กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มัทธิว 8 / Matthew 8

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

คนโรคเรื้อนได้รับการรักษาให้หาย
8:1 เมื่อพระองค์เสด็จลงมาจากภูเขาแล้ว คนเป็นอันมากได้ติดตามพระองค์ไป

Leper Healed
8:1 When he was come down from the mountain, great multitudes followed him.

8:2 และดูเถิด คนโรคเรื้อนคนหนึ่งมาและนมัสการพระองค์ โดยทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ถ้าพระองค์จะโปรด พระองค์ทรงฤทธิ์สามารถทำให้ข้าพระองค์สะอาดได้”

8:2 And, behold, there came a leper and worshipped him, saying, Lord, if thou wilt, thou canst make me clean.

8:3 และพระเยซูทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ออก และถูกต้องเขา โดยตรัสว่า “เราพอใจแล้ว ท่านจงสะอาดเถิด” และในทันใดนั้นโรคเรื้อนของเขาก็ถูกรักษาให้สะอาด

8:3 And Jesus put forth his hand, and touched him, saying, I will; be thou clean. And immediately his leprosy was cleansed.

8:4 และพระเยซูตรัสกับเขาว่า “ท่านอย่าบอกเล่าให้ผู้ใดฟังเลย แต่จงไปตามทางของท่าน สำแดงตัวแก่ปุโรหิต และถวายเครื่องถวายที่โมเสสได้สั่งไว้ เพื่อเป็นพยานต่อคนทั้งหลาย”

8:4 And Jesus saith unto him, See thou tell no man; but go thy way, shew thyself to the priest, and offer the gift that Moses commanded, for a testimony unto them.

ผู้รับใช้ของนายร้อยได้รับการรักษาให้หาย (ลก 7:1-10)
8:5 และเมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุมแล้ว นายร้อยคนหนึ่งมาหาพระองค์ โดยอ้อนวอนพระองค์

Centurion's Servant Healed (Luke 7:1-10)
8:5 And when Jesus was entered into Capernaum, there came unto him a centurion, beseeching him,

8:6 และทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ผู้รับใช้ของข้าพระองค์นอนอยู่ที่บ้านป่วยเป็นอัมพาต ทนทุกข์เวทนาอย่างมาก”

8:6 And saying, Lord, my servant lieth at home sick of the palsy, grievously tormented.

8:7 และพระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราจะมาและรักษาเขาให้หาย”

8:7 And Jesus saith unto him, I will come and heal him.

8:8 นายร้อยผู้นั้นตอบและทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ไม่สมควรที่พระองค์จะเข้ามาอยู่ใต้ชายคาของข้าพระองค์ แต่ขอตรัสคำนั้นเท่านั้น และผู้รับใช้ของข้าพระองค์ก็จะได้รับการรักษาให้หาย

8:8 The centurion answered and said, Lord, I am not worthy that thou shouldest come under my roof: but speak the word only, and my servant shall be healed.

8:9 ด้วยว่าข้าพระองค์เป็นคนหนึ่งที่อยู่ใต้วินัยทหาร โดยมีพวกทหารอยู่ใต้บังคับบัญชาของข้าพระองค์ และข้าพระองค์กล่าวแก่คนนี้ว่า ‘จงไป’ และเขาก็ไป และแก่อีกคนหนึ่งว่า ‘จงมา’ และเขาก็มา และแก่ผู้รับใช้ของข้าพระองค์ว่า ‘จงทำสิ่งนี้’ และเขาก็ทำสิ่งนั้น”

8:9 For I am a man under authority, having soldiers under me: and I say to this man, Go, and he goeth; and to another, Come, and he cometh; and to my servant, Do this, and he doeth it.

8:10 เมื่อพระเยซูทรงได้ยินดังนั้น พระองค์ก็ประหลาดพระทัย และตรัสกับคนทั้งหลายที่ติดตามมาว่า “เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราไม่พบความเชื่อที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้เลย ไม่เลย ไม่พบในอิสราเอล

8:10 When Jesus heard it, he marvelled, and said to them that followed, Verily I say unto you, I have not found so great faith, no, not in Israel.

8:11 และเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า คนเป็นอันมากจะมาจากทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และจะเอนกายลงกันกับอับราฮัม และอิสอัค และยาโคบ ในอาณาจักรแห่งสวรรค์

8:11 And I say unto you, That many shall come from the east and west, and shall sit down with Abraham, and Isaac, and Jacob, in the kingdom of heaven.

8:12 แต่บรรดาลูกแห่งอาณาจักรจะถูกขับไล่ไสส่งออกไปในที่มืดภายนอก ที่นั่นจะมีการร้องไห้และการขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน”

8:12 But the children of the kingdom shall be cast out into outer darkness: there shall be weeping and gnashing of teeth.

8:13 และพระเยซูได้ตรัสกับนายร้อยผู้นั้นว่า “จงไปตามทางของท่านเถิด และท่านได้เชื่ออย่างไร ก็จะกระทำอย่างนั้นแก่ท่าน” และผู้รับใช้ของเขาได้รับการรักษาให้หายในชั่วโมงนั้นเอง

8:13 And Jesus said unto the centurion, Go thy way; and as thou hast believed, so be it done unto thee. And his servant was healed in the selfsame hour.

แม่ยายของเปโตรได้รับการรักษาให้หาย (มก 1:29-34; ลก 4:38-41)
8:14 และเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ามาในบ้านของเปโตร พระองค์ก็ทอดพระเนตรเห็นแม่ยายของเปโตรนอน และป่วยเป็นไข้อยู่

Peter's Mother-in-law Healed (Mark 1:29-34; Luke 4:38-41)
8:14 And when Jesus was come into Peter's house, he saw his wife's mother laid, and sick of a fever.

8:15 และพระองค์ทรงสัมผัสมือของนาง และไข้นั้นก็ออกจากนาง และนางลุกขึ้น และปรนนิบัติเขาทั้งหลาย

8:15 And he touched her hand, and the fever left her: and she arose, and ministered unto them.

8:16 เมื่อมาถึงเวลาเย็น เขาทั้งหลายพาคนเป็นอันมากมาหาพระองค์ ที่มีพวกผีเข้าสิง และพระองค์ก็ทรงขับวิญญาณเหล่านั้นออกด้วยคำตรัสของพระองค์ และทรงรักษาบรรดาคนที่เจ็บป่วยนั้นให้หาย

8:16 When the even was come, they brought unto him many that were possessed with devils: and he cast out the spirits with his word, and healed all that were sick:

8:17 เพื่อสิ่งนี้จะสำเร็จซึ่งถูกกล่าวไว้โดยอิสยาห์ศาสดาพยากรณ์ ซึ่งกล่าวว่า ‘ท่านเองได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย และหอบความเจ็บป่วยของพวกเราไป’

8:17 That it might be fulfilled which was spoken by Esaias the prophet, saying, Himself took our infirmities, and bare our sicknesses.

8:18 บัดนี้เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นประชาชนเป็นอันมากมาล้อมพระองค์ไว้ พระองค์จึงตรัสสั่งให้ข้ามฟากไป

8:18 Now when Jesus saw great multitudes about him, he gave commandment to depart unto the other side.

การเสียสละของผู้ที่เป็นสาวก (ลก 9:57-62)
8:19 และธรรมาจารย์คนหนึ่งมา และทูลพระองค์ว่า “อาจารย์เจ้าข้า ข้าพเจ้าจะตามท่านไป ไม่ว่าท่านไปทางไหน”

Discipleship Demands Sacrifice (Luke 9:57-62)
8:19 And a certain scribe came, and said unto him, Master, I will follow thee whithersoever thou goest.

8:20 และพระเยซูตรัสกับเขาว่า “บรรดาสุนัขจิ้งจอกมีโพรงทั้งหลาย และนกเหล่านั้นแห่งฟ้าอากาศมีรังทั้งหลาย แต่บุตรมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะของตน”

8:20 And Jesus saith unto him, The foxes have holes, and the birds of the air have nests; but the Son of man hath not where to lay his head.

8:21 และอีกคนหนึ่งในพวกสาวกของพระองค์ทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอโปรดอนุญาตให้ข้าพระองค์ไป และฝังบิดาของข้าพระองค์ก่อน”

8:21 And another of his disciples said unto him, Lord, suffer me first to go and bury my father.

8:22 แต่พระเยซูได้ตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามาเถิด และให้คนตายฝังคนตายของพวกเขาเองเถิด”

8:22 But Jesus said unto him, Follow me; and let the dead bury their dead.

พายุสงบลงโดยคำตรัสของพระเยซู (มก 4:36-41; ลก 8:22-25)
8:23 และเมื่อพระองค์เสด็จลงเรือ พวกสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไป

Storm Hushed by Jesus' Word (Mark 4:36-41; Luke 8:22-25)
8:23 And when he was entered into a ship, his disciples followed him.

8:24 และดูเถิด เกิดพายุใหญ่ในทะเล จนกระทั่งเรือลำนั้นถูกท่วมด้วยคลื่นทั้งหลาย แต่พระองค์บรรทมหลับอยู่

8:24 And, behold, there arose a great tempest in the sea, insomuch that the ship was covered with the waves: but he was asleep.

8:25 และพวกสาวกของพระองค์ได้มายังพระองค์ และปลุกพระองค์ โดยทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอโปรดช่วยพวกเราให้รอดพ้นเถิด พวกเรากำลังจะพินาศอยู่แล้ว”

8:25 And his disciples came to him, and awoke him, saying, Lord, save us: we perish.

8:26 และพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ทำไมท่านทั้งหลายจึงหวาดกลัว โอ พวกท่านผู้มีความเชื่อน้อย” แล้วพระองค์ทรงลุกขึ้น และห้ามลมทั้งหลายและทะเล และมีความสงบเงียบใหญ่ยิ่ง

8:26 And he saith unto them, Why are ye fearful, O ye of little faith? Then he arose, and rebuked the winds and the sea; and there was a great calm.

8:27 แต่คนเหล่านั้นประหลาดใจมาก โดยกล่าวว่า “ท่านผู้นี้เป็นคนลักษณะใดกันหนอ จนแม้แต่ลมทั้งหลายและทะเลก็เชื่อฟังท่าน”

8:27 But the men marvelled, saying, What manner of man is this, that even the winds and the sea obey him!

คนถูกผีสิงที่แดนเกอร์กาซี (มก 5:1-21; ลก 8:26-40)
8:28 และเมื่อพระองค์เสด็จมาถึงอีกฟากหนึ่งในแผ่นดินแห่งคนเกอร์กาซีแล้ว มีคนสองคนที่มีพวกผีเข้าสิงอยู่มาพบพระองค์ โดยออกมาจากบรรดาอุโมงค์ฝังศพ ดุร้ายยิ่งนัก จนไม่มีผู้ใดสามารถผ่านไปทางนั้นได้

The Gergesene Demoniacs (Mark 5:1-21; Luke 8:26-40)
8:28 And when he was come to the other side into the country of the Gergesenes, there met him two possessed with devils, coming out of the tombs, exceeding fierce, so that no man might pass by that way.

8:29 และดูเถิด พวกผีร้องออกมา โดยทูลว่า “พวกเราเกี่ยวข้องอะไรกับพระองค์เล่า พระเยซู พระองค์ผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์มาที่นี่เพื่อจะทรมานพวกเราก่อนเวลานั้นหรือ”

8:29 And, behold, they cried out, saying, What have we to do with thee, Jesus, thou Son of God? art thou come hither to torment us before the time?

8:30 และห่างออกไปพอสมควรจากพวกเขามีสุกรฝูงใหญ่กำลังหากินอยู่

8:30 And there was a good way off from them an herd of many swine feeding.

8:31 ดังนั้น ผีเหล่านั้นจึงอ้อนวอนพระองค์ โดยทูลว่า “ถ้าพระองค์ขับพวกเราออก ก็ขออนุญาตให้พวกเราออกไปอยู่ในสุกรฝูงนั้นเถิด”

8:31 So the devils besought him, saying, If thou cast us out, suffer us to go away into the herd of swine.

8:32 และพระองค์ได้ตรัสแก่ผีเหล่านั้นว่า “จงไปเถอะ” และเมื่อผีเหล่านั้นออกมาแล้ว พวกมันก็ไปเข้าสิงอยู่ในสุกรฝูงนั้น และดูเถิด สุกรทั้งฝูงนั้นก็วิ่งอย่างรุนแรงจากหน้าผาชันลงไปในทะเล และตายในน้ำเหล่านั้น

8:32 And he said unto them, Go. And when they were come out, they went into the herd of swine: and, behold, the whole herd of swine ran violently down a steep place into the sea, and perished in the waters.

8:33 และคนทั้งหลายที่เลี้ยงฝูงสุกรนั้นก็หนีไป และไปตามทางของพวกเขาเข้าไปในนคร และเล่าทุกสิ่ง และสิ่งที่เกิดขึ้นแก่คนทั้งสองที่เคยมีพวกผีเข้าสิงอยู่นั้น

8:33 And they that kept them fled, and went their ways into the city, and told every thing, and what was befallen to the possessed of the devils.

8:34 และดูเถิด คนทั้งนครออกมาเพื่อจะพบพระเยซู และเมื่อพวกเขาเห็นพระองค์แล้ว พวกเขาก็อ้อนวอนพระองค์ ขอให้พระองค์ออกไปเสียจากบรรดาเขตแดนของพวกเขา

8:34 And, behold, the whole city came out to meet Jesus: and when they saw him, they besought him that he would depart out of their coasts.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope