กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ยอห์น 20 / John 20

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21]

การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ (มธ 28:1-10; มก 16:1-14; ลก 24:1-43)
20:1 วันแรกของสัปดาห์มารีย์ชาวมักดาลามาในเวลาเช้าตรู่ เมื่อยังมืดอยู่ ถึงอุโมงค์ฝังศพ และเห็นก้อนหินนั้นถูกกลิ้งออกไปจากปากอุโมงค์อยู่แล้ว

The Resurrection of Jesus Christ (Matt. 28:1-10; Mark 16:1-14; Luke 24:1-43)
20:1 The first day of the week cometh Mary Magdalene early, when it was yet dark, unto the sepulchre, and seeth the stone taken away from the sepulchre.

20:2 แล้วเธอจึงวิ่ง และมาหาซีโมนเปโตร และมาหาสาวกอีกคนนั้น ผู้ที่พระเยซูทรงรัก และกล่าวแก่เขาทั้งสองว่า “พวกเขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าออกไปจากอุโมงค์แล้ว และพวกเราไม่ทราบว่าพวกเขาเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหน”

20:2 Then she runneth, and cometh to Simon Peter, and to the other disciple, whom Jesus loved, and saith unto them, They have taken away the Lord out of the sepulchre, and we know not where they have laid him.

20:3 ฉะนั้นเปโตรจึงออกไป กับสาวกอีกคนหนึ่งนั้น และมายังอุโมงค์

20:3 Peter therefore went forth, and that other disciple, and came to the sepulchre.

20:4 ดังนั้นเขาทั้งสองจึงวิ่งไปด้วยกัน และสาวกอีกคนหนึ่งนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร และมาถึงอุโมงค์ก่อน

20:4 So they ran both together: and the other disciple did outrun Peter, and came first to the sepulchre.

20:5 และเมื่อเขาก้มลงและมองดูข้างใน ได้เห็นผ้าป่านเหล่านั้นวางอยู่ แต่เขาไม่ได้เข้าไปข้างใน

20:5 And he stooping down, and looking in, saw the linen clothes lying; yet went he not in.

20:6 แล้วซีโมนเปโตรติดตามเขามา และเข้าไปในอุโมงค์ และได้เห็นผ้าป่านเหล่านั้นวางอยู่

20:6 Then cometh Simon Peter following him, and went into the sepulchre, and seeth the linen clothes lie,

20:7 และผ้าเช็ดหน้า ที่พันพระเศียรของพระองค์ ไม่ได้วางอยู่กับผ้าป่านเหล่านั้น แต่ถูกพับเข้าด้วยกันไว้ที่หนึ่งต่างหาก

20:7 And the napkin, that was about his head, not lying with the linen clothes, but wrapped together in a place by itself.

20:8 แล้วสาวกอีกคนหนึ่งนั้นจึงเข้าไปด้วย ผู้ซึ่งมาถึงอุโมงค์ก่อน และเขาได้เห็นและเชื่อ

20:8 Then went in also that other disciple, which came first to the sepulchre, and he saw, and believed.

20:9 เพราะว่าขณะนั้นเขาทั้งสองยังไม่รู้จักข้อพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์จะต้องเป็นขึ้นมาจากความตาย

20:9 For as yet they knew not the scripture, that he must rise again from the dead.

20:10 แล้วสาวกทั้งสองก็กลับไปยังบ้านของตนเองอีก

20:10 Then the disciples went away again unto their own home.

พระเยซูทรงปรากฏพระองค์ต่อมารีย์ชาวมักดาลา
20:11 แต่มารีย์ยืนร้องไห้อยู่นอกอุโมงค์ และขณะที่เธอร้องไห้อยู่ เธอก็ก้มลงและมองดูข้างในอุโมงค์นั้น

Jesus Appears to Mary Magdalene
20:11 But Mary stood without at the sepulchre weeping: and as she wept, she stooped down, and looked into the sepulchre,

20:12 และได้เห็นทูตสวรรค์สององค์นั่งอยู่สวมเสื้อสีขาว องค์หนึ่งอยู่เบื้องพระเศียร และอีกองค์หนึ่งอยู่เบื้องพระบาท ณ ที่ซึ่งพระศพของพระเยซูเคยถูกวางไว้

20:12 And seeth two angels in white sitting, the one at the head, and the other at the feet, where the body of Jesus had lain.

20:13 และทูตทั้งสองกล่าวแก่เธอว่า “หญิงเอ๋ย ท่านร้องไห้ทำไม” เธอกล่าวแก่ทูตทั้งสองว่า “เพราะพวกเขาได้เอาองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าไปเสียแล้ว และข้าพเจ้าไม่ทราบว่าพวกเขาเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหน”

20:13 And they say unto her, Woman, why weepest thou? She saith unto them, Because they have taken away my Lord, and I know not where they have laid him.

20:14 และเมื่อเธอกล่าวอย่างนั้นแล้ว เธอก็หันตัวกลับมา และเห็นพระเยซูประทับยืนอยู่ และไม่ทราบว่าเป็นองค์พระเยซู

20:14 And when she had thus said, she turned herself back, and saw Jesus standing, and knew not that it was Jesus.

20:15 พระเยซูตรัสกับเธอว่า “หญิงเอ๋ย เจ้าร้องไห้ทำไม เจ้าแสวงหาผู้ใด” เธอซึ่งคิดเอาเองว่าพระองค์เป็นคนทำสวน จึงกล่าวแก่พระองค์ว่า “นายเจ้าข้า ถ้าท่านได้เอาพระองค์ไปจากที่นี่ ขอบอกดิฉันเถิดว่า ท่านเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหน และดิฉันจะรับพระองค์ไป”

20:15 Jesus saith unto her, Woman, why weepest thou? whom seekest thou? She, supposing him to be the gardener, saith unto him, Sir, if thou have borne him hence, tell me where thou hast laid him, and I will take him away.

20:16 พระเยซูตรัสกับเธอว่า “มารีย์เอ๋ย” เธอจึงหันตัวมา และทูลพระองค์ว่า “รับโบนี” ซึ่งแปลว่า อาจารย์

20:16 Jesus saith unto her, Mary. She turned herself, and saith unto him, Rabboni; which is to say, Master.

20:17 พระเยซูตรัสกับเธอว่า “อย่าแตะต้องเรา เพราะเรายังไม่ได้ขึ้นไปหาพระบิดาของเรา แต่จงไปหาพวกพี่น้องของเรา และกล่าวแก่พวกเขาว่า เราขึ้นไปหาพระบิดาของเราและพระบิดาของท่านทั้งหลาย และไปหาพระเจ้าของเราและพระเจ้าของท่านทั้งหลาย”

20:17 Jesus saith unto her, Touch me not; for I am not yet ascended to my Father: but go to my brethren, and say unto them, I ascend unto my Father, and your Father; and to my God, and your God.

20:18 มารีย์ชาวมักดาลาจึงมาและบอกพวกสาวกว่า เธอได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว และพระองค์ได้ตรัสสิ่งเหล่านี้กับเธอ

20:18 Mary Magdalene came and told the disciples that she had seen the Lord, and that he had spoken these things unto her.

พระเยซูทรงปรากฏพระองค์ต่อพวกสาวกเว้นแต่โธมัส
20:19 แล้ววันเดียวกันนั้นเวลาค่ำ ซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์ เมื่อประตูเหล่านั้นปิดอยู่ในที่ซึ่งพวกสาวกชุมนุมกันอยู่แล้วเพราะกลัวพวกยิว พระเยซูได้เสด็จมาและประทับยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา และตรัสกับพวกเขาว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด”

Jesus Appears to His Disciples besides Thomas
20:19 Then the same day at evening, being the first day of the week, when the doors were shut where the disciples were assembled for fear of the Jews, came Jesus and stood in the midst, and saith unto them, Peace be unto you.

20:20 และเมื่อพระองค์ตรัสอย่างนั้นแล้ว พระองค์ทรงสำแดงให้พวกเขาเห็นพระหัตถ์ของพระองค์และสีข้างของพระองค์ แล้วพวกสาวกจึงมีความยินดี เมื่อพวกเขาเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า

20:20 And when he had so said, he shewed unto them his hands and his side. Then were the disciples glad, when they saw the Lord.

20:21 แล้วพระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาอีกว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาของเราทรงส่งเรามาแล้วฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”

20:21 Then said Jesus to them again, Peace be unto you: as my Father hath sent me, even so send I you.

20:22 และเมื่อพระองค์ได้ตรัสสิ่งนี้แล้ว พระองค์ทรงระบายลมหายใจออกบนพวกเขา และตรัสกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เถิด

20:22 And when he had said this, he breathed on them, and saith unto them, Receive ye the Holy Ghost:

20:23 บาปต่าง ๆ ของผู้ใดก็ตามที่ท่านทั้งหลายยกให้ บาปเหล่านั้นก็จะถูกยกเสียให้แก่คนเหล่านั้น และบาปของผู้ใดก็ตามที่ท่านทั้งหลายไม่ยกให้ บาปเหล่านั้นก็ยังอยู่กับผู้นั้น”

20:23 Whose soever sins ye remit, they are remitted unto them; and whose soever sins ye retain, they are retained.

พระเยซูทรงปรากฏพระองค์อีกครั้งหนึ่งและโธมัสยอมเชื่อ
20:24 แต่โธมัส คนหนึ่งในสิบสองคนนั้น ที่ถูกเรียกว่า ดิดุมัส ไม่ได้อยู่กับพวกเขาเมื่อพระเยซูเสด็จมา

Jesus Appears Again; Thomas Convinced
20:24 But Thomas, one of the twelve, called Didymus, was not with them when Jesus came.

20:25 ฉะนั้นสาวกคนอื่น ๆ ที่เหลือจึงกล่าวแก่โธมัสว่า “พวกเราได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” แต่โธมัสกล่าวแก่เขาเหล่านั้นว่า “ยกเว้นข้าจะเห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ของพระองค์ และเอานิ้วของข้าแยงเข้าไปที่รอยตะปูนั้น และเอามือของข้าแยงเข้าไปที่สีข้างของพระองค์แล้ว ข้าจะไม่เชื่อเลย”

20:25 The other disciples therefore said unto him, We have seen the Lord. But he said unto them, Except I shall see in his hands the print of the nails, and put my finger into the print of the nails, and thrust my hand into his side, I will not believe.

20:26 และหลังจากแปดวันแล้ว พวกสาวกของพระองค์อยู่ข้างในอีก และโธมัสก็อยู่กับพวกเขา แล้วพระเยซูเสด็จมา เมื่อประตูเหล่านั้นปิดอยู่ และประทับยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา และตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด”

20:26 And after eight days again his disciples were within, and Thomas with them: then came Jesus, the doors being shut, and stood in the midst, and said, Peace be unto you.

20:27 แล้วพระองค์ตรัสกับโธมัสว่า “จงยื่นนิ้วของท่านมาที่นี่ และดูมือของเรา และจงยื่นมือของท่านมาที่นี่และแยงเข้ามาในสีข้างของเรา และอย่าขาดความเชื่อเลย แต่จงเชื่อเถิด”

20:27 Then saith he to Thomas, Reach hither thy finger, and behold my hands; and reach hither thy hand, and thrust it into my side: and be not faithless, but believing.

20:28 และโธมัสตอบและทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ และพระเจ้าของข้าพระองค์”

20:28 And Thomas answered and said unto him, My Lord and my God.

20:29 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “โธมัสเอ๋ย เพราะท่านเห็นเราแล้วท่านจึงเชื่อแล้ว คนทั้งหลายที่ไม่ได้เห็นเราและยังเชื่อแล้วก็ได้รับพร”

20:29 Jesus saith unto him, Thomas, because thou hast seen me, thou hast believed: blessed are they that have not seen, and yet have believed.

ความมุ่งหมายแห่งข่าวประเสริฐของยอห์น
20:30 และแท้จริงมีหมายสำคัญอื่น ๆ อีกหลายประการที่พระเยซูได้ทรงกระทำต่อหน้าพวกสาวกของพระองค์ ซึ่งไม่ได้ถูกเขียนไว้ในหนังสือนี้

Purpose of John's Gospel
20:30 And many other signs truly did Jesus in the presence of his disciples, which are not written in this book:

20:31 แต่สิ่งเหล่านี้ได้ถูกเขียนไว้ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อแล้ว ท่านทั้งหลายก็จะมีชีวิตโดยทางพระนามของพระองค์

20:31 But these are written, that ye might believe that Jesus is the Christ, the Son of God; and that believing ye might have life through his name.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope