท่านเถิด” ฉะนั้นพวกยิวจึงกล่าวแก่ท่านว่า “การที่พวกข้าพเจ้าจะประหารชีวิตคนใดคนหนึ่งนั้นเป็นการผิดกฎหมาย”

18:31 Then said Pilate unto them, Take ye him, and judge him according to your law. The Jews therefore said unto him, It is not lawful for us to put any man to death:

18:32 เพื่อพระดำรัสของพระเยซูจะสำเร็จ ซึ่งพระองค์ได้ตรัส โดยบอกเป็นนัยว่าพระองค์จะทรงสิ้นพระชนม์โดยความตายอะไร

18:32 That the saying of Jesus might be fulfilled, which he spake, signifying what death he should die.

18:33 แล้วปีลาตจึงเข้าไปในศาลปรีโทเรียมอีก และเรียกพระเยซูมา และกล่าวแก่พระองค์ว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของพวกยิวหรือ”

18:33 Then Pilate entered into the judgment hall again, and called Jesus, and said unto him, Art thou the King of the Jews?

18:34 พระเยซูตรัสตอบท่านว่า “ท่านกล่าวสิ่งนี้จากตัวท่านเองหรือ หรือคนอื่น ๆ ได้บอกท่านถึงเรื่องของเรา”

18:34 Jesus answered him, Sayest thou this thing of thyself, or did others tell it thee of me?

18:35 ปีลาตตอบว่า “เราเป็นยิวหรือ ชนชาติของท่านเองและพวกปุโรหิตใหญ่ได้มอบท่านไว้กับเรา ท่านได้ทำอะไรบ้าง”

18:35 Pilate answered, Am I a Jew? Thine own nation and the chief priests have delivered thee unto me: what hast thou done?

18:36 พระเยซูตรัสตอบว่า “อาณาจักรของเรามิได้เป็นของโลกนี้ ถ้าอาณาจักรของเราเป็นของโลกนี้ เหล่าผู้รับใช้ของเราก็คงจะต่อสู้ เพื่อเราจะไม่ถูกมอบไว้แก่พวกยิว แต่บัดนี้อาณาจักรของเรามิได้มาจากที่นี่”

18:36 Jesus answered, My kingdom is not of this world: if my kingdom were of this world, then would my servants fight, that I should not be delivered to the Jews: but now is my kingdom not from hence.

18:37 ฉะนั้นปีลาตจึงกล่าวแก่พระองค์ว่า “ถ้าเช่นนั้นท่านเป็นกษัตริย์องค์หนึ่งหรือ” พระเยซูตรัสตอบว่า “ท่านกล่าวว่าเราเป็นกษัตริย์องค์หนึ่ง เพราะเหตุนี้เราจึงได้บังเกิดมา และด้วยเหตุนี้เราจึงได้เข้ามาในโลก เพื่อเราจะเป็นพยานถึงความจริง ทุกคนที่อยู่ฝ่ายความจริงย่อมฟังเสียงของเรา”

18:37 Pilate therefore said unto him, Art thou a king then? Jesus answered, Thou sayest that I am a king. To this end was I born, and for this cause came I into the world, that I should bear witness unto the truth. Every one that is of the truth heareth my voice.

18:38 ปีลาตกล่าวแก่พระองค์ว่า “ความจริงคืออะไร” และเมื่อท่านกล่าวเช่นนี้แล้ว ท่านก็ออกไปหาพวกยิวอีก และกล่าวแก่พวกเขาว่า “เราพบว่าไม่มีความผิดใด ๆ ในตัวเขาเลย

18:38 Pilate saith unto him, What is truth? And when he had said this, he went out again unto the Jews, and saith unto them, I find in him no fault at all.

พระเยซูถูกพิพากษาว่าผิด บารับบัสได้รับการปลดปล่อย (มธ 27:15-26; มก 15:6-15; ลก 23:18-25)
18:39 แต่พวกท่านมีธรรมเนียมว่า เราควรปล่อยคนหนึ่งให้แก่พวกท่านในเทศกาลปัสกา ฉะนั้นพวกท่านประสงค์จะให้เราปล่อยกษัตริย์ของพวกยิวให้แก่พวกท่านหรือ”

Jesus Condemned; Barabbas Released (Matt. 27:15-26; Mark 15:6-15; Luke 23:18-25)
18:39 But ye have a custom, that I should release unto you one at the passover: will ye therefore that I release unto you the King of the Jews?

18:40 แล้วพวกเขาทุกคนจึงร้องอีก โดยกล่าวว่า “ไม่ใช่ชายคนนี้ แต่เป็นบารับบัส” บัดนี้บารับบัสนั้นเป็นโจร

18:40 Then cried they all again, saying, Not this man, but Barabbas. Now Barabbas was a robber.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope