กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มัทธิว 7 / Matthew 7

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

อย่ากล่าวโทษผู้อื่น
7:1 “อย่ากล่าวโทษ เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่ถูกกล่าวโทษ

Do Not Judge Others
7:1 Judge not, that ye be not judged.

7:2 เพราะว่าท่านทั้งหลายจะกล่าวโทษด้วยการพิพากษาอย่างใด พวกท่านก็จะถูกกล่าวโทษอย่างนั้น และพวกท่านจะตวงด้วยทะนานอันใด จะตวงด้วยทะนานอันนั้นให้แก่พวกท่านอีก

7:2 For with what judgment ye judge, ye shall be judged: and with what measure ye mete, it shall be measured to you again.

7:3 และทำไมท่านมองดูผงที่อยู่ในตาพี่น้องของท่าน แต่ไม่พิจารณาไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของท่านเอง

7:3 And why beholdest thou the mote that is in thy brother's eye, but considerest not the beam that is in thine own eye?

7:4 หรือท่านจะกล่าวแก่พี่น้องของท่านได้อย่างไรว่า ‘จงให้ข้าเขี่ยผงออกจากตาของเจ้าเถิด’ และดูเถิด ไม้ทั้งท่อนก็อยู่ในตาของท่านเอง

7:4 Or how wilt thou say to thy brother, Let me pull out the mote out of thine eye; and, behold, a beam is in thine own eye?

7:5 ท่านคนหน้าซื่อใจคด จงชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาของท่านก่อน และท่านจึงจะเห็นได้ถนัด เพื่อจะเขี่ยผงออกจากตาพี่น้องของท่านได้

7:5 Thou hypocrite, first cast out the beam out of thine own eye; and then shalt thou see clearly to cast out the mote out of thy brother's eye.

7:6 อย่าให้สิ่งซึ่งบริสุทธิ์แก่พวกสุนัข และพวกท่านอย่าโยนไข่มุกทั้งหลายของพวกท่านไปตรงหน้าเหล่าสุกร เกรงว่าพวกมันจะเหยียบย่ำสิ่งเหล่านั้นเสียใต้เท้าของพวกมัน และจะหันมาอีก และฉีกพวกท่าน

7:6 Give not that which is holy unto the dogs, neither cast ye your pearls before swine, lest they trample them under their feet, and turn again and rend you.

พระสัญญาอันมหัศจรรย์แก่ผู้อธิษฐาน (ลก 11:5-13)
7:7 จงขอ และสิ่งนั้นจะให้แก่พวกท่าน จงแสวงหา และพวกท่านจะพบ จงเคาะ และสิ่งนั้นจะถูกเปิดให้แก่พวกท่าน

Wonderful Prayer Promise (Luke 11:5-13)
7:7 Ask, and it shall be given you; seek, and ye shall find; knock, and it shall be opened unto you:

7:8 เพราะว่าทุกคนที่ขอก็จะได้รับ และคนที่แสวงหาก็จะพบ และแก่คนที่เคาะ สิ่งนั้นก็จะถูกเปิดให้

7:8 For every one that asketh receiveth; and he that seeketh findeth; and to him that knocketh it shall be opened.

7:9 หรือผู้ใดในพวกท่าน ผู้ซึ่งถ้าบุตรชายของตนขอขนมปัง ผู้นั้นจะเอาก้อนหินให้บุตรคนนั้นหรือ

7:9 Or what man is there of you, whom if his son ask bread, will he give him a stone?

7:10 หรือถ้าบุตรคนนั้นขอปลา ผู้นั้นจะเอางูให้บุตรคนนั้นหรือ

7:10 Or if he ask a fish, will he give him a serpent?

7:11 ฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายเอง ผู้เป็นคนชั่วร้าย ยังรู้ว่าจะให้ของกำนัลดี ๆ แก่บุตรทั้งหลายของตนอย่างไร พระบิดาของพวกท่านผู้ซึ่งทรงสถิตในสวรรค์จะประทานของดีทั้งหลายแก่คนเหล่านั้นที่ขอจากพระองค์มากยิ่งกว่าสักเท่าใด

7:11 If ye then, being evil, know how to give good gifts unto your children, how much more shall your Father which is in heaven give good things to them that ask him?

กฎทองคำ
7:12 เหตุฉะนั้น สิ่งสารพัดใดก็ตามที่ท่านทั้งหลายปรารถนาให้มนุษย์ทำแก่พวกท่าน พวกท่านจงกระทำอย่างนั้นแก่พวกเขาเหมือนกัน เพราะว่านี่คือพระราชบัญญัติและพวกศาสดาพยากรณ์

The Golden Rule
7:12 Therefore all things whatsoever ye would that men should do to you, do ye even so to them: for this is the law and the prophets.

คนแสวงหาความรอดมีน้อย คนจำนวนมากจึงหลงหายไป
7:13 ท่านทั้งหลายจงเข้าไปทางประตูแคบนั้น เพราะว่าประตูนั้นก็กว้างและทางนั้นก็กว้างขวางที่นำไปสู่ความพินาศ และมีคนเป็นอันมากซึ่งเข้าไปในทางนั้น

Few Saved, Many Lost
7:13 Enter ye in at the strait gate: for wide is the gate, and broad is the way, that leadeth to destruction, and many there be which go in thereat:

7:14 เพราะว่าประตูนั้นก็แคบและทางนั้นก็คับแคบซึ่งนำไปสู่ชีวิต และมีคนจำนวนน้อยที่พบมัน

7:14 Because strait is the gate, and narrow is the way, which leadeth unto life, and few there be that find it.

เรารู้จักผู้พยากรณ์เท็จได้โดยคำสอนของเขา
7:15 จงระวังพวกผู้พยากรณ์เท็จ ซึ่งมาหาพวกท่านในเครื่องนุ่งห่มของแกะ แต่ภายในพวกเขาเป็นสุนัขป่าที่ตะกละตะกลาม

False Prophets Known by Their Teaching
7:15 Beware of false prophets, which come to you in sheep's clothing, but inwardly they are ravening wolves.

7:16 ท่านทั้งหลายจะรู้จักพวกเขาได้โดยผลทั้งหลายของพวกเขา มนุษย์เก็บผลองุ่นทั้งหลายจากบรรดาต้นไม้หนามหรือ หรือผลมะเดื่อทั้งหลายจากบรรดาต้นผักหนามหรือ

7:16 Ye shall know them by their fruits. Do men gather grapes of thorns, or figs of thistles?

7:17 ดังนั้นแหละต้นไม้ดีทุกต้นย่อมเกิดผลดี แต่ต้นไม้เสื่อมทรามก็เกิดผลชั่วร้าย

7:17 Even so every good tree bringeth forth good fruit; but a corrupt tree bringeth forth evil fruit.

7:18 ต้นไม้ดีจะเกิดผลชั่วร้ายไม่ได้ และต้นไม้เสื่อมทรามจะเกิดผลดีก็ไม่ได้

7:18 A good tree cannot bring forth evil fruit, neither can a corrupt tree bring forth good fruit.

7:19 ต้นไม้ทุกต้นที่ไม่เกิดผลดีย่อมถูกฟันลง และถูกทิ้งเสียในไฟ

7:19 Every tree that bringeth not forth good fruit is hewn down, and cast into the fire.

7:20 เหตุฉะนั้น โดยผลทั้งหลายของพวกเขา ท่านทั้งหลายก็จะรู้จักพวกเขาได้

7:20 Wherefore by their fruits ye shall know them.

ผู้เคร่งศาสนาหลายคนหลงหายไป
7:21 ไม่ใช่ทุกคนที่กล่าวแก่เราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ จะเข้าในอาณาจักรแห่งสวรรค์ เว้นแต่ผู้ที่กระทำตามน้ำพระทัยพระบิดาของเราผู้ซึ่งทรงสถิตในสวรรค์

Many Religious, But Lost
7:21 Not every one that saith unto me, Lord, Lord, shall enter into the kingdom of heaven; but he that doeth the will of my Father which is in heaven.

7:22 คนเป็นอันมากจะกล่าวแก่เราในวันนั้นว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ทั้งหลายได้พยากรณ์ในพระนามของพระองค์มิใช่หรือ และในพระนามของพระองค์ได้ขับผีออกหลายตนมิใช่หรือ และในพระนามของพระองค์ได้กระทำการงานมหัศจรรย์เป็นอันมากมิใช่หรือ’

7:22 Many will say to me in that day, Lord, Lord, have we not prophesied in thy name? and in thy name have cast out devils? and in thy name done many wonderful works?

7:23 และในเวลานั้นเราจะกล่าวยอมรับแก่พวกเขาว่า ‘เราไม่เคยรู้จักพวกเจ้าเลย จงไปเสียให้พ้นจากเรา พวกเจ้าที่กระทำความชั่วช้า’

7:23 And then will I profess unto them, I never knew you: depart from me, ye that work iniquity.

รากฐานที่ปลอดภัยหนึ่งเดียว (ลก 6:47-49)
7:24 เหตุฉะนั้นผู้ใดก็ตามที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ของเรา และกระทำตามถ้อยคำเหล่านี้ เราจะเปรียบเขาเหมือนผู้ที่มีสติปัญญาคนหนึ่ง ซึ่งได้สร้างบ้านของตนไว้บนศิลา

Only Safe Foundation (Luke 6:47-49)
7:24 Therefore whosoever heareth these sayings of mine, and doeth them, I will liken him unto a wise man, which built his house upon a rock:

7:25 และฝนก็ตก และน้ำท่วมทั้งหลายก็ไหลมา และลมทั้งปวงก็พัดมา และปะทะบ้านหลังนั้น และบ้านนั้นไม่ได้พังลง เพราะว่ามันได้ถูกก่อตั้งอยู่บนศิลา

7:25 And the rain descended, and the floods came, and the winds blew, and beat upon that house; and it fell not: for it was founded upon a rock.

7:26 และทุกคนที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ของเรา และไม่กระทำตามถ้อยคำเหล่านี้ จะถูกเปรียบเหมือนผู้ที่โง่เขลาคนหนึ่ง ซึ่งได้สร้างบ้านของตนไว้บนทราย

7:26 And every one that heareth these sayings of mine, and doeth them not, shall be likened unto a foolish man, which built his house upon the sand:

7:27 และฝนก็ตก และน้ำท่วมทั้งหลายก็ไหลมา และลมทั้งปวงก็พัดมา และปะทะบ้านหลังนั้น และบ้านนั้นก็พังทลายลง และการพังทลายลงของมันก็ใหญ่โต”

7:27 And the rain descended, and the floods came, and the winds blew, and beat upon that house; and it fell: and great was the fall of it.

7:28 และต่อมาเมื่อพระเยซูได้ตรัสถ้อยคำเหล่านี้เสร็จแล้ว ประชาชนก็ประหลาดใจด้วยหลักคำสอนของพระองค์

7:28 And it came to pass, when Jesus had ended these sayings, the people were astonished at his doctrine:

7:29 เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสั่งสอนพวกเขาเหมือนผู้หนึ่งที่มีสิทธิอำนาจ และไม่เหมือนพวกธรรมาจารย์

7:29 For he taught them as one having authority, and not as the scribes.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope