กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ลูกา 1 / Luke 1

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

คำนำ
1:1 เพราะว่ามีหลายคนได้ลงมือเพื่อเรียบเรียงเรื่องราวของสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นที่เชื่อได้อย่างแน่นอนในท่ามกลางเราทั้งหลาย

Prologue
1:1 Forasmuch as many have taken in hand to set forth in order a declaration of those things which are most surely believed among us,

1:2 เหมือนอย่างที่พวกเขาได้มอบสิ่งเหล่านั้นไว้แก่พวกเรา ผู้ซึ่งตั้งแต่แรกเป็นพวกสักขีพยาน และเป็นพวกผู้รับใช้ของพระวจนะนั้น

1:2 Even as they delivered them unto us, which from the beginning were eyewitnesses, and ministers of the word;

1:3 ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการดีเช่นกัน โดยได้มีความเข้าใจอย่างสมบูรณ์แบบเกี่ยวกับสิ่งสารพัดมาตั้งแต่ต้น ที่จะเขียนถึงท่านตามลำดับ เรียนท่านเธโอฟีลัส ที่เคารพอย่างสูง

1:3 It seemed good to me also, having had perfect understanding of all things from the very first, to write unto thee in order, most excellent Theophilus,

1:4 เพื่อท่านจะได้ทราบถึงความแน่นอนของเรื่องราวเหล่านั้น ซึ่งในสิ่งเหล่านั้นท่านได้รับคำสั่งสอนมาแล้ว

1:4 That thou mightest know the certainty of those things, wherein thou hast been instructed.

ทูตสวรรค์พยากรณ์ถึงการกำเนิดของยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา
1:5 ในรัชกาลของเฮโรด กษัตริย์แห่งยูเดีย มีปุโรหิตคนหนึ่งชื่อ เศคาริยาห์ อยู่ในเวรของอาบียาห์ และภรรยาของท่านอยู่ในพวกบุตรสาวของอาโรน และชื่อของนางคือ เอลีซาเบธ

An Angel Foretells the Birth of John the Baptist
1:5 There was in the days of Herod, the king of Judaea, a certain priest named Zacharias, of the course of Abia: and his wife was of the daughters of Aaron, and her name was Elisabeth.

1:6 และเขาทั้งสองเป็นคนชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้า โดยดำเนินตามบรรดาพระบัญญัติและกฎทั้งสิ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไร้ที่ติ

1:6 And they were both righteous before God, walking in all the commandments and ordinances of the Lord blameless.

1:7 และเขาทั้งสองไม่มีบุตร เพราะว่าเอลีซาเบธเป็นหมัน และบัดนี้เขาทั้งสองก็อายุมากแล้ว

1:7 And they had no child, because that Elisabeth was barren, and they both were now well stricken in years.

1:8 และต่อมา ขณะที่เศคาริยาห์ทำหน้าที่ปุโรหิตต่อพระพักตร์พระเจ้า ตามลำดับเวรของท่าน

1:8 And it came to pass, that while he executed the priest's office before God in the order of his course,

1:9 ตามธรรมเนียมของหน้าที่ปุโรหิต สลากของท่านคือให้เผาเครื่องหอมบูชาเมื่อท่านเข้าไปในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า

1:9 According to the custom of the priest's office, his lot was to burn incense when he went into the temple of the Lord.

1:10 และบรรดาประชาชนเป็นอันมากก็อธิษฐานอยู่ภายนอกในเวลาแห่งการเผาเครื่องหอมนั้น

1:10 And the whole multitude of the people were praying without at the time of incense.

1:11 และทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏแก่ท่าน โดยยืนอยู่ข้างขวาแท่นบูชาสำหรับเผาเครื่องหอม

1:11 And there appeared unto him an angel of the Lord standing on the right side of the altar of incense.

1:12 และเมื่อเศคาริยาห์เห็นทูตสวรรค์องค์นั้นแล้ว ท่านก็ตกใจ และความกลัวก็ตกมาสู่ท่าน

1:12 And when Zacharias saw him, he was troubled, and fear fell upon him.

1:13 แต่ทูตสวรรค์องค์นั้นกล่าวแก่ท่านว่า “อย่ากลัวเลย เศคาริยาห์เอ๋ย ด้วยว่าได้ทรงฟังคำอธิษฐานของท่านแล้ว และภรรยาของท่าน คือนางเอลีซาเบธ จะคลอดบุตรชายคนหนึ่งแก่ท่าน และท่านจะตั้งชื่อของบุตรนั้นว่า ยอห์น

1:13 But the angel said unto him, Fear not, Zacharias: for thy prayer is heard; and thy wife Elisabeth shall bear thee a son, and thou shalt call his name John.

1:14 และท่านจะมีความปรีดาและยินดี และคนเป็นอันมากจะเปรมปรีดิ์ในการบังเกิดของบุตรนั้น

1:14 And thou shalt have joy and gladness; and many shall rejoice at his birth.

1:15 เพราะว่าเขาจะเป็นใหญ่ในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า และจะไม่ดื่มน้ำองุ่นหรือสุราเลย และเขาจะเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ตั้งแต่ครรภ์มารดาของเขา

1:15 For he shall be great in the sight of the Lord, and shall drink neither wine nor strong drink; and he shall be filled with the Holy Ghost, even from his mother's womb.

1:16 และชนชาติอิสราเอลหลายคน เขาจะนำให้หันกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเขาทั้งหลาย

1:16 And many of the children of Israel shall he turn to the Lord their God.

1:17 และเขาจะนำหน้าพระองค์ในอารมณ์และฤทธิ์เดชของเอลียาห์ เพื่อหันจิตใจของพ่อทั้งหลายให้เข้าหาลูก ๆ และคนที่ไม่เชื่อฟังให้เข้าหาสติปัญญาของคนชอบธรรม เพื่อจัดเตรียมชนชาติหนึ่งไว้ให้สมแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า”

1:17 And he shall go before him in the spirit and power of Elias, to turn the hearts of the fathers to the children, and the disobedient to the wisdom of the just; to make ready a people prepared for the Lord.

1:18 และเศคาริยาห์จึงกล่าวแก่ทูตสวรรค์ว่า “ข้าพเจ้าจะทราบสิ่งนี้ได้อย่างไร เพราะข้าพเจ้าเป็นคนชราแล้ว และภรรยาของข้าพเจ้าก็อายุมากแล้ว”

1:18 And Zacharias said unto the angel, Whereby shall I know this? for I am an old man, and my wife well stricken in years.

1:19 และทูตสวรรค์นั้นจึงตอบและกล่าวแก่ท่านว่า “เราคือกาบริเอล ที่ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า และถูกส่งมาเพื่อพูดกับท่าน และเพื่อนำข่าวดีเหล่านี้มาแจ้งแก่ท่าน

1:19 And the angel answering said unto him, I am Gabriel, that stand in the presence of God; and am sent to speak unto thee, and to shew thee these glad tidings.

1:20 และดูเถิด ท่านจะเป็นใบ้ และไม่สามารถพูดได้ จนถึงวันที่สิ่งเหล่านี้จะบังเกิดขึ้น เพราะท่านไม่เชื่อบรรดาถ้อยคำของเรา ซึ่งจะสำเร็จตามเวลากำหนดของพวกมัน”

1:20 And, behold, thou shalt be dumb, and not able to speak, until the day that these things shall be performed, because thou believest not my words, which shall be fulfilled in their season.

1:21 และประชาชนคอยเศคาริยาห์ และประหลาดใจที่ท่านชักช้าอยู่นานเหลือเกินในพระวิหาร

1:21 And the people waited for Zacharias, and marvelled that he tarried so long in the temple.

1:22 และเมื่อท่านออกมาแล้ว ท่านไม่สามารถพูดกับพวกเขาได้ และพวกเขาจึงรับรู้ว่าท่านได้เห็นนิมิตในพระวิหาร เพราะท่านทำไม้ทำมือกับพวกเขา และยังคงพูดไม่ออก

1:22 And when he came out, he could not speak unto them: and they perceived that he had seen a vision in the temple: for he beckoned unto them, and remained speechless.

1:23 และต่อมา ทันทีที่วันเหล่านั้นแห่งการปรนนิบัติของท่านสำเร็จแล้ว ท่านก็จากไปยังบ้านของท่านเอง

1:23 And it came to pass, that, as soon as the days of his ministration were accomplished, he departed to his own house.

1:24 และหลังจากวันเหล่านั้น เอลีซาเบธภรรยาของท่านก็ตั้งครรภ์ และซ่อนตัวอยู่เป็นเวลาห้าเดือน โดยกล่าวว่า

1:24 And after those days his wife Elisabeth conceived, and hid herself five months, saying,

1:25 “องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงกระทำเช่นนี้แก่ข้าพเจ้า ในวันเหล่านั้นที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรดูข้าพเจ้า เพื่อนำความอดสูของข้าพเจ้าที่มีอยู่ท่ามกลางคนทั้งปวงไปเสีย”

1:25 Thus hath the Lord dealt with me in the days wherein he looked on me, to take away my reproach among men.

การประกาศถึงการประสูติของพระคริสต์
1:26 และในเดือนที่หก ทูตสวรรค์กาบริเอลได้ถูกส่งมาจากพระเจ้า ให้มายังเมืองหนึ่งในแคว้นกาลิลี ชื่อนาซาเร็ธ

Christ's Birth Announced
1:26 And in the sixth month the angel Gabriel was sent from God unto a city of Galilee, named Nazareth,

1:27 มาถึงหญิงพรหมจารีคนหนึ่งที่ได้หมั้นกันไว้กับชายคนหนึ่งซึ่งชื่อของเขาคือ โยเซฟ เป็นคนในวงศ์วานของดาวิด และหญิงพรหมจารีคนนั้นชื่อมารีย์

1:27 To a virgin espoused to a man whose name was Joseph, of the house of David; and the virgin's name was Mary.

1:28 และทูตสวรรค์องค์นั้นได้เข้ามาข้างในถึงเธอ และกล่าวว่า “จงจำเริญเถิด เธอผู้ซึ่งเป็นที่โปรดปรานมาก องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับเธอ เธอได้รับพระพรในท่ามกลางสตรีทั้งปวง”

1:28 And the angel came in unto her, and said, Hail, thou that art highly favoured, the Lord is with thee: blessed art thou among women.

1:29 และเมื่อมารีย์เห็นทูตสวรรค์องค์นั้นแล้ว เธอก็ตกใจเพราะคำกล่าวของทูตนั้น และพิจารณาในใจของเธอว่า ลักษณะแห่งคำทักทายนั้นมีความหมายว่าอะไร

1:29 And when she saw him, she was troubled at his saying, and cast in her mind what manner of salutation this should be.

1:30 และทูตสวรรค์องค์นั้นจึงกล่าวแก่เธอว่า “อย่ากลัวเลย มารีย์เอ๋ย เพราะเธอเป็นที่พระเจ้าทรงโปรดปรานแล้ว

1:30 And the angel said unto her, Fear not, Mary: for thou hast found favour with God.

1:31 และดูเถิด เธอจะตั้งครรภ์ในครรภ์ของเธอ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และจะตั้งชื่อบุตรนั้นว่า เยซู

1:31 And, behold, thou shalt conceive in thy womb, and bring forth a son, and shalt call his name JESUS.

1:32 บุตรนั้นจะเป็นใหญ่ และจะทรงถูกเรียกว่าเป็นพระบุตรขององค์ผู้สูงสุด และองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าจะประทานพระที่นั่งของดาวิดบรรพบุรุษของท่านให้แก่ท่าน

1:32 He shall be great, and shall be called the Son of the Highest: and the Lord God shall give unto him the throne of his father David:

1:33 และท่านจะครอบครองเหนือวงศ์วานของยาโคบเป็นนิตย์ และอาณาจักรของท่านจะไม่มีการสิ้นสุดเลย”

1:33 And he shall reign over the house of Jacob for ever; and of his kingdom there shall be no end.

1:34 แล้วมารีย์กล่าวแก่ทูตสวรรค์นั้นว่า “สิ่งนี้จะเป็นไปอย่างไรได้ เพราะข้าพเจ้ายังไม่ได้ร่วมกับชายคนใด”

1:34 Then said Mary unto the angel, How shall this be, seeing I know not a man?

1:35 และทูตสวรรค์องค์นั้นตอบและกล่าวแก่เธอว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกคลุมเธอ เหตุฉะนั้นองค์บริสุทธิ์ซึ่งจะบังเกิดมาจากเธอด้วยจะถูกเรียกว่า พระบุตรของพระเจ้า

1:35 And the angel answered and said unto her, The Holy Ghost shall come upon thee, and the power of the Highest shall overshadow thee: therefore also that holy thing which shall be born of thee shall be called the Son of God.

1:36 และดูเถิด เอลีซาเบธญาติของเธอ นางก็ตั้งครรภ์มีบุตรเป็นชายด้วยในวัยชราของนาง และนี่เป็นเดือนที่หกแล้วกับนาง ผู้ซึ่งเคยถูกเรียกว่าเป็นหญิงหมัน

1:36 And, behold, thy cousin Elisabeth, she hath also conceived a son in her old age: and this is the sixth month with her, who was called barren.

1:37 เพราะว่าสำหรับพระเจ้า ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งจะเป็นไปไม่ได้”

1:37 For with God nothing shall be impossible.

1:38 และมารีย์กล่าวว่า “ดูหญิงคนใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด ขอให้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าตามคำของท่านเถิด” และทูตสวรรค์องค์นั้นจึงจากเธอไป

1:38 And Mary said, Behold the handmaid of the Lord; be it unto me according to thy word. And the angel departed from her.

มารีย์เยี่ยมเยียนนางเอลีซาเบธ
1:39 และมารีย์ลุกขึ้นในวันเหล่านั้น และออกไปถึงแดนเทือกเขาด้วยความเร่งรีบ เข้าไปในเมืองหนึ่งแห่งยูเดีย

Mary Visits Elizabeth
1:39 And Mary arose in those days, and went into the hill country with haste, into a city of Juda;

1:40 และเข้าไปในบ้านของเศคาริยาห์ และทักทายปราศรัยเอลีซาเบธ

1:40 And entered into the house of Zacharias, and saluted Elisabeth.

1:41 และต่อมา เมื่อเอลีซาเบธได้ยินคำปราศรัยของมารีย์ ทารกนั้นก็ดิ้นในครรภ์ของนาง และเอลีซาเบธก็เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

1:41 And it came to pass, that, when Elisabeth heard the salutation of Mary, the babe leaped in her womb; and Elisabeth was filled with the Holy Ghost:

1:42 และนางได้กล่าวด้วยเสียงดัง และกล่าวว่า “เจ้าก็ได้รับพรในท่ามกลางสตรีทั้งปวง และผลแห่งครรภ์ของเจ้าก็ได้รับพระพร

1:42 And she spake out with a loud voice, and said, Blessed art thou among women, and blessed is the fruit of thy womb.

1:43 และแล้วนี่คืออะไรสำหรับข้าเล่า ที่มารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าควรมาหาข้า

1:43 And whence is this to me, that the mother of my Lord should come to me?

1:44 เพราะดูเถิด ทันทีที่เสียงแห่งคำปราศรัยของเจ้าเข้าหูของข้า ทารกนี้ก็ดิ้นในครรภ์ของข้าด้วยความปีติยินดี

1:44 For, lo, as soon as the voice of thy salutation sounded in mine ears, the babe leaped in my womb for joy.

1:45 และนางที่ได้เชื่อก็ได้รับพร เพราะว่าจะมีการทำให้สำเร็จจริงของสิ่งเหล่านั้นซึ่งได้แจ้งแก่นางแล้วจากองค์พระผู้เป็นเจ้า”

1:45 And blessed is she that believed: for there shall be a performance of those things which were told her from the Lord.

คำสรรเสริญของมารีย์
1:46 และมารีย์กล่าวว่า “จิตใจของข้าพเจ้ายกย่ององค์พระผู้เป็นเจ้า

Mary's Praises
1:46 And Mary said, My soul doth magnify the Lord,

1:47 และจิตวิญญาณของข้าพเจ้าปีติยินดีแล้วในพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า

1:47 And my spirit hath rejoiced in God my Saviour.

1:48 เพราะพระองค์ทรงห่วงใยฐานะอันต่ำต้อยของหญิงคนใช้ของพระองค์ เพราะดูเถิด ตั้งแต่นี้ไปคนทุกชั่วอายุจะเรียกข้าพเจ้าว่าผาสุก

1:48 For he hath regarded the low estate of his handmaiden: for, behold, from henceforth all generations shall call me blessed.

1:49 เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ได้ทรงกระทำบรรดาสิ่งที่ยิ่งใหญ่แก่ข้าพเจ้า และพระนามของพระองค์ก็บริสุทธิ์

1:49 For he that is mighty hath done to me great things; and holy is his name.

1:50 และพระเมตตาของพระองค์มีแก่คนทั้งหลายที่ยำเกรงพระองค์ ทุกชั่วอายุสืบ ๆ ไป

1:50 And his mercy is on them that fear him from generation to generation.

1:51 พระองค์ได้ทรงสำแดงพระกำลังด้วยพระกรของพระองค์ พระองค์ได้ทรงกระจัดกระจายคนเย่อหยิ่งในจินตนาการแห่งหัวใจของพวกเขาเสียแล้ว

1:51 He hath shewed strength with his arm; he hath scattered the proud in the imagination of their hearts.

1:52 พระองค์ได้ทรงถอดบรรดาผู้มีอำนาจลงมาจากพระที่นั่งทั้งหลายของพวกเขา และทรงยกคนทั้งหลายที่มีฐานะต่ำต้อยขึ้นไป

1:52 He hath put down the mighty from their seats, and exalted them of low degree.

1:53 พระองค์ได้โปรดให้คนอดอยากอิ่มด้วยสิ่งทั้งหลายที่ดี และคนมั่งมีนั้นพระองค์ทรงกระทำให้จากไปด้วยมือเปล่า

1:53 He hath filled the hungry with good things; and the rich he hath sent empty away.

1:54 พระองค์ได้ทรงช่วยอิสราเอลผู้รับใช้ของพระองค์ ในการจดจำพระเมตตาของพระองค์

1:54 He hath holpen his servant Israel, in remembrance of his mercy;

1:55 ตามที่พระองค์ได้ตรัสไว้แก่บรรพบุรุษของพวกเรา แก่อับราฮัม และแก่เชื้อสายของท่านเป็นนิตย์”

1:55 As he spake to our fathers, to Abraham, and to his seed for ever.

1:56 และมารีย์อาศัยอยู่กับเอลีซาเบธเป็นเวลาประมาณสามเดือน และกลับไปยังบ้านของตนเอง

1:56 And Mary abode with her about three months, and returned to her own house.

การกำเนิดของยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา
1:57 บัดนี้เวลาที่นางเอลีซาเบธจะคลอดบุตรก็ครบถ้วนแล้ว และนางได้คลอดบุตรเป็นชาย

The Birth of John the Baptist
1:57 Now Elisabeth's full time came that she should be delivered; and she brought forth a son.

1:58 และบรรดาเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องของนางได้ยินว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสำแดงพระเมตตาอันใหญ่หลวงแก่นาง และเขาทั้งหลายก็เปรมปรีดิ์กับนาง

1:58 And her neighbours and her cousins heard how the Lord had shewed great mercy upon her; and they rejoiced with her.

1:59 และต่อมาในวันที่แปด พวกเขาก็มาเพื่อให้ทารกนั้นเข้าสุหนัต และพวกเขาเรียกทารกนั้นว่า เศคาริยาห์ ตามชื่อบิดาของทารกนั้น

1:59 And it came to pass, that on the eighth day they came to circumcise the child; and they called him Zacharias, after the name of his father.

1:60 และมารดาของทารกนั้นตอบและกล่าวว่า “ไม่ใช่ แต่ทารกนั้นจะถูกเรียกว่า ยอห์น”

1:60 And his mother answered and said, Not so; but he shall be called John.

1:61 และพวกเขากล่าวแก่นางว่า “ไม่มีผู้ใดในพวกญาติพี่น้องของเจ้าที่ถูกเรียกตามชื่อนี้”

1:61 And they said unto her, There is none of thy kindred that is called by this name.

1:62 และพวกเขาจึงทำไม้ทำมือกับบิดาของทารกนั้นว่า ท่านอยากจะให้เรียกทารกนั้นว่าอะไร

1:62 And they made signs to his father, how he would have him called.

1:63 และบิดาจึงขอกระดานชนวนมา และเขียน โดยกล่าวว่า “ชื่อของทารกนั้นคือยอห์น” และพวกเขาทุกคนก็ประหลาดใจ

1:63 And he asked for a writing table, and wrote, saying, His name is John. And they marvelled all.

1:64 และปากของท่านก็เปิดออกในทันที และลิ้นของท่านก็คลายออก และท่านพูดและสรรเสริญพระเจ้า

1:64 And his mouth was opened immediately, and his tongue loosed, and he spake, and praised God.

1:65 และความกลัวก็มาสู่ทุกคนที่อาศัยอยู่รอบ ๆ พวกเขา และบรรดาถ้อยคำเหล่านี้ก็เลื่องลือไปทั่วแดนเทือกเขาแห่งแคว้นยูเดีย

1:65 And fear came on all that dwelt round about them: and all these sayings were noised abroad throughout all the hill country of Judaea.

1:66 และบรรดาคนที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ก็จดจำพวกมันไว้ในใจของพวกเขา โดยกล่าวว่า “ทารกคนนี้จะเป็นอย่างไรหนอ” และพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่กับเขา

1:66 And all they that heard them laid them up in their hearts, saying, What manner of child shall this be! And the hand of the Lord was with him.

1:67 และบิดาของเขาคือ เศคาริยาห์ ก็เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และได้พยากรณ์ โดยกล่าวว่า

1:67 And his father Zacharias was filled with the Holy Ghost, and prophesied, saying,

1:68 “สาธุการแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของพวกอิสราเอล ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงเยี่ยมเยียนและได้ทรงไถ่ชนชาติของพระองค์ไว้

1:68 Blessed be the Lord God of Israel; for he hath visited and redeemed his people,

1:69 และได้ทรงชูเขาแห่งความรอดอันหนึ่งขึ้นมาเพื่อพวกเราในวงศ์วานของดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์

1:69 And hath raised up an horn of salvation for us in the house of his servant David;

1:70 ตามที่พระองค์ได้ตรัสไว้โดยปากของพวกศาสดาพยากรณ์บริสุทธิ์ของพระองค์ ซึ่งเป็นอยู่มาตั้งแต่โลกนี้ได้เริ่มต้น

1:70 As he spake by the mouth of his holy prophets, which have been since the world began:

1:71 เพื่อว่าเราทั้งหลายจะถูกช่วยให้รอดพ้นจากบรรดาศัตรูของพวกเรา และจากมือของบรรดาคนที่เกลียดชังพวกเรา

1:71 That we should be saved from our enemies, and from the hand of all that hate us;

1:72 เพื่อจะทรงสำแดงพระเมตตาซึ่งทรงสัญญาไว้แก่บรรพบุรุษของพวกเรา และเพื่อจะทรงระลึกถึงพันธสัญญาบริสุทธิ์ของพระองค์

1:72 To perform the mercy promised to our fathers, and to remember his holy covenant;

1:73 คำปฏิญาณนั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงปฏิญาณไว้กับอับราฮัมบรรพบุรุษของพวกเรา

1:73 The oath which he sware to our father Abraham,

1:74 ว่าพระองค์จะโปรดประทานแก่พวกเรา เพื่อที่ว่าเมื่อรอดพ้นจากมือของบรรดาศัตรูของพวกเราแล้ว พวกเราก็จะปรนนิบัติพระองค์โดยปราศจากความกลัว

1:74 That he would grant unto us, that we being delivered out of the hand of our enemies might serve him without fear,

1:75 ในความบริสุทธิ์และความชอบธรรมต่อพระพักตร์พระองค์ ตลอดวันเวลาแห่งชีวิตของพวกเรา

1:75 In holiness and righteousness before him, all the days of our life.

1:76 และเจ้าทารกเอ๋ย จะถูกเรียกว่าเป็นศาสดาพยากรณ์ของผู้สูงสุด เพราะว่าเจ้าจะนำหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อจะจัดเตรียมทางทั้งหลายของพระองค์ไว้

1:76 And thou, child, shalt be called the prophet of the Highest: for thou shalt go before the face of the Lord to prepare his ways;

1:77 เพื่อจะให้ความรู้เกี่ยวกับความรอดแก่ชนชาติของพระองค์ โดยการทรงยกบาปทั้งหลายของพวกเขา

1:77 To give knowledge of salvation unto his people by the remission of their sins,

1:78 โดยพระเมตตาอ่อนโยนของพระเจ้าของพวกเรา ซึ่งโดยพระเมตตานั้นแสงอรุณจากเบื้องสูงมาเยี่ยมเยียนพวกเราแล้ว

1:78 Through the tender mercy of our God; whereby the dayspring from on high hath visited us,

1:79 เพื่อจะให้ความสว่างแก่คนทั้งหลายที่นั่งอยู่ในความมืด และในเงาแห่งความตาย เพื่อจะนำเท้าของพวกเราเข้าไปในทางแห่งสันติสุข”

1:79 To give light to them that sit in darkness and in the shadow of death, to guide our feet into the way of peace.

1:80 และทารกนั้นก็ได้เจริญวัยขึ้น และเข้มแข็งขึ้นฝ่ายจิตวิญญาณ และอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารทั้งหลายจนถึงวันแห่งการปรากฏของท่านแก่คนอิสราเอล

1:80 And the child grew, and waxed strong in spirit, and was in the deserts till the day of his shewing unto Israel.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope