กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ลูกา 3 / Luke 3

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

การรับใช้ของยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา (มธ 3:1-12; มก 1:1-8; ยน 1:6-8, 15-36)
3:1 บัดนี้ในปีที่สิบห้าในรัชกาลของทิเบริอัส ซีซาร์ ปอนทิอัสปีลาตเป็นเจ้าเมืองแห่งแคว้นยูเดีย และเฮโรดเป็นเจ้าเมืองแห่งแคว้นกาลิลี และฟีลิปน้องชายของเฮโรดเป็นเจ้าเมืองแห่งแคว้นอิทูเรียกับบริเวณแห่งแคว้นตราโคนิติส และลีซาเนียสเป็นเจ้าเมืองแห่งแคว้นอาบีเลน

The Ministry of John the Baptist (Matt. 3:1-12; Mark 1:1-8; John 1:6-8, 15-36)
3:1 Now in the fifteenth year of the reign of Tiberius Caesar, Pontius Pilate being governor of Judaea, and Herod being tetrarch of Galilee, and his brother Philip tetrarch of Ituraea and of the region of Trachonitis, and Lysanias the tetrarch of Abilene,

3:2 อันนาสกับคายาฟาสเป็นพวกมหาปุโรหิต เวลานั้นพระวจนะของพระเจ้ามาถึงยอห์นบุตรชายของเศคาริยาห์ในถิ่นทุรกันดาร

3:2 Annas and Caiaphas being the high priests, the word of God came unto John the son of Zacharias in the wilderness.

3:3 และท่านจึงเข้ามาทั่วบริเวณรอบแม่น้ำจอร์แดน ประกาศเรื่องบัพติศมาแห่งการกลับใจใหม่ เพราะการทรงยกบาปทั้งหลาย

3:3 And he came into all the country about Jordan, preaching the baptism of repentance for the remission of sins;

3:4 ตามที่มีเขียนไว้แล้วในหนังสือแห่งบรรดาถ้อยคำของอิสยาห์ศาสดาพยากรณ์ ซึ่งกล่าวว่า “เสียงของผู้หนึ่งที่ร้องในถิ่นทุรกันดารว่า ท่านทั้งหลายจงเตรียมมรรคาขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงกระทำบรรดาหนทางของพระองค์ให้ตรงไป

3:4 As it is written in the book of the words of Esaias the prophet, saying, The voice of one crying in the wilderness, Prepare ye the way of the Lord, make his paths straight.

3:5 หุบเขาทุกแห่งจะถูกถมให้เต็ม และภูเขาและเนินทุกแห่งจะถูกทำให้ต่ำลง และทางคดจะถูกทำให้เป็นทางตรง และบรรดาทางที่ขรุขระจะถูกทำให้เป็นทางราบ

3:5 Every valley shall be filled, and every mountain and hill shall be brought low; and the crooked shall be made straight, and the rough ways shall be made smooth;

3:6 และบรรดาเนื้อหนังจะเห็นความรอดของพระเจ้า’”

3:6 And all flesh shall see the salvation of God.

3:7 และท่านได้กล่าวแก่ประชาชนที่ออกมาเพื่อจะรับบัพติศมาจากท่านว่า “โอ ชั่วอายุแห่งงูร้ายทั้งหลาย ใครได้เตือนพวกเจ้าให้หนีจากพระพิโรธที่จะมาถึงนั้น

3:7 Then said he to the multitude that came forth to be baptized of him, O generation of vipers, who hath warned you to flee from the wrath to come?

3:8 เหตุฉะนั้นจงเกิดผลทั้งหลายให้สมกับการกลับใจใหม่เถิด และอย่าเริ่มที่จะกล่าวภายในพวกเจ้าเองว่า พวกเรามีอับราฮัมเป็นบิดาของพวกเรา เพราะข้าพเจ้ากล่าวแก่เจ้าทั้งหลายว่า พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถจะให้บุตรทั้งหลายเกิดขึ้นแก่อับราฮัมจากก้อนหินเหล่านี้ได้

3:8 Bring forth therefore fruits worthy of repentance, and begin not to say within yourselves, We have Abraham to our father: for I say unto you, That God is able of these stones to raise up children unto Abraham.

3:9 และบัดนี้ขวานวางไว้ที่โคนต้นไม้ทั้งหลายแล้วด้วย ฉะนั้นต้นไม้ทุกต้นซึ่งไม่เกิดผลดีจะต้องถูกตัดลงและถูกโยนทิ้งในไฟ”

3:9 And now also the axe is laid unto the root of the trees: every tree therefore which bringeth not forth good fruit is hewn down, and cast into the fire.

3:10 และประชาชนจึงถามท่านว่า “แล้วพวกเราจะต้องทำประการใด”

3:10 And the people asked him, saying, What shall we do then?

3:11 ท่านตอบและกล่าวแก่พวกเขาว่า “ผู้ใดที่มีเสื้อคลุมสองตัว จงให้ผู้นั้นแบ่งกับคนที่ไม่มี และผู้ใดที่มีอาหาร จงให้ผู้นั้นทำแบบเดียวกัน”

3:11 He answereth and saith unto them, He that hath two coats, let him impart to him that hath none; and he that hath meat, let him do likewise.

3:12 แล้วพวกเก็บภาษีก็มาเพื่อจะรับบัพติศมาด้วย และกล่าวแก่ท่านว่า “อาจารย์เจ้าข้า พวกข้าพเจ้าจะต้องทำประการใด”

3:12 Then came also publicans to be baptized, and said unto him, Master, what shall we do?

3:13 และท่านกล่าวแก่พวกเขาว่า “อย่าเก็บภาษีเกินกว่าส่วนซึ่งถูกกำหนดไว้สำหรับพวกท่าน”

3:13 And he said unto them, Exact no more than that which is appointed you.

3:14 และพวกทหารก็เรียกร้องจากท่านเช่นเดียวกัน โดยกล่าวว่า “และพวกข้าพเจ้าจะต้องทำประการใด” และท่านกล่าวแก่พวกเขาว่า “อย่ากดขี่ผู้ใด และอย่ากล่าวหาผู้ใดเป็นความเท็จ และจงพอใจกับค่าจ้างของพวกเจ้าเถิด”

3:14 And the soldiers likewise demanded of him, saying, And what shall we do? And he said unto them, Do violence to no man, neither accuse any falsely; and be content with your wages.

3:15 และขณะที่ประชาชนกำลังรอคอยอย่างคาดหวัง และทุกคนก็ตรึกตรองอยู่ในใจของตนถึงยอห์นว่า ท่านเป็นพระคริสต์หรือไม่

3:15 And as the people were in expectation, and all men mused in their hearts of John, whether he were the Christ, or not;

3:16 ยอห์นจึงตอบ โดยกล่าวแก่พวกเขาทุกคนว่า “แท้จริง ข้าพเจ้าให้ท่านทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยน้ำ แต่จะมีพระองค์ผู้หนึ่งที่ทรงมีฤทธิ์ยิ่งกว่าข้าพเจ้าเสด็จมา ผู้ซึ่งข้าพเจ้าไม่คู่ควรที่จะแก้สายฉลองพระบาทของพระองค์ พระองค์นั้นจะทรงให้ท่านทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ

3:16 John answered, saying unto them all, I indeed baptize you with water; but one mightier than I cometh, the latchet of whose shoes I am not worthy to unloose: he shall baptize you with the Holy Ghost and with fire:

3:17 ผู้ซึ่งพลั่วของพระองค์อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพระองค์จะทรงชำระลานข้าวของพระองค์ให้ทั่ว และจะทรงรวบรวมข้าวสาลีไว้ในยุ้งฉางของพระองค์ แต่พระองค์จะทรงเผาแกลบด้วยไฟที่ไม่รู้ดับ”

3:17 Whose fan is in his hand, and he will throughly purge his floor, and will gather the wheat into his garner; but the chaff he will burn with fire unquenchable.

3:18 และท่านประกาศคำเตือนสติของท่านอีกหลายประการแก่ประชาชน

3:18 And many other things in his exhortation preached he unto the people.

3:19 แต่เฮโรดเจ้าเมือง เมื่อถูกตำหนิโดยยอห์นเพราะเหตุนางเฮโรเดียสภรรยาน้องชายของเฮโรดชื่อฟีลิป และเพราะเหตุบรรดาการชั่วร้ายทั้งหมดซึ่งเฮโรดได้กระทำนั้น

3:19 But Herod the tetrarch, being reproved by him for Herodias his brother Philip's wife, and for all the evils which Herod had done,

3:20 ก็เพิ่มสิ่งนี้เหนือสิ่งสารพัด ที่เฮโรดได้ขังยอห์นไว้ในคุก

3:20 Added yet this above all, that he shut up John in prison.

พระเยซูทรงรับบัพติศมาและเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณ (มธ 3:13-17; มก 1:9-11)
3:21 บัดนี้เมื่อบรรดาคนทั้งหลายรับบัพติศมาแล้ว ต่อมา พระเยซูก็ทรงรับบัพติศมาด้วย และเมื่อทรงอธิษฐานอยู่ ฟ้าสวรรค์ก็แหวกออก

Jesus Baptized and Spirit Filled (Matt. 3:13-17; Mark 1:9-11)
3:21 Now when all the people were baptized, it came to pass, that Jesus also being baptized, and praying, the heaven was opened,

3:22 และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรูปสัณฐานดุจนกเขาเสด็จลงมาบนพระองค์ และมีเสียงหนึ่งมาจากสวรรค์ ซึ่งตรัสว่า “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เราโปรดปรานท่านมาก”

3:22 And the Holy Ghost descended in a bodily shape like a dove upon him, and a voice came from heaven, which said, Thou art my beloved Son; in thee I am well pleased.

วงศ์ตระกูลของพระเยซูทางมารีย์มารดาของพระองค์
3:23 และพระเยซูเองทรงเริ่มมีพระชนมายุประมาณสามสิบพรรษา โดยทรงเป็น (ตามที่ถูกคิดกันในตอนนั้น) บุตรชายของโยเซฟ ซึ่งเป็นบุตรชายของเฮลี

Genealogy of Jesus Through Mary, His Mother
3:23 And Jesus himself began to be about thirty years of age, being (as was supposed) the son of Joseph, which was the son of Heli,

3:24 ซึ่งเป็นบุตรชายของมัทธัต ซึ่งเป็นบุตรชายของเลวี ซึ่งเป็นบุตรชายของเมลคี ซึ่งเป็นบุตรชายของยันนาย ซึ่งเป็นบุตรชายของโยเซฟ

3:24 Which was the son of Matthat, which was the son of Levi, which was the son of Melchi, which was the son of Janna, which was the son of Joseph,

3:25 ซึ่งเป็นบุตรชายของมัทธาธีอัส ซึ่งเป็นบุตรชายของอาโมส ซึ่งเป็นบุตรชายของนาอูม ซึ่งเป็นบุตรชายของเอสลี ซึ่งเป็นบุตรชายของนักกาย

3:25 Which was the son of Mattathias, which was the son of Amos, which was the son of Naum, which was the son of Esli, which was the son of Nagge,

3:26 ซึ่งเป็นบุตรชายของมาอาท ซึ่งเป็นบุตรชายของมัทธาธีอัส ซึ่งเป็นบุตรชายของเสเมอิน ซึ่งเป็นบุตรชายของโยเซฟ ซึ่งเป็นบุตรชายของยูดาห์

3:26 Which was the son of Maath, which was the son of Mattathias, which was the son of Semei, which was the son of Joseph, which was the son of Juda,

3:27 ซึ่งเป็นบุตรชายของโยอันนา ซึ่งเป็นบุตรชายของเรซา ซึ่งเป็นบุตรชายของเศรุบบาเบล ซึ่งเป็นบุตรชายของเชอัลทิเอล ซึ่งเป็นบุตรชายของเนรี

3:27 Which was the son of Joanna, which was the son of Rhesa, which was the son of Zorobabel, which was the son of Salathiel, which was the son of Neri,

3:28 ซึ่งเป็นบุตรชายของเมลคี ซึ่งเป็นบุตรชายของอัดดี ซึ่งเป็นบุตรชายของโคสัม ซึ่งเป็นบุตรชายของเอลมาดัม ซึ่งเป็นบุตรชายของเอร์

3:28 Which was the son of Melchi, which was the son of Addi, which was the son of Cosam, which was the son of Elmodam, which was the son of Er,

3:29 ซึ่งเป็นบุตรชายของโยซี ซึ่งเป็นบุตรชายของเอลีเอเซอร์ ซึ่งเป็นบุตรชายของโยริม ซึ่งเป็นบุตรชายของมัทธัต ซึ่งเป็นบุตรชายของเลวี

3:29 Which was the son of Jose, which was the son of Eliezer, which was the son of Jorim, which was the son of Matthat, which was the son of Levi,

3:30 ซึ่งเป็นบุตรชายของสิเมโอน ซึ่งเป็นบุตรชายของยูดาห์ ซึ่งเป็นบุตรชายของโยเซฟ ซึ่งเป็นบุตรชายของโยนาน ซึ่งเป็นบุตรชายของเอลียาคิม

3:30 Which was the son of Simeon, which was the son of Juda, which was the son of Joseph, which was the son of Jonan, which was the son of Eliakim,

3:31 ซึ่งเป็นบุตรชายของเมเลอา ซึ่งเป็นบุตรชายของเมนนัน ซึ่งเป็นบุตรชายของมัทตะธา ซึ่งเป็นบุตรชายของนาธัน ซึ่งเป็นบุตรชายของดาวิด

3:31 Which was the son of Melea, which was the son of Menan, which was the son of Mattatha, which was the son of Nathan, which was the son of David,

3:32 ซึ่งเป็นบุตรชายของเจสซี ซึ่งเป็นบุตรชายของโอเบด ซึ่งเป็นบุตรชายของโบอาส ซึ่งเป็นบุตรชายของสัลโมน ซึ่งเป็นบุตรชายของนาโชน

3:32 Which was the son of Jesse, which was the son of Obed, which was the son of Booz, which was the son of Salmon, which was the son of Naasson,

3:33 ซึ่งเป็นบุตรชายของอัมมีนาดับ ซึ่งเป็นบุตรชายของราม ซึ่งเป็นบุตรชายของเฮสโรน ซึ่งเป็นบุตรชายของเปเรศ ซึ่งเป็นบุตรชายของยูดาห์

3:33 Which was the son of Aminadab, which was the son of Aram, which was the son of Esrom, which was the son of Phares, which was the son of Juda,

3:34 ซึ่งเป็นบุตรชายของยาโคบ ซึ่งเป็นบุตรชายของอิสอัค ซึ่งเป็นบุตรชายของอับราฮัม ซึ่งเป็นบุตรชายของเทราห์ ซึ่งเป็นบุตรชายของนาโฮร์

3:34 Which was the son of Jacob, which was the son of Isaac, which was the son of Abraham, which was the son of Thara, which was the son of Nachor,

3:35 ซึ่งเป็นบุตรชายของเสรุก ซึ่งเป็นบุตรชายของเรกู ซึ่งเป็นบุตรชายของเปเลก ซึ่งเป็นบุตรชายของเอเบอร์ ซึ่งเป็นบุตรชายของเชลาห์

3:35 Which was the son of Saruch, which was the son of Ragau, which was the son of Phalec, which was the son of Heber, which was the son of Sala,

3:36 ซึ่งเป็นบุตรชายของเคนัน ซึ่งเป็นบุตรชายของอารฟัคชาด ซึ่งเป็นบุตรชายของเชม ซึ่งเป็นบุตรชายของโนอาห์ ซึ่งเป็นบุตรชายของลาเมค

3:36 Which was the son of Cainan, which was the son of Arphaxad, which was the son of Sem, which was the son of Noe, which was the son of Lamech,

3:37 ซึ่งเป็นบุตรชายของเมธูเสลาห์ ซึ่งเป็นบุตรชายของเอโนค ซึ่งเป็นบุตรชายของยาเรด ซึ่งเป็นบุตรชายของมาหะลาเลล ซึ่งเป็นบุตรชายของเคนัน

3:37 Which was the son of Mathusala, which was the son of Enoch, which was the son of Jared, which was the son of Maleleel, which was the son of Cainan,

3:38 ซึ่งเป็นบุตรชายของเอโนช ซึ่งเป็นบุตรชายของเสท ซึ่งเป็นบุตรชายของอาดัม ซึ่งเป็นบุตรชายของพระเจ้า

3:38 Which was the son of Enos, which was the son of Seth, which was the son of Adam, which was the son of God.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope