กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มัทธิว 20 / Matthew 20

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

คำอุปมาเกี่ยวกับคนงานในสวนองุ่น
20:1 “ด้วยว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งได้ออกไปเวลาเช้าตรู่เพื่อจ้างพวกคนงานเข้าไปในสวนองุ่นของตน

Parable of Laborers in the Vineyard
20:1 For the kingdom of heaven is like unto a man that is an householder, which went out early in the morning to hire labourers into his vineyard.

20:2 และเมื่อเขาได้ตกลงกับพวกคนงานว่าวันละหนึ่งเดนาริอันแล้ว เขาจึงส่งพวกเขาให้เข้าไปในสวนองุ่นของเขา

20:2 And when he had agreed with the labourers for a penny a day, he sent them into his vineyard.

20:3 และเขาก็ออกไปอีกประมาณเวลาสามโมงเช้า และเห็นคนอื่น ๆ ยืนอยู่เฉย ๆ ในตลาด

20:3 And he went out about the third hour, and saw others standing idle in the marketplace,

20:4 และกล่าวกับพวกเขาว่า ‘ท่านทั้งหลายจงเข้าไปในสวนองุ่นด้วยเถิด และสิ่งใดก็ตามที่ยุติธรรม เราจะให้พวกท่าน’ และพวกเขาก็ไปตามทางของพวกเขา

20:4 And said unto them; Go ye also into the vineyard, and whatsoever is right I will give you. And they went their way.

20:5 เขาก็ออกไปอีกประมาณเวลาเที่ยงวันและเวลาบ่ายสามโมง และกระทำแบบเดียวกัน

20:5 Again he went out about the sixth and ninth hour, and did likewise.

20:6 และประมาณเวลาบ่ายห้าโมงเขาก็ออกไป และพบคนอื่น ๆ ยืนอยู่เฉย ๆ และกล่าวแก่พวกเขาว่า ‘ทำไมพวกท่านยืนอยู่ที่นี่เฉย ๆ ตลอดวัน’

20:6 And about the eleventh hour he went out, and found others standing idle, and saith unto them, Why stand ye here all the day idle?

20:7 พวกเขากล่าวแก่เขาว่า ‘เพราะไม่มีใครจ้างพวกข้าพเจ้า’ เขากล่าวแก่พวกเขาว่า ‘ท่านทั้งหลายจงเข้าไปในสวนองุ่นด้วยเถิด และสิ่งใดก็ตามที่ยุติธรรม พวกท่านจะได้รับสิ่งนั้น’

20:7 They say unto him, Because no man hath hired us. He saith unto them, Go ye also into the vineyard; and whatsoever is right, that shall ye receive.

20:8 ดังนั้น เมื่อมาถึงเวลาเย็น เจ้าของสวนองุ่นจึงกล่าวแก่คนต้นเรือนของเขาว่า ‘จงเรียกบรรดาคนงานมา และให้ค่าจ้างของพวกเขาแก่เขาทั้งหลาย เริ่มต้นตั้งแต่คนสุดท้ายจนถึงคนแรก’

20:8 So when even was come, the lord of the vineyard saith unto his steward, Call the labourers, and give them their hire, beginning from the last unto the first.

20:9 และเมื่อพวกเขาที่รับจ้างประมาณเวลาบ่ายห้าโมงนั้นมา พวกเขาก็ได้รับคนละหนึ่งเดนาริอัน

20:9 And when they came that were hired about the eleventh hour, they received every man a penny.

20:10 แต่เมื่อพวกคนแรก ๆ มา พวกเขาคาดว่าพวกเขาควรจะได้รับมากกว่านั้น และพวกเขาได้รับคนละหนึ่งเดนาริอันเช่นกัน

20:10 But when the first came, they supposed that they should have received more; and they likewise received every man a penny.

20:11 และเมื่อพวกเขาได้รับเงินไปแล้ว พวกเขาก็บ่นต่อว่าเจ้าของบ้าน

20:11 And when they had received it, they murmured against the goodman of the house,

20:12 โดยกล่าวว่า ‘คนเหล่านี้ที่มาหลังสุดได้ทำงานแค่ชั่วโมงเดียว และท่านได้ให้พวกเขาเท่ากันกับพวกเรา ผู้ซึ่งได้แบกภาระและความร้อนของกลางวัน’

20:12 Saying, These last have wrought but one hour, and thou hast made them equal unto us, which have borne the burden and heat of the day.

20:13 แต่เจ้าของบ้านก็ตอบคนหนึ่งในพวกเขา และกล่าวว่า ‘สหายเอ๋ย เรามิได้ทำผิดใด ๆ แก่ท่านเลย ท่านได้ตกลงกับเราแล้ววันละหนึ่งเดนาริอันมิใช่หรือ

20:13 But he answered one of them, and said, Friend, I do thee no wrong: didst not thou agree with me for a penny?

20:14 จงเอาสิ่งที่เป็นของท่าน และไปตามทางของท่านเถิด เราปรารถนาที่จะให้คนที่มาทำงานหลังสุดนี้เช่นเดียวกับท่าน

20:14 Take that thine is, and go thy way: I will give unto this last, even as unto thee.

20:15 ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติหรือที่เราจะกระทำกับสิ่งที่เป็นของเราเองตามความปรารถนาของเรา แววตาของท่านชั่วร้ายเพราะเราใจดีหรือ’

20:15 Is it not lawful for me to do what I will with mine own? Is thine eye evil, because I am good?

20:16 อย่างนั้นแหละคนสุดท้ายจะกลับเป็นคนต้น และคนต้นจะกลับเป็นคนสุดท้าย ด้วยว่าผู้ที่ได้รับเชิญก็มาก แต่ผู้ที่ถูกเลือกก็น้อย”

20:16 So the last shall be first, and the first last: for many be called, but few chosen.

พระเยซูทรงพยากรณ์อีกครั้งถึงการทรยศพระองค์ การสิ้นพระชนม์และการเป็นขึ้นมา (มธ 12:38-42; 16:21-28; 17:22-23; มก 10:32-34; ลก 18:31-34)
20:17 และพระเยซูกำลังเสด็จขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ขณะที่อยู่ตามหนทางได้พาพวกสาวกสิบสองคนไปแต่ลำพัง และตรัสกับพวกเขาว่า

Jesus Again Foretells His Betrayal, Death and Resurrection (Matt. 12:38-42; 16:21-28; 17:22-23; Mark 10:32-34; Luke 18:31-34)
20:17 And Jesus going up to Jerusalem took the twelve disciples apart in the way, and said unto them,

20:18 “ดูเถิด เราทั้งหลายขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และบุตรมนุษย์จะถูกทรยศให้แก่พวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ และเขาเหล่านั้นจะปรับโทษท่านถึงตาย

20:18 Behold, we go up to Jerusalem; and the Son of man shall be betrayed unto the chief priests and unto the scribes, and they shall condemn him to death,

20:19 และจะมอบท่านไว้กับพวกต่างชาติเพื่อให้เยาะเย้ย และเพื่อเฆี่ยนตี และเพื่อให้ตรึงท่านไว้ที่กางเขน และวันที่สามท่านจะเป็นขึ้นมาใหม่”

20:19 And shall deliver him to the Gentiles to mock, and to scourge, and to crucify him: and the third day he shall rise again.

มารดาคนหนึ่งทูลขอความยิ่งใหญ่ให้แก่บุตรชายของนาง (มก 10:35-45)
20:20 แล้วมารดาของบุตรทั้งหลายของเศเบดี พร้อมกับบุตรชายทั้งสองของนาง มาเฝ้าพระองค์ โดยนมัสการพระองค์ และทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระองค์

A Mother Asks Greatness for Her Sons (Mark 10:35-45)
20:20 Then came to him the mother of Zebedee's children with her sons, worshipping him, and desiring a certain thing of him.

20:21 และพระองค์ตรัสกับนางว่า “ท่านปรารถนาอะไร” นางทูลพระองค์ว่า “ขอโปรดอนุญาตให้บุตรชายทั้งสองของข้าพระองค์นั่งในราชอาณาจักรของพระองค์ เบื้องขวาพระหัตถ์คนหนึ่ง เบื้องซ้ายคนหนึ่ง”

20:21 And he said unto her, What wilt thou? She saith unto him, Grant that these my two sons may sit, the one on thy right hand, and the other on the left, in thy kingdom.

20:22 แต่พระเยซูทรงตอบและตรัสว่า “พวกท่านไม่ทราบว่าพวกท่านขออะไร พวกท่านสามารถดื่มจากถ้วยที่เราจะดื่มนั้นได้หรือ และรับบัพติศมาด้วยบัพติศมาที่เรารับนั้นได้หรือ” พวกเขาทูลพระองค์ว่า “พวกข้าพระองค์สามารถทำได้”

20:22 But Jesus answered and said, Ye know not what ye ask. Are ye able to drink of the cup that I shall drink of, and to be baptized with the baptism that I am baptized with? They say unto him, We are able.

20:23 และพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “แท้จริงพวกท่านจะดื่มจากถ้วยของเรา และรับบัพติศมาด้วยบัพติศมาที่เรารับนั้น แต่ที่จะนั่งข้างขวามือของเรา และข้างซ้ายของเรานั้น ไม่ใช่กิจของเราที่จะมอบให้ แต่จะประทานให้แก่คนทั้งหลายที่พระบิดาของเราทรงจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขา”

20:23 And he saith unto them, Ye shall drink indeed of my cup, and be baptized with the baptism that I am baptized with: but to sit on my right hand, and on my left, is not mine to give, but it shall be given to them for whom it is prepared of my Father.

20:24 และเมื่อสาวกสิบคนนั้นได้ยินสิ่งนี้แล้ว พวกเขาก็มีความโกรธเคืองต่อพี่น้องสองคนนั้น

20:24 And when the ten heard it, they were moved with indignation against the two brethren.

20:25 แต่พระเยซูทรงเรียกเขาทั้งหลายมาหาพระองค์ และตรัสว่า “ท่านทั้งหลายทราบอยู่ว่า พวกผู้ครอบครองของพวกต่างชาติย่อมปกครองเหนือพวกเขา และคนทั้งหลายที่เป็นใหญ่ก็ใช้อำนาจเหนือพวกเขา

20:25 But Jesus called them unto him, and said, Ye know that the princes of the Gentiles exercise dominion over them, and they that are great exercise authority upon them.

20:26 แต่จะไม่เป็นอย่างนั้นในท่ามกลางพวกท่าน แต่ผู้ใดก็ตามที่ใคร่จะเป็นใหญ่ในท่ามกลางพวกท่าน จงให้ผู้นั้นเป็นผู้ปรนนิบัติของท่านทั้งหลาย

20:26 But it shall not be so among you: but whosoever will be great among you, let him be your minister;

20:27 และผู้ใดก็ตามที่ใคร่จะเป็นเอกเป็นต้นในท่ามกลางพวกท่าน จงให้ผู้นั้นเป็นผู้รับใช้ของท่านทั้งหลาย

20:27 And whosoever will be chief among you, let him be your servant:

20:28 เหมือนกับที่บุตรมนุษย์มิได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อจะปรนนิบัติ และเพื่อจะประทานชีวิตของท่านให้เป็นค่าไถ่สำหรับคนเป็นอันมาก”

20:28 Even as the Son of man came not to be ministered unto, but to minister, and to give his life a ransom for many.

ชายตาบอดสองคนได้รับการรักษาให้หาย (มก 10:46-52; ลก 18:35-43)
20:29 และขณะที่พระองค์กับพวกสาวกออกไปจากเมืองเยรีโค ประชาชนเป็นอันมากก็ตามพระองค์ไป

Two Blind Men Healed (Mark 10:46-52; Luke 18:35-43)
20:29 And as they departed from Jericho, a great multitude followed him.

20:30 และดูเถิด ชายตาบอดสองคนกำลังนั่งอยู่ริมหนทาง เมื่อเขาทั้งสองได้ยินว่าพระเยซูเสด็จผ่านมา จึงร้องออกมา โดยทูลว่า “ขอทรงพระเมตตาพวกข้าพระองค์เถิด โอ พระองค์เจ้าข้า พระองค์ผู้เป็นบุตรชายของดาวิด”

20:30 And, behold, two blind men sitting by the way side, when they heard that Jesus passed by, cried out, saying, Have mercy on us, O Lord, thou Son of David.

20:31 และประชาชนก็ห้ามเขาทั้งสอง เพราะเขาทั้งสองควรนิ่งเสีย แต่เขาทั้งสองยิ่งร้องขึ้นอีก โดยทูลว่า “ขอทรงพระเมตตาพวกข้าพระองค์เถิด โอ พระองค์เจ้าข้า พระองค์ผู้เป็นบุตรชายของดาวิด”

20:31 And the multitude rebuked them, because they should hold their peace: but they cried the more, saying, Have mercy on us, O Lord, thou Son of David.

20:32 และพระเยซูประทับยืนอยู่ และเรียกเขาทั้งสองมา และตรัสว่า “ท่านทั้งสองใคร่จะให้เราทำอะไรแก่พวกท่าน”

20:32 And Jesus stood still, and called them, and said, What will ye that I shall do unto you?

20:33 เขาทั้งสองทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอให้ดวงตาของพวกข้าพระองค์ถูกเปิด”

20:33 They say unto him, Lord, that our eyes may be opened.

20:34 ดังนั้นพระเยซูจึงมีพระทัยกรุณาต่อเขาทั้งสอง และทรงถูกต้องดวงตาของเขาทั้งสอง และในทันใดนั้นดวงตาของเขาทั้งสองก็ได้รับการมองเห็น และเขาทั้งสองติดตามพระองค์ไป

20:34 So Jesus had compassion on them, and touched their eyes: and immediately their eyes received sight, and they followed him.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope