กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ลูกา 2 / Luke 2

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

พระเยซูประสูติในหมู่บ้านเบธเลเฮม (มธ 1:18-25; 2:1)
2:1 และต่อมาในวันเหล่านั้น มีรับสั่งจากซีซาร์ ออกัสตัส ให้ทั่วทั้งแผ่นดินจดทะเบียนสำมะโนครัว

Jesus Born in Bethlehem (Matt. 1:18-25; 2:1)
2:1 And it came to pass in those days, that there went out a decree from Caesar Augustus, that all the world should be taxed.

2:2 (และการจดทะเบียนสำมะโนครัวนี้กระทำเป็นครั้งแรกเมื่อคีรินิอัสเป็นเจ้าเมืองแห่งซีเรีย)

2:2 (And this taxing was first made when Cyrenius was governor of Syria.)

2:3 และทุกคนไปจดทะเบียนสำมะโนครัว ทุกคนเข้าไปในบ้านเกิดของตนเอง

2:3 And all went to be taxed, every one into his own city.

2:4 และโยเซฟก็ขึ้นไปเช่นกันจากแคว้นกาลิลี โดยออกจากเมืองนาซาเร็ธ เข้าไปในแคว้นยูเดีย มายังนครของดาวิด ซึ่งถูกเรียกว่า เบธเลเฮม (เพราะว่าเขาเป็นวงศ์วานและเชื้อสายของดาวิด)

2:4 And Joseph also went up from Galilee, out of the city of Nazareth, into Judaea, unto the city of David, which is called Bethlehem; (because he was of the house and lineage of David:)

2:5 เพื่อจะจดทะเบียนสำมะโนครัวกับมารีย์ภรรยาที่ได้หมั้นไว้แล้วของเขา โดยท้องโตมากแล้วพร้อมกับเด็กในครรภ์

2:5 To be taxed with Mary his espoused wife, being great with child.

2:6 และก็เป็นเช่นนั้น ขณะที่เขาทั้งสองอยู่ที่นั่น ก็ถึงเวลาที่มารีย์จะประสูติบุตร

2:6 And so it was, that, while they were there, the days were accomplished that she should be delivered.

2:7 และนางจึงประสูติบุตรชายหัวปีของนาง และพันบุตรนั้นในผ้าอ้อม และวางบุตรนั้นไว้ในรางหญ้า เพราะว่าไม่มีที่ว่างสำหรับพวกเขาในโรงแรม

2:7 And she brought forth her firstborn son, and wrapped him in swaddling clothes, and laid him in a manger; because there was no room for them in the inn.

ทูตสวรรค์ประกาศแก่พวกคนเลี้ยงแกะ
2:8 ในแดนเดียวกันนั้น มีพวกคนเลี้ยงแกะอาศัยอยู่ในทุ่งนา กำลังเฝ้าฝูงแกะของพวกเขาในเวลากลางคืน

Angel's Announcement to Shepherds
2:8 And there were in the same country shepherds abiding in the field, keeping watch over their flock by night.

2:9 และดูเถิด ทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏแก่พวกเขา และสง่าราศีขององค์พระผู้เป็นเจ้าส่องล้อมรอบพวกเขา และพวกเขาก็กลัวยิ่งนัก

2:9 And, lo, the angel of the Lord came upon them, and the glory of the Lord shone round about them: and they were sore afraid.

2:10 และทูตสวรรค์องค์นั้นกล่าวแก่พวกเขาว่า “อย่ากลัวเลย เพราะดูเถิด เรานำข่าวดีแห่งความปีติยินดีอย่างยิ่งมายังท่านทั้งหลาย ซึ่งจะมาถึงประชาชนทุกคน

2:10 And the angel said unto them, Fear not: for, behold, I bring you good tidings of great joy, which shall be to all people.

2:11 ด้วยว่าในวันนี้ในนครของดาวิด มีพระผู้ช่วยให้รอดผู้หนึ่งบังเกิดมา ซึ่งเป็นพระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า

2:11 For unto you is born this day in the city of David a Saviour, which is Christ the Lord.

2:12 และนี่จะเป็นหมายสำคัญแก่ท่านทั้งหลาย คือพวกท่านจะได้พบพระกุมารนั้นพันผ้าอ้อม และนอนอยู่ในรางหญ้า”

2:12 And this shall be a sign unto you; Ye shall find the babe wrapped in swaddling clothes, lying in a manger.

2:13 และในทันใดนั้น มีชาวสวรรค์จำนวนมากมาอยู่กับทูตสวรรค์องค์นั้นโดยสรรเสริญพระเจ้า และกล่าวว่า

2:13 And suddenly there was with the angel a multitude of the heavenly host praising God, and saying,

2:14 “สง่าราศีจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด และบนแผ่นดินโลกจงมีสันติสุข ความปรารถนาดีจงมีแก่มนุษย์ทั้งหลาย”

2:14 Glory to God in the highest, and on earth peace, good will toward men.

2:15 และต่อมา ขณะที่ทูตสวรรค์เหล่านั้นไปจากพวกเขาขึ้นสู่สวรรค์แล้ว พวกคนเลี้ยงแกะได้พูดกันและกันว่า “บัดนี้ให้พวกเราไปยังเมืองเบธเลเฮมกันเถอะ และเห็นสิ่งนี้ซึ่งเกิดขึ้น ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงแจ้งแก่พวกเรา”

2:15 And it came to pass, as the angels were gone away from them into heaven, the shepherds said one to another, Let us now go even unto Bethlehem, and see this thing which is come to pass, which the Lord hath made known unto us.

2:16 และพวกเขาก็มาด้วยความเร่งรีบ และพบมารีย์ กับโยเซฟ และพระกุมารกำลังนอนอยู่ในรางหญ้า

2:16 And they came with haste, and found Mary, and Joseph, and the babe lying in a manger.

2:17 และเมื่อพวกเขาได้เห็นสิ่งนี้แล้ว พวกเขาก็ประกาศไปทั่วเรื่องถ้อยคำซึ่งได้ถูกกล่าวแก่พวกเขาเกี่ยวกับพระกุมารนี้

2:17 And when they had seen it, they made known abroad the saying which was told them concerning this child.

2:18 และทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ก็ประหลาดใจกับสิ่งเหล่านั้นซึ่งถูกบอกเล่าแก่พวกเขาโดยพวกคนเลี้ยงแกะ

2:18 And all they that heard it wondered at those things which were told them by the shepherds.

2:19 แต่มารีย์เก็บบรรดาสิ่งเหล่านี้ไว้ และตรึกตรองพวกมันอยู่ในใจของตน

2:19 But Mary kept all these things, and pondered them in her heart.

2:20 และพวกคนเลี้ยงแกะได้กลับไป โดยถวายสง่าราศีและสรรเสริญพระเจ้าสำหรับบรรดาสิ่งเหล่านั้นที่พวกเขาได้ยินและได้เห็น ตามที่เรื่องนั้นได้ถูกบอกเล่าแก่พวกเขาแล้ว

2:20 And the shepherds returned, glorifying and praising God for all the things that they had heard and seen, as it was told unto them.

พระกุมารเยซูทรงเข้าสุหนัต (ลก 1:59)
2:21 และเมื่อครบแปดวันสำหรับการให้พระกุมารนั้นเข้าสุหนัตแล้ว พระนามของพระกุมารนั้นถูกเรียกว่า เยซู ซึ่งได้ถูกตั้งเช่นนั้นโดยทูตสวรรค์ก่อนที่พระกุมารนั้นถูกปฏิสนธิในครรภ์

Baby Jesus Circumcised (Luke 1:59)
2:21 And when eight days were accomplished for the circumcising of the child, his name was called JESUS, which was so named of the angel before he was conceived in the womb.

2:22 และเมื่อวันทั้งหลายแห่งการชำระตัวของมารีย์ตามพระราชบัญญัติของโมเสสเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาก็นำพระกุมารมายังกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อจะถวายพระกุมารแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า

2:22 And when the days of her purification according to the law of Moses were accomplished, they brought him to Jerusalem, to present him to the Lord;

2:23 (ตามที่มีเขียนไว้แล้วในพระราชบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “บุตรชายทุกคนที่ออกจากครรภ์ครั้งแรก จะได้เรียกว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า”)

2:23 (As it is written in the law of the Lord, Every male that openeth the womb shall be called holy to the Lord;)

2:24 และเพื่อถวายเครื่องบูชาตามที่ได้ตรัสไว้แล้วในพระราชบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้าคือ ‘นกเขาคู่หนึ่ง หรือนกพิราบแรกรุ่นสองตัว’

2:24 And to offer a sacrifice according to that which is said in the law of the Lord, A pair of turtledoves, or two young pigeons.

สิเมโอนผู้ชรากับพระกุมารเยซู
2:25 และดูเถิด มีชายคนหนึ่งในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งชื่อของเขาคือ สิเมโอน และคนเดียวกันนั้นเป็นคนชอบธรรมและเกรงกลัวพระเจ้า โดยคอยท่าการบรรเทาทุกข์ของพวกอิสราเอล และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่บนท่าน

Aged Simeon and Baby Jesus
2:25 And, behold, there was a man in Jerusalem, whose name was Simeon; and the same man was just and devout, waiting for the consolation of Israel: and the Holy Ghost was upon him.

2:26 และได้ถูกเปิดเผยแก่ท่านโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่า ท่านจะไม่เห็นความตาย ก่อนท่านได้เห็นพระคริสต์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

2:26 And it was revealed unto him by the Holy Ghost, that he should not see death, before he had seen the Lord's Christ.

2:27 และสิเมโอนเข้ามาในพระวิหารโดยการทรงนำของพระวิญญาณ และเมื่อบิดามารดาได้นำพระกุมารเยซูเข้ามา เพื่อจะกระทำแก่พระกุมารตามธรรมเนียมแห่งพระราชบัญญัติ

2:27 And he came by the Spirit into the temple: and when the parents brought in the child Jesus, to do for him after the custom of the law,

2:28 แล้วสิเมโอนจึงอุ้มพระกุมารไว้ในแขนทั้งสองของท่าน และสรรเสริญพระเจ้า โดยทูลว่า

2:28 Then took he him up in his arms, and blessed God, and said,

2:29 “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า บัดนี้พระองค์ทรงให้ผู้รับใช้ของพระองค์จากไปเป็นสุขแล้วตามพระดำรัสของพระองค์

2:29 Lord, now lettest thou thy servant depart in peace, according to thy word:

2:30 ด้วยว่าตาของข้าพระองค์ได้เห็นความรอดของพระองค์แล้ว

2:30 For mine eyes have seen thy salvation,

2:31 ซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้ต่อหน้าบรรดาชนชาติทั้งหลาย

2:31 Which thou hast prepared before the face of all people;

2:32 เป็นความสว่างที่จะส่องแสงแก่พวกต่างชาติ และเป็นสง่าราศีของพวกอิสราเอล ประชากรของพระองค์”

2:32 A light to lighten the Gentiles, and the glory of thy people Israel.

2:33 และโยเซฟกับมารดาของพระองค์ก็ประหลาดใจในสิ่งเหล่านั้นซึ่งได้ถูกกล่าวถึงพระองค์

2:33 And Joseph and his mother marvelled at those things which were spoken of him.

2:34 และสิเมโอนก็อวยพรพวกเขา และกล่าวแก่มารีย์มารดาของพระองค์ว่า “ดูเถิด พระกุมารนี้ทรงตั้งไว้เพื่อการล้มลงและการเป็นขึ้นมาอีกของหลายคนในพวกอิสราเอล และเพื่อจะเป็นหมายสำคัญซึ่งจะถูกกล่าวต่อต้าน

2:34 And Simeon blessed them, and said unto Mary his mother, Behold, this child is set for the fall and rising again of many in Israel; and for a sign which shall be spoken against;

2:35 (ใช่แล้ว ดาบเล่มหนึ่งจะแทงทะลุจิตใจของท่านเองด้วย) เพื่อความคิดทั้งหลายแห่งใจของคนเป็นอันมากจะได้ถูกเปิดเผย”

2:35 (Yea, a sword shall pierce through thy own soul also,) that the thoughts of many hearts may be revealed.

นางอันนาศาสดาพยากรณ์หญิง
2:36 และมีหญิงคนหนึ่งชื่อ อันนา เป็นศาสดาพยากรณ์หญิง บุตรสาวของฟานูเอล ในเผ่าอาเชอร์ นางเป็นคนชรามากแล้ว และได้อยู่ด้วยกันกับสามีเป็นเวลาเจ็ดปีตั้งแต่ความเป็นสาวพรหมจารีของนาง

Anna the Prophetess
2:36 And there was one Anna, a prophetess, the daughter of Phanuel, of the tribe of Aser: she was of a great age, and had lived with an husband seven years from her virginity;

2:37 และนางเป็นม่าย อายุประมาณแปดสิบสี่ปี ผู้ซึ่งมิได้ไปจากพระวิหารเลย แต่รับใช้พระเจ้าด้วยบรรดาการอดอาหารและการอธิษฐานทั้งหลาย ทั้งกลางคืนและกลางวัน

2:37 And she was a widow of about fourscore and four years, which departed not from the temple, but served God with fastings and prayers night and day.

2:38 และในขณะนั้นผู้หญิงคนนี้ก็เข้ามาขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าเช่นกัน และกล่าวถึงพระองค์ให้แก่พวกเขาทุกคนที่คอยท่าการทรงไถ่ในกรุงเยรูซาเล็ม

2:38 And she coming in that instant gave thanks likewise unto the Lord, and spake of him to all them that looked for redemption in Jerusalem.

ทั้งครอบครัวกลับไปยังเมืองนาซาเร็ธ
2:39 และเมื่อโยเซฟกับมารีย์ได้กระทำบรรดาสิ่งเหล่านั้นตามพระราชบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้าเสร็จแล้ว พวกเขาก็กลับไปยังแคว้นกาลิลี ไปยังนาซาเร็ธเมืองของพวกเขาเอง

Family Returns to Nazareth
2:39 And when they had performed all things according to the law of the Lord, they returned into Galilee, to their own city Nazareth.

2:40 และพระกุมารนั้นก็ได้เจริญวัยขึ้น และเข้มแข็งขึ้นฝ่ายจิตวิญญาณ เต็มเปี่ยมด้วยสติปัญญา และพระคุณของพระเจ้าสถิตอยู่บนพระองค์

2:40 And the child grew, and waxed strong in spirit, filled with wisdom: and the grace of God was upon him.

พระเยซูเมื่ออายุสิบสองพรรษาทรงไปกรุงเยรูซาเล็ม
2:41 บัดนี้บิดามารดาของพระกุมารเคยไปยังกรุงเยรูซาเล็มทุกปี ๆ ในงานเลี้ยงแห่งเทศกาลปัสกา

Twelve Year Old Jesus Visit Jerusalem
2:41 Now his parents went to Jerusalem every year at the feast of the passover.

2:42 และเมื่อพระกุมารมีพระชนมายุสิบสองพรรษา เขาทั้งหลายก็ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มตามธรรมเนียมแห่งงานเลี้ยงนั้น

2:42 And when he was twelve years old, they went up to Jerusalem after the custom of the feast.

2:43 และเมื่อพวกเขาครบกำหนดวันเหล่านั้นแล้ว ขณะที่พวกเขากำลังกลับไป พระกุมารเยซูก็ยังค้างอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม และโยเซฟกับมารดาของพระองค์ก็ไม่ทราบเรื่องนี้

2:43 And when they had fulfilled the days, as they returned, the child Jesus tarried behind in Jerusalem; and Joseph and his mother knew not of it.

2:44 แต่เขาทั้งสอง ซึ่งคิดว่าพระกุมารนั้นอยู่ในหมู่คนเหล่านั้น จึงเดินทางไปได้วันหนึ่ง และเขาทั้งสองเสาะหาพระองค์ในท่ามกลางญาติพี่น้องของพวกเขาและพวกคนที่รู้จักกัน

2:44 But they, supposing him to have been in the company, went a day's journey; and they sought him among their kinsfolk and acquaintance.

2:45 และเมื่อเขาทั้งสองหาพระกุมารไม่พบ พวกเขาจึงวกกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มอีก โดยเสาะหาพระองค์

2:45 And when they found him not, they turned back again to Jerusalem, seeking him.

2:46 และต่อมา หลังจากสามวันแล้ว เขาทั้งสองได้พบพระกุมารในพระวิหาร กำลังนั่งอยู่ในท่ามกลางพวกอาจารย์ ทั้งฟังพวกอาจารย์ และไต่ถามคำถามทั้งหลายกับพวกอาจารย์เหล่านั้นอยู่

2:46 And it came to pass, that after three days they found him in the temple, sitting in the midst of the doctors, both hearing them, and asking them questions.

2:47 และทุกคนที่ได้ยินพระกุมารก็ประหลาดใจในความเข้าใจและคำตอบทั้งหลายของพระองค์

2:47 And all that heard him were astonished at his understanding and answers.

2:48 และเมื่อเขาทั้งสองเห็นพระองค์แล้ว พวกเขาก็ประหลาดใจ และมารดาของพระองค์จึงกล่าวแก่พระองค์ว่า “ลูกเอ๋ย ทำไมลูกจึงทำแก่พวกเราอย่างนี้ ดูเถิด พ่อของลูกกับแม่เสาะหาลูกด้วยความเศร้าใจ”

2:48 And when they saw him, they were amazed: and his mother said unto him, Son, why hast thou thus dealt with us? behold, thy father and I have sought thee sorrowing.

2:49 และพระองค์จึงตรัสกับเขาทั้งสองว่า “พวกท่านเสาะหาฉันทำไม พวกท่านไม่ทราบหรือว่า ฉันจะต้องกระทำพระราชกิจของพระบิดาของฉัน”

2:49 And he said unto them, How is it that ye sought me? wist ye not that I must be about my Father's business?

2:50 และเขาทั้งสองไม่เข้าใจถ้อยคำนั้นซึ่งพระองค์กล่าวแก่พวกเขา

2:50 And they understood not the saying which he spake unto them.

2:51 และพระองค์ก็ลงไปกับพวกเขา และมายังเมืองนาซาเร็ธ และอยู่ใต้ความปกครองของพวกเขา แต่มารดาของพระองค์ก็เก็บบรรดาถ้อยคำเหล่านี้ไว้ในใจของตน

2:51 And he went down with them, and came to Nazareth, and was subject unto them: but his mother kept all these sayings in her heart.

2:52 และพระเยซูทรงจำเริญขึ้นในด้านสติปัญญา และในด้านความสูง และเป็นที่โปรดปรานกับพระเจ้าและมนุษย์

2:52 And Jesus increased in wisdom and stature, and in favour with God and man.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope