กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มัทธิว 16 / Matthew 16

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

พวกฟาริสีหน้าซื่อใจคดร้องขอหมายสำคัญ (มก 8:10-12)
16:1 พวกฟาริสีกับพวกสะดูสีได้มาเช่นกัน และทดลองโดยขอร้องให้พระองค์สำแดงหมายสำคัญอันหนึ่งจากสวรรค์ให้แก่พวกเขา

Hypocritical Pharisees Ask for Sign (Mark 8:10-12)
16:1 The Pharisees also with the Sadducees came, and tempting desired him that he would shew them a sign from heaven.

16:2 พระองค์ทรงตอบและตรัสกับพวกเขาว่า “เมื่อถึงเวลาเย็นแล้ว ท่านทั้งหลายกล่าวว่า ‘อากาศจะโปร่งดี เพราะฟ้าสีแดง’

16:2 He answered and said unto them, When it is evening, ye say, It will be fair weather: for the sky is red.

16:3 และในเวลาเช้าว่า ‘วันนี้จะเกิดพายุฝน เพราะฟ้าสีแดงและมัว’ โอ ท่านทั้งหลาย พวกคนหน้าซื่อใจคด ท่านทั้งหลายสามารถแยกแยะผิวหน้าของท้องฟ้านั้นได้ แต่ท่านทั้งหลายไม่สามารถแยกแยะบรรดาหมายสำคัญแห่งกาลสมัยต่าง ๆ

16:3 And in the morning, It will be foul weather to day: for the sky is red and lowring. O ye hypocrites, ye can discern the face of the sky; but can ye not discern the signs of the times?

16:4 คนชั่วอายุที่ชั่วและเล่นชู้แสวงหาหมายสำคัญ และจะไม่โปรดให้หมายสำคัญแก่มันเลย เว้นแต่หมายสำคัญของโยนาห์ศาสดาพยากรณ์” และพระองค์ทรงทิ้งพวกเขาไว้ และเสด็จจากไป

16:4 A wicked and adulterous generation seeketh after a sign; and there shall no sign be given unto it, but the sign of the prophet Jonas. And he left them, and departed.

16:5 และเมื่อพวกสาวกของพระองค์มาถึงฝั่งข้างโน้น พวกเขาได้ลืมเอาขนมปังไป

16:5 And when his disciples were come to the other side, they had forgotten to take bread.

เชื้อเป็นสัญญลักษณ์แห่งคำสอนที่ผิด (มก 8:13-21)
16:6 แล้วพระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาว่า “จงเอาใจใส่และระวังเชื้อของพวกฟาริสีและของพวกสะดูสีให้ดี”

Leaven Symbolizes False Doctrine (Mark 8:13-21)
16:6 Then Jesus said unto them, Take heed and beware of the leaven of the Pharisees and of the Sadducees.

16:7 และพวกเขายกเหตุผลกันในท่ามกลางพวกเขาเอง โดยกล่าวว่า “นี่เป็นเพราะว่าพวกเราไม่ได้เอาขนมปังมา”

16:7 And they reasoned among themselves, saying, It is because we have taken no bread.

16:8 ซึ่งเมื่อพระเยซูทรงรับรู้แล้ว พระองค์ก็ตรัสกับพวกเขาว่า “โอ ท่านทั้งหลาย ผู้มีความเชื่อน้อย ทำไมพวกท่านจึงยกเหตุผลในท่ามกลางพวกท่านเอง เพราะว่าพวกท่านไม่ได้เอาขนมปังมา

16:8 Which when Jesus perceived, he said unto them, O ye of little faith, why reason ye among yourselves, because ye have brought no bread?

16:9 พวกท่านยังไม่เข้าใจหรือ และจำไม่ได้หรือเรื่องขนมปังห้าก้อนกับคนห้าพันคนนั้น และพวกท่านได้เก็บกี่กระบุง

16:9 Do ye not yet understand, neither remember the five loaves of the five thousand, and how many baskets ye took up?

16:10 หรือขนมปังเจ็ดก้อนกับคนสี่พันคนนั้น และพวกท่านได้เก็บกี่กระบุง

16:10 Neither the seven loaves of the four thousand, and how many baskets ye took up?

16:11 ทำไมพวกท่านไม่เข้าใจว่า เรามิได้กล่าวกับพวกท่านเรื่องขนมปัง แต่เพื่อพวกท่านจะระวังเชื้อของพวกฟาริสีและของพวกสะดูสีให้ดี”

16:11 How is it that ye do not understand that I spake it not to you concerning bread, that ye should beware of the leaven of the Pharisees and of the Sadducees?

16:12 แล้วพวกเขาก็เข้าใจว่า พระองค์มิได้สั่งพวกเขาให้ระวังเชื้อขนมปัง แต่ให้ระวังหลักคำสอนของพวกฟาริสีและของพวกสะดูสี

16:12 Then understood they how that he bade them not beware of the leaven of bread, but of the doctrine of the Pharisees and of the Sadducees.

การยอมรับอันยิ่งใหญ่ของเปโตร
16:13 เมื่อพระเยซูเสด็จเข้ามาในเขตแดนแห่งเมืองซีซารียาฟีลิปปี พระองค์ก็ทรงถามพวกสาวกของพระองค์ โดยตรัสว่า “คนทั้งหลายพูดกันว่า เราซึ่งเป็นบุตรมนุษย์คือผู้ใด”

Peter's Great Confession
16:13 When Jesus came into the coasts of Caesarea Philippi, he asked his disciples, saying, Whom do men say that I the Son of man am?

16:14 และพวกเขาทูลว่า “บางคนว่าพระองค์ทรงเป็นยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา แต่บางคนว่าเป็นเอลียาห์ และคนอื่น ๆ ว่าเป็นเยเรมีย์ หรือเป็นคนหนึ่งในพวกศาสดาพยากรณ์”

16:14 And they said, Some say that thou art John the Baptist: some, Elias; and others, Jeremias, or one of the prophets.

16:15 พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “แต่พวกท่านว่าเราเป็นผู้ใด”

16:15 He saith unto them, But whom say ye that I am?

16:16 และซีโมนเปโตรตอบและทูลว่า “พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่”

16:16 And Simon Peter answered and said, Thou art the Christ, the Son of the living God.

พระคริสต์เป็นรากฐานแห่งคริสตจักร
16:17 และพระเยซูทรงตอบและตรัสกับเขาว่า “ท่านได้รับพร ซีโมนบุตรชายของโยนาเอ๋ย เพราะว่าเนื้อหนังและโลหิตมิได้เปิดเผยสิ่งนี้แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้ซึ่งทรงสถิตในสวรรค์ต่างหาก

Christ the Foundation of the Church
16:17 And Jesus answered and said unto him, Blessed art thou, Simon Barjona: for flesh and blood hath not revealed it unto thee, but my Father which is in heaven.

16:18 และเรากล่าวแก่ท่านด้วยว่า ท่านคือเปโตร และบนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และประตูทั้งหลายแห่งนรกจะไม่มีชัยชนะต่อคริสตจักรนั้นเลย

16:18 And I say also unto thee, That thou art Peter, and upon this rock I will build my church; and the gates of hell shall not prevail against it.

16:19 และเราจะมอบบรรดาลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์ให้แก่ท่าน และสิ่งใดก็ตามที่ท่านจะผูกมัดบนแผ่นดินโลก ก็จะถูกผูกมัดในสวรรค์ และสิ่งใดก็ตามที่ท่านจะปล่อยบนแผ่นดินโลก ก็จะถูกปล่อยในสวรรค์”

16:19 And I will give unto thee the keys of the kingdom of heaven: and whatsoever thou shalt bind on earth shall be bound in heaven: and whatsoever thou shalt loose on earth shall be loosed in heaven.

16:20 แล้วพระองค์ทรงกำชับพวกสาวกของพระองค์ว่า พวกเขาไม่ควรบอกผู้ใดว่า พระองค์ทรงเป็นพระเยซูผู้เป็นพระคริสต์นั้น

16:20 Then charged he his disciples that they should tell no man that he was Jesus the Christ.

พระเยซูทรงพยากรณ์ถึงการถูกตรึงที่กางเขนและการเป็นขึ้นมาของพระองค์ (มก 8:31-38; ลก 9:22-27)
16:21 ตั้งแต่เวลานั้นมา พระเยซูทรงเริ่มสำแดงแก่พวกสาวกของพระองค์ว่า พระองค์จะต้องเสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และจะทนทุกข์ทรมานหลายประการจากพวกผู้อาวุโสและพวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ และจะถูกประหารชีวิตเสีย และจะทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่ในวันที่สาม

Jesus Foretells His Crucifixion and Resurrection (Mark 8:31-38; Luke 9:22-27)
16:21 From that time forth began Jesus to shew unto his disciples, how that he must go unto Jerusalem, and suffer many things of the elders and chief priests and scribes, and be killed, and be raised again the third day.

16:22 แล้วเปโตรจับพระองค์ไว้ และเริ่มทูลท้วงพระองค์ โดยทูลว่า “ให้สิ่งนี้อยู่ห่างไกลจากพระองค์เถิด พระองค์เจ้าข้า สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นแก่พระองค์เลย”

16:22 Then Peter took him, and began to rebuke him, saying, Be it far from thee, Lord: this shall not be unto thee.

16:23 แต่พระองค์ทรงหันพระพักตร์ และตรัสกับเปโตรว่า “เจ้าจงถอยไปข้างหลังเรา ซาตานเอ๋ย เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางแก่เรา เพราะเจ้าไม่มีความคิดอยู่ที่สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นของพระเจ้า แต่สิ่งเหล่านั้นที่เป็นของมนุษย์”

16:23 But he turned, and said unto Peter, Get thee behind me, Satan: thou art an offence unto me: for thou savourest not the things that be of God, but those that be of men.

16:24 แล้วพระเยซูจึงตรัสกับพวกสาวกของพระองค์ว่า “ถ้าผู้ใดปรารถนาจะตามเรามา ให้ผู้นั้นปฏิเสธตัวเอง และรับแบกกางเขนของตน และตามเรามา

16:24 Then said Jesus unto his disciples, If any man will come after me, let him deny himself, and take up his cross, and follow me.

16:25 เพราะว่าผู้ใดก็ตามที่ปรารถนาจะเอาชีวิตของตนรอด จะเสียชีวิตนั้น และผู้ใดก็ตามที่ปรารถนาจะเสียชีวิตของตนเพราะเห็นแก่เรา ก็จะพบชีวิตนั้น

16:25 For whosoever will save his life shall lose it: and whosoever will lose his life for my sake shall find it.

16:26 เพราะผู้ใดจะได้ประโยชน์อะไร ถ้าผู้นั้นจะได้โลกทั้งสิ้น และต้องสูญเสียจิตวิญญาณของตนเอง หรือผู้นั้นจะเอาอะไรมาแลกกับจิตวิญญาณของตน

16:26 For what is a man profited, if he shall gain the whole world, and lose his own soul? or what shall a man give in exchange for his soul?

16:27 ด้วยว่าบุตรมนุษย์จะเสด็จมาในสง่าราศีของพระบิดาของพระองค์ พร้อมกับเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ และเวลานั้นพระองค์จะประทานบำเหน็จแก่ทุกคนตามบรรดาการงานของคน ๆ นั้น

16:27 For the Son of man shall come in the glory of his Father with his angels; and then he shall reward every man according to his works.

16:28 เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า มีบางคนที่ยืนอยู่ที่นี่ ซึ่งจะไม่ลิ้มรสแห่งความตาย จนกว่าพวกเขาจะเห็นบุตรมนุษย์เสด็จมาในราชอาณาจักรของท่าน”

16:28 Verily I say unto you, There be some standing here, which shall not taste of death, till they see the Son of man coming in his kingdom.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope