กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ลูกา 11 / Luke 11

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

แบบอย่างของการอธิษฐานถูกสอนอีกหน
11:1 และต่อมาขณะที่พระองค์ทรงอธิษฐานอยู่ในที่แห่งหนึ่ง เมื่อพระองค์ทรงหยุด คนหนึ่งในพวกสาวกของพระองค์ก็ทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอสอนพวกข้าพระองค์ให้อธิษฐาน เหมือนยอห์นได้สอนพวกสาวกของตนด้วย”

The Model Prayer Repeated
11:1 And it came to pass, that, as he was praying in a certain place, when he ceased, one of his disciples said unto him, Lord, teach us to pray, as John also taught his disciples.

11:2 และพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “เมื่อท่านทั้งหลายอธิษฐาน จงทูลว่า ‘ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ซึ่งทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ ขอให้อาณาจักรของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้น้ำพระทัยของพระองค์ถูกกระทำในแผ่นดินโลก เหมือนอย่างในสวรรค์

11:2 And he said unto them, When ye pray, say, Our Father which art in heaven, Hallowed be thy name. Thy kingdom come. Thy will be done, as in heaven, so in earth.

11:3 ขอโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายทุก ๆ วัน

11:3 Give us day by day our daily bread.

11:4 และขอโปรดยกโทษบาปทั้งหลายของข้าพระองค์ทั้งหลาย ด้วยว่าข้าพระองค์ทั้งหลายยกโทษให้ทุกคนที่เป็นหนี้ข้าพระองค์ทั้งหลายด้วย และขออย่าทรงนำข้าพระองค์ทั้งหลายเข้าไปในการทดลอง แต่ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้พ้นจากความชั่วร้าย’”

11:4 And forgive us our sins; for we also forgive every one that is indebted to us. And lead us not into temptation; but deliver us from evil.

คำสอนอื่น ๆ เกี่ยวกับการอธิษฐาน
11:5 และพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ผู้ใดในพวกท่านจะมีมิตรสหายคนหนึ่ง และจะไปหามิตรสหายคนนั้นในเวลาเที่ยงคืน และกล่าวแก่เขาว่า ‘เพื่อนเอ๋ย ขอให้ข้ายืมขนมปังสามก้อนเถิด

Other Teachings concerning Prayer
11:5 And he said unto them, Which of you shall have a friend, and shall go unto him at midnight, and say unto him, Friend, lend me three loaves;

11:6 เพราะเพื่อนของข้าคนหนึ่งในการเดินทางของเขาได้มาหาข้า และข้าไม่มีอะไรจะตั้งไว้ตรงหน้าเขา’

11:6 For a friend of mine in his journey is come to me, and I have nothing to set before him?

11:7 และคนนั้นจากข้างในจะตอบและกล่าวว่า ‘อย่ารบกวนข้าเลย บัดนี้ประตูก็ปิดเสียแล้ว และลูก ๆ ของข้าก็นอนในเตียงกับข้าแล้ว ข้าไม่สามารถลุกขึ้นและหยิบให้เจ้าได้’

11:7 And he from within shall answer and say, Trouble me not: the door is now shut, and my children are with me in bed; I cannot rise and give thee.

11:8 เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ลุกขึ้นและหยิบให้คนนั้นเพราะว่าคนนั้นเป็นเพื่อนของเขา แต่เพราะเหตุการวิงวอนมากเข้าของคนนั้น เขาจะลุกขึ้นและหยิบให้คนนั้นมากเท่าที่คนนั้นต้องการ

11:8 I say unto you, Though he will not rise and give him, because he is his friend, yet because of his importunity he will rise and give him as many as he needeth.

11:9 และเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า จงขอ และสิ่งนั้นจะให้แก่พวกท่าน จงแสวงหา และพวกท่านจะพบ จงเคาะ และสิ่งนั้นจะถูกเปิดให้แก่พวกท่าน

11:9 And I say unto you, Ask, and it shall be given you; seek, and ye shall find; knock, and it shall be opened unto you.

11:10 เพราะว่าทุกคนที่ขอก็จะได้รับ และคนที่แสวงหาก็จะพบ และแก่คนที่เคาะ ประตูก็จะถูกเปิดให้

11:10 For every one that asketh receiveth; and he that seeketh findeth; and to him that knocketh it shall be opened.

11:11 ถ้าบุตรชายคนหนึ่งจะขอขนมปังจากผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่านที่เป็นบิดา ผู้นั้นจะเอาก้อนหินให้บุตรคนนั้นหรือ หรือถ้าบุตรคนนั้นขอปลา ผู้นั้นจะเอางูให้บุตรคนนั้นแทนปลาหรือ

11:11 If a son shall ask bread of any of you that is a father, will he give him a stone? or if he ask a fish, will he for a fish give him a serpent?

11:12 หรือถ้าบุตรคนนั้นจะขอไข่ ผู้นั้นจะเอาแมงป่องให้บุตรคนนั้นหรือ

11:12 Or if he shall ask an egg, will he offer him a scorpion?

11:13 ฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลาย ผู้เป็นคนชั่วร้าย ยังรู้ว่าจะให้ของกำนัลดี ๆ แก่บุตรทั้งหลายของตนอย่างไร พระบิดาของท่านทั้งหลายผู้ทรงสถิตในสวรรค์ จะประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่คนเหล่านั้นที่ขอจากพระองค์มากยิ่งกว่าสักเท่าใด”

11:13 If ye then, being evil, know how to give good gifts unto your children: how much more shall your heavenly Father give the Holy Spirit to them that ask him?

พระเยซูทรงถูกกล่าวหาว่าขับผีออกโดยเบเอลเซบับ (มธ 12:22-37)
11:14 และพระองค์ทรงกำลังขับผีตนหนึ่งออกอยู่ และมันเป็นผีใบ้ และต่อมาเมื่อผีนั้นออกแล้ว คนใบ้จึงพูดได้ และประชาชนก็ประหลาดใจ

Jesus Accused of Casting Out Devils by Beelzebub (Matt. 12:22-37)
11:14 And he was casting out a devil, and it was dumb. And it came to pass, when the devil was gone out, the dumb spake; and the people wondered.

11:15 แต่บางคนในพวกเขากล่าวว่า “คนนี้ขับพวกผีออกโดยอาศัยเบเอลเซบับเจ้านายของพวกผีเหล่านั้น”

11:15 But some of them said, He casteth out devils through Beelzebub the chief of the devils.

11:16 และคนอื่น ๆ ซึ่งทดลองพระองค์ ขอหมายสำคัญจากสวรรค์จากพระองค์

11:16 And others, tempting him, sought of him a sign from heaven.

11:17 แต่พระองค์ ซึ่งทรงทราบบรรดาความคิดของพวกเขา จึงตรัสกับพวกเขาว่า “ราชอาณาจักรทุกแห่งซึ่งแตกแยกกันเองก็ถูกนำมาสู่การรกร้าง และครัวเรือนใด ๆ ซึ่งแตกแยกกับครัวเรือนนั้นเองก็ล่มสลาย

11:17 But he, knowing their thoughts, said unto them, Every kingdom divided against itself is brought to desolation; and a house divided against a house falleth.

11:18 ถ้าซาตานแตกแยกกันในตัวมันเอง อาณาจักรของมันจะตั้งอยู่อย่างไรได้ เพราะท่านทั้งหลายกล่าวว่า เราขับผีทั้งหลายออกโดยอาศัยเบเอลเซบับ

11:18 If Satan also be divided against himself, how shall his kingdom stand? because ye say that I cast out devils through Beelzebub.

11:19 และถ้าเราโดยอาศัยเบเอลเซบับขับผีทั้งหลายออก พวกบุตรชายของท่านทั้งหลายขับพวกมันออกโดยอาศัยใครเล่า เหตุฉะนั้นพวกบุตรชายของท่านทั้งหลายเองจะเป็นผู้ที่ตัดสินท่านทั้งหลาย

11:19 And if I by Beelzebub cast out devils, by whom do your sons cast them out? therefore shall they be your judges.

11:20 แต่ถ้าเราขับผีทั้งหลายออกโดยอาศัยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อาณาจักรของพระเจ้าก็มาถึงท่านทั้งหลายแล้ว

11:20 But if I with the finger of God cast out devils, no doubt the kingdom of God is come upon you.

11:21 เมื่อคนที่มีกำลังมากคนหนึ่งติดอาวุธรักษาวังของตนอยู่ บรรดาทรัพย์ของเขาก็อยู่ในความปลอดภัย

11:21 When a strong man armed keepeth his palace, his goods are in peace:

11:22 แต่เมื่อคนที่มีกำลังมากกว่าเขาจะมาต่อสู้เขา และชนะเขา คนนั้นก็ชิงเอาบรรดาเครื่องอาวุธของเขาที่เขาได้วางใจนั้นไปเสีย และแบ่งปันบรรดาของที่ริบได้จากเขานั้น

11:22 But when a stronger than he shall come upon him, and overcome him, he taketh from him all his armour wherein he trusted, and divideth his spoils.

11:23 ผู้ที่ไม่อยู่ฝ่ายเราก็ต่อสู้กับเรา และผู้ที่ไม่รวบรวมไว้กับเราก็ทำให้กระจัดกระจายไป

11:23 He that is not with me is against me: and he that gathereth not with me scattereth.

การกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี แต่ยังไม่มีความรอด (มธ 12:43-45)
11:24 เมื่อผีโสโครกออกมาจากผู้ใดแล้ว มันก็เดินท่องไปในสถานที่แห้งแล้งทั้งหลาย โดยแสวงหาการหยุดพัก และเมื่อไม่พบ มันจึงกล่าวว่า ‘ข้าจะกลับไปยังเรือนของข้าที่ข้าได้ออกมานั้น’

Reformation without Salvation (Matt. 12:43-45)
11:24 When the unclean spirit is gone out of a man, he walketh through dry places, seeking rest; and finding none, he saith, I will return unto my house whence I came out.

11:25 และเมื่อมันมาถึงแล้ว มันก็พบว่าเรือนนั้นถูกปัดกวาดและตกแต่งไว้แล้ว

11:25 And when he cometh, he findeth it swept and garnished.

11:26 แล้วมันจึงไปและรับเอาผีอื่นอีกเจ็ดผีที่ชั่วกว่ามันเองมาด้วยกันกับมัน และพวกมันก็เข้าไปและอาศัยอยู่ที่นั่น และสภาพในตอนท้ายของคนนั้นก็เลวร้ายกว่าตอนแรก”

11:26 Then goeth he, and taketh to him seven other spirits more wicked than himself; and they enter in, and dwell there: and the last state of that man is worse than the first.

11:27 และต่อมา ขณะที่พระองค์ยังตรัสคำเหล่านี้อยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งในหมู่ประชาชนได้เปล่งเสียงดัง และทูลพระองค์ว่า “ครรภ์ซึ่งได้คลอดพระองค์และหัวนมซึ่งพระองค์ได้เสวยนั้นก็ได้รับพร”

11:27 And it came to pass, as he spake these things, a certain woman of the company lifted up her voice, and said unto him, Blessed is the womb that bare thee, and the paps which thou hast sucked.

11:28 แต่พระองค์ตรัสว่า “มิใช่เช่นนั้น แต่คนทั้งหลายที่ได้ยินพระวจนะของพระเจ้า และถือรักษาพระวจนะนั้นไว้ก็ได้รับพร”

11:28 But he said, Yea rather, blessed are they that hear the word of God, and keep it.

หมายสำคัญของโยนาห์ (มธ 12:39-42)
11:29 และเมื่อประชาชนมารวมตัวกันแน่นขึ้น พระองค์ก็เริ่มตรัสว่า “นี่เป็นคนชั่วอายุที่ชั่วร้าย พวกเขาแสวงหาหมายสำคัญ และจะไม่โปรดให้หมายสำคัญแก่มันเลย เว้นไว้แต่หมายสำคัญของโยนาห์ศาสดาพยากรณ์

The Sign of Jonah (Matt. 12:39-42)
11:29 And when the people were gathered thick together, he began to say, This is an evil generation: they seek a sign; and there shall no sign be given it, but the sign of Jonas the prophet.

11:30 ด้วยว่าโยนาห์ได้เป็นหมายสำคัญแก่ชาวนีนะเวห์ฉันใด บุตรมนุษย์จะเป็นหมายสำคัญแก่คนชั่วอายุนี้ฉันนั้น

11:30 For as Jonas was a sign unto the Ninevites, so shall also the Son of man be to this generation.

11:31 นางกษัตริย์แห่งทิศใต้จะลุกขึ้นในการพิพากษาพร้อมกับผู้คนแห่งชั่วอายุนี้ และจะกล่าวโทษพวกเขา เพราะว่าพระนางนั้นได้มาจากที่สุดปลายของแผ่นดินโลกเพื่อจะฟังสติปัญญาของซาโลมอน และดูเถิด ผู้หนึ่งซึ่งเป็นใหญ่กว่าซาโลมอนก็อยู่ที่นี่

11:31 The queen of the south shall rise up in the judgment with the men of this generation, and condemn them: for she came from the utmost parts of the earth to hear the wisdom of Solomon; and, behold, a greater than Solomon is here.

11:32 ชาวนีนะเวห์จะลุกขึ้นในการพิพากษาพร้อมกับคนชั่วอายุนี้ และจะกล่าวโทษมัน ด้วยว่าชาวนีนะเวห์ได้กลับใจเสียใหม่เพราะการประกาศของโยนาห์ และดูเถิด ผู้หนึ่งที่เป็นใหญ่กว่าโยนาห์ก็อยู่ที่นี่

11:32 The men of Nineve shall rise up in the judgment with this generation, and shall condemn it: for they repented at the preaching of Jonas; and, behold, a greater than Jonas is here.

จงให้แสงสว่างของตนส่องออกไป (มธ 5:15-16; มก 4:21-22)
11:33 ไม่มีผู้ใด เมื่อเขาได้จุดเทียนแล้ว จะวางเทียนนั้นไว้ในที่ลับ หรือวางเทียนนั้นไว้ใต้ถัง แต่จะตั้งไว้บนเชิงเทียน เพื่อคนทั้งหลายซึ่งเข้ามาจะเห็นแสงสว่างนั้นได้

Let Your Light Shine (Matt. 5:15-16; Mark 4:21-22)
11:33 No man, when he hath lighted a candle, putteth it in a secret place, neither under a bushel, but on a candlestick, that they which come in may see the light.

11:34 ประทีปของร่างกายคือดวงตา เหตุฉะนั้นเมื่อดวงตาของท่านปกติดี ทั้งตัวของท่านก็เต็มไปด้วยความสว่างเช่นกัน แต่เมื่อดวงตาของท่านชั่วร้าย ทั้งตัวของท่านก็เต็มไปด้วยความมืดเช่นกัน

11:34 The light of the body is the eye: therefore when thine eye is single, thy whole body also is full of light; but when thine eye is evil, thy body also is full of darkness.

11:35 เหตุฉะนั้น จงระวังให้ดีว่า ความสว่างซึ่งอยู่ในตัวท่านจะไม่เป็นความมืด

11:35 Take heed therefore that the light which is in thee be not darkness.

11:36 เหตุฉะนั้น ถ้าทั้งตัวของท่านเต็มไปด้วยความสว่าง โดยไม่มีส่วนใดที่มืดเลย ทั้งตัวของท่านจะเต็มไปด้วยความสว่าง เหมือนเมื่อการส่องแสงจ้าของเทียนให้ความสว่างแก่ท่าน”

11:36 If thy whole body therefore be full of light, having no part dark, the whole shall be full of light, as when the bright shining of a candle doth give thee light.

11:37 และขณะที่พระองค์ยังตรัสอยู่ คนฟาริสีคนหนึ่งอ้อนวอนพระองค์ให้เสวยกับเขา และพระองค์เสด็จเข้าไป และเอนพระกายลงเสวยพระกระยาหาร

11:37 And as he spake, a certain Pharisee besought him to dine with him: and he went in, and sat down to meat.

11:38 และเมื่อคนฟาริสีคนนั้นเห็นสิ่งนั้น เขาก็ประหลาดใจที่พระองค์มิได้ทรงล้างก่อนเสวยอาหารเย็น

11:38 And when the Pharisee saw it, he marvelled that he had not first washed before dinner.

รูปแบบแห่งความชอบธรรมที่ปรากฏเท่านั้นก็ยังไม่เพียงพอ (มธ 23:13-35)
11:39 และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเขาว่า “บัดนี้ พวกเจ้า พวกฟาริสี ชำระภายนอกของถ้วยและของชาม แต่ส่วนภายในของพวกเจ้าเต็มไปด้วยการปล้นสะดมและความชั่ว

A Form of Righteousness Not Enough (Matt. 23:13-35)
11:39 And the Lord said unto him, Now do ye Pharisees make clean the outside of the cup and the platter; but your inward part is full of ravening and wickedness.

11:40 พวกเจ้า พวกคนโฉดเขลา พระองค์ผู้ที่ได้สร้างสิ่งซึ่งอยู่ภายนอกก็ได้สร้างสิ่งซึ่งอยู่ภายในด้วยมิใช่หรือ

11:40 Ye fools, did not he that made that which is without make that which is within also?

11:41 แต่จงให้ทานทั้งหลายจากบรรดาสิ่งซึ่งพวกเจ้ามีอยู่แล้วเถิด และดูเถิด สิ่งสารพัดก็สะอาดแก่พวกเจ้า

11:41 But rather give alms of such things as ye have; and, behold, all things are clean unto you.

11:42 แต่วิบัติแก่พวกเจ้า พวกฟาริสี ด้วยว่าพวกเจ้าถวายสิบชักหนึ่งของสะระแหน่และขมิ้นและผักทุกอย่าง และละเว้นการพิพากษาและความรักของพระเจ้าเสีย สิ่งเหล่านี้พวกเจ้าควรได้กระทำอยู่แล้ว และไม่ควรละเว้นสิ่งอื่นเหล่านั้นด้วย

11:42 But woe unto you, Pharisees! for ye tithe mint and rue and all manner of herbs, and pass over judgment and the love of God: these ought ye to have done, and not to leave the other undone.

11:43 วิบัติแก่พวกเจ้า พวกฟาริสี ด้วยว่าพวกเจ้ารักบรรดาที่นั่งตำแหน่งสูงในธรรมศาลาทั้งหลาย และบรรดาการคำนับในตลาดทั้งหลาย

11:43 Woe unto you, Pharisees! for ye love the uppermost seats in the synagogues, and greetings in the markets.

11:44 วิบัติแก่พวกเจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี พวกหน้าซื่อใจคด ด้วยว่าเจ้าทั้งหลายเป็นเหมือนบรรดาอุโมงค์ฝังศพซึ่งไม่ปรากฏ และคนทั้งหลายที่เดินเหยียบอุโมงค์ฝังศพเหล่านั้นก็ไม่ตระหนักรู้เกี่ยวกับพวกมัน”

11:44 Woe unto you, scribes and Pharisees, hypocrites! for ye are as graves which appear not, and the men that walk over them are not aware of them.

ทรงตำหนิพวกนักกฎหมาย การพิพากษาแก่คนชั่วอายุนี้
11:45 แล้วคนหนึ่งในพวกนักกฎหมายตอบ และกล่าวแก่พระองค์ว่า “อาจารย์เจ้าข้า ซึ่งท่านว่าอย่างนั้น ท่านก็ตำหนิพวกเราด้วย”

Lawyers Denounced: Judgment on the Whole Generation
11:45 Then answered one of the lawyers, and said unto him, Master, thus saying thou reproachest us also.

11:46 และพระองค์ตรัสว่า “วิบัติแก่พวกเจ้า พวกเจ้า พวกนักกฎหมายด้วย ด้วยว่าพวกเจ้าเอาบรรดาภาระหนักที่หนักหนาสาหัสที่จะแบกไว้มาวางบนมนุษย์ทั้งหลาย และพวกเจ้าเองก็ไม่แตะต้องภาระหนักเหล่านั้นด้วยแม้แต่นิ้วเดียวของพวกเจ้า

11:46 And he said, Woe unto you also, ye lawyers! for ye lade men with burdens grievous to be borne, and ye yourselves touch not the burdens with one of your fingers.

11:47 วิบัติแก่พวกเจ้า เพราะพวกเจ้าก่อสร้างบรรดาอุโมงค์ฝังศพของพวกศาสดาพยากรณ์ และบรรพบุรุษของพวกเจ้าก็ได้ฆ่าพวกศาสดาพยากรณ์นั้น

11:47 Woe unto you! for ye build the sepulchres of the prophets, and your fathers killed them.

11:48 แท้จริงพวกเจ้าเป็นพยานว่า พวกเจ้าเห็นชอบในบรรดาการกระทำของบรรพบุรุษของพวกเจ้า ด้วยว่าพวกเขาได้ฆ่าศาสดาพยากรณ์เหล่านั้นจริง และพวกเจ้าก่อสร้างบรรดาอุโมงค์ฝังศพของพวกศาสดาพยากรณ์นั้น

11:48 Truly ye bear witness that ye allow the deeds of your fathers: for they indeed killed them, and ye build their sepulchres.

11:49 เหตุฉะนั้น พระปัญญาของพระเจ้าก็ตรัสแล้วด้วยว่า ‘เราจะส่งพวกศาสดาพยากรณ์และพวกอัครสาวกไปหาพวกเขา และบางคนในคนเหล่านั้น พวกเขาจะฆ่าเสียและข่มเหง’

11:49 Therefore also said the wisdom of God, I will send them prophets and apostles, and some of them they shall slay and persecute:

11:50 เพื่อโลหิตของบรรดาศาสดาพยากรณ์ ซึ่งได้ถูกทำให้ไหลออกตั้งแต่การวางรากฐานของโลก จะถูกเรียกร้องจากคนชั่วอายุนี้

11:50 That the blood of all the prophets, which was shed from the foundation of the world, may be required of this generation;

11:51 ตั้งแต่โลหิตของอาแบล จนถึงโลหิตของเศคาริยาห์ ซึ่งได้ตายระหว่างแท่นบูชากับพระวิหาร เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า โลหิตนี้จะถูกเรียกร้องจากคนชั่วอายุนี้

11:51 From the blood of Abel unto the blood of Zacharias, which perished between the altar and the temple: verily I say unto you, It shall be required of this generation.

11:52 วิบัติแก่พวกเจ้า พวกนักกฎหมาย ด้วยว่าพวกเจ้าได้เอาลูกกุญแจแห่งความรู้ไปเสีย พวกเจ้าก็ไม่ได้เข้าไปเอง และคนทั้งหลายที่กำลังเข้าไปนั้น พวกเจ้าก็ได้ขัดขวางไว้”

11:52 Woe unto you, lawyers! for ye have taken away the key of knowledge: ye entered not in yourselves, and them that were entering in ye hindered.

11:53 และขณะที่พระองค์กำลังตรัสสิ่งเหล่านี้แก่พวกเขา พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีก็เริ่มเร่งเร้าพระองค์อย่างรุนแรง และยั่วยุพระองค์ให้ตรัสหลายประการ

11:53 And as he said these things unto them, the scribes and the Pharisees began to urge him vehemently, and to provoke him to speak of many things:

11:54 โดยคอยซุ่มดักพระองค์ และหาโอกาสที่จะจับผิดบางสิ่งที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ เพื่อพวกเขาจะหาเหตุฟ้องพระองค์ได้

11:54 Laying wait for him, and seeking to catch something out of his mouth, that they might accuse him.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope