กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มัทธิว 27 / Matthew 27

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

สภามอบพระเยซูไว้แก่ปีลาต
27:1 เมื่อตอนเช้ามาถึงแล้ว บรรดาพวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู้อาวุโสแห่งประชาชนปรึกษากันด้วยเรื่องพระเยซู เพื่อจะประหารพระองค์เสีย

The Sanhedrin Takes Jesus to Pilate
27:1 When the morning was come, all the chief priests and elders of the people took counsel against Jesus to put him to death:

27:2 และเมื่อพวกเขาได้มัดพระองค์แล้ว พวกเขาก็พาพระองค์ไป และมอบพระองค์ไว้แก่ปอนทิอัสปีลาตเจ้าเมือง

27:2 And when they had bound him, they led him away, and delivered him to Pontius Pilate the governor.

การสำนึกผิดและความตายของยูดาส (กจ 1:16-19)
27:3 แล้วยูดาส ผู้ซึ่งได้ทรยศพระองค์แล้ว เมื่อเขาเห็นว่าพระองค์ถูกปรับโทษ ยูดาสเองก็กลับใจ และนำเงินสามสิบเหรียญนั้นมาให้แก่พวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู้อาวุโสอีก

Remorse and Death of Judas (Acts 1:16-19)
27:3 Then Judas, which had betrayed him, when he saw that he was condemned, repented himself, and brought again the thirty pieces of silver to the chief priests and elders,

27:4 โดยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้ทำบาปในการที่ข้าพเจ้าได้ทรยศโลหิตซึ่งไม่มีความผิด” และคนเหล่านั้นกล่าวว่า “การนั้นเป็นธุระอะไรของพวกเรา เจ้าต้องรับธุระเอาเอง”

27:4 Saying, I have sinned in that I have betrayed the innocent blood. And they said, What is that to us? see thou to that.

27:5 และยูดาสจึงทิ้งเงินเหล่านั้นไว้ในพระวิหารและจากไป และไปและผูกคอตัวเอง

27:5 And he cast down the pieces of silver in the temple, and departed, and went and hanged himself.

27:6 และพวกปุโรหิตใหญ่จึงเก็บเอาเงินเหล่านั้นมา และกล่าวว่า “เป็นการผิดพระราชบัญญัติที่จะเก็บเงินเหล่านั้นไว้ในคลังพระวิหาร เพราะเงินเหล่านั้นเป็นค่าแห่งโลหิต”

27:6 And the chief priests took the silver pieces, and said, It is not lawful for to put them into the treasury, because it is the price of blood.

27:7 และพวกเขาก็ปรึกษากัน และได้เอาเงินเหล่านั้นไปซื้อทุ่งช่างหม้อไว้ เพื่อเป็นที่ฝังศพพวกต่างชาติ

27:7 And they took counsel, and bought with them the potter's field, to bury strangers in.

27:8 เหตุฉะนั้น ทุ่งนั้นจึงถูกเรียกว่า ทุ่งแห่งโลหิต จนถึงทุกวันนี้

27:8 Wherefore that field was called, The field of blood, unto this day.

27:9 แล้วได้สำเร็จสิ่งซึ่งกล่าวไว้โดยเยเรมีย์ศาสดาพยากรณ์ ที่กล่าวว่า ‘และพวกเขาก็รับเงินสามสิบเหรียญนั้น ซึ่งเป็นราคาของผู้ที่ได้ถูกตีราคาไว้นั้น’ ผู้ซึ่งคนทั้งหลายแห่งชนชาติอิสราเอลได้ตีราคาไว้

27:9 Then was fulfilled that which was spoken by Jeremy the prophet, saying, And they took the thirty pieces of silver, the price of him that was valued, whom they of the children of Israel did value;

27:10 ‘และให้เงินเหล่านั้นเพื่อซื้อทุ่งช่างหม้อ ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบัญชาข้าพเจ้า’

27:10 And gave them for the potter's field, as the Lord appointed me.

พระเยซูทรงอยู่ต่อหน้าปีลาต
27:11 และพระเยซูทรงยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าเมือง และเจ้าเมืองจึงถามพระองค์ โดยกล่าวว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของพวกยิวหรือ” และพระเยซูตรัสกับท่านว่า “ก็ท่านว่าแล้วนี่”

Jesus before Pilate
27:11 And Jesus stood before the governor: and the governor asked him, saying, Art thou the King of the Jews? And Jesus said unto him, Thou sayest.

27:12 และเมื่อพระองค์ทรงถูกฟ้องโดยพวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู้อาวุโสแล้ว พระองค์มิได้ทรงตอบประการใด

27:12 And when he was accused of the chief priests and elders, he answered nothing.

27:13 แล้วปีลาตจึงกล่าวแก่พระองค์ว่า “ท่านไม่ได้ยินหรือว่า พวกเขากล่าวความปรักปรำแก่ท่านเป็นหลายประการ”

27:13 Then said Pilate unto him, Hearest thou not how many things they witness against thee?

27:14 และพระองค์มิได้ตรัสตอบท่านสักคำเดียว จนกระทั่งเจ้าเมืองอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

27:14 And he answered him to never a word; insomuch that the governor marvelled greatly.

พวกยิวให้ปล่อยบารับบัสและตัดสินให้พระเยซูถูกประหารชีวิต
27:15 บัดนี้ในเทศกาลเลี้ยงนั้น เจ้าเมืองเคยปล่อยนักโทษคนหนึ่งให้แก่ประชาชน ผู้ซึ่งพวกเขาปรารถนา

Jews Release Barabbas and Sentence Jesus to Die
27:15 Now at that feast the governor was wont to release unto the people a prisoner, whom they would.

27:16 และพวกเขามีนักโทษชื่อดังคนหนึ่ง ที่ถูกเรียกว่า บารับบัส

27:16 And they had then a notable prisoner, called Barabbas.

27:17 เหตุฉะนั้นเมื่อคนทั้งปวงชุมนุมกันแล้ว ปีลาตได้กล่าวแก่พวกเขาว่า “เจ้าทั้งหลายปรารถนาให้เราปล่อยผู้ใดแก่พวกเจ้า บารับบัสหรือเยซูซึ่งถูกเรียกว่า พระคริสต์”

27:17 Therefore when they were gathered together, Pilate said unto them, Whom will ye that I release unto you? Barabbas, or Jesus which is called Christ?

27:18 เพราะท่านทราบอยู่ว่า พวกเขาได้มอบพระองค์ไว้ด้วยความอิจฉา

27:18 For he knew that for envy they had delivered him.

27:19 เมื่อปีลาตนั่งบนบัลลังก์พิพากษาอยู่นั้น ภรรยาของท่านได้ส่งมายังท่าน โดยกล่าวว่า “ท่านอย่ามีอะไรเกี่ยวข้องกับคนชอบธรรมนั้นเลย ด้วยว่าวันนี้ดิฉันทุกข์ใจหลายประการในความฝันเพราะเหตุท่านผู้นั้น”

27:19 When he was set down on the judgment seat, his wife sent unto him, saying, Have thou nothing to do with that just man: for I have suffered many things this day in a dream because of him.

27:20 แต่พวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู้อาวุโสก็ยุยงประชาชนว่า พวกเขาควรขอให้ปล่อยบารับบัส และให้ทำลายพระเยซูเสีย

27:20 But the chief priests and elders persuaded the multitude that they should ask Barabbas, and destroy Jesus.

27:21 เจ้าเมืองตอบและกล่าวแก่พวกเขาว่า “ในสองคนนี้เจ้าทั้งหลายปรารถนาจะให้เราปล่อยคนไหนให้แก่พวกเจ้า” เขาทั้งหลายกล่าวว่า “บารับบัส”

27:21 The governor answered and said unto them, Whether of the twain will ye that I release unto you? They said, Barabbas.

27:22 ปีลาตจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า “ถ้าอย่างนั้น เราจะทำอะไรกับเยซูซึ่งถูกเรียกว่า พระคริสต์” พวกเขาทุกคนกล่าวแก่ท่านว่า “ให้ตรึงเขาเสียที่กางเขนเถิด”

27:22 Pilate saith unto them, What shall I do then with Jesus which is called Christ? They all say unto him, Let him be crucified.

27:23 และเจ้าเมืองกล่าวว่า “ทำไม เขาได้ทำความชั่วร้ายประการใด” แต่เขาทั้งหลายยิ่งร้อง โดยกล่าวว่า “ให้ตรึงเขาเสียที่กางเขนเถิด”

27:23 And the governor said, Why, what evil hath he done? But they cried out the more, saying, Let him be crucified.

27:24 เมื่อปีลาตเห็นว่าท่านไม่สามารถเอาชนะอะไรได้เลย แต่จะเกิดวุ่นวายขึ้นต่างหาก ท่านก็เอาน้ำมา และล้างมือของท่านต่อหน้าประชาชน โดยกล่าวว่า “เราไม่มีความผิดเรื่องโลหิตของคนชอบธรรมคนนี้ เจ้าทั้งหลายจงรับธุระเอาเองเถิด”

27:24 When Pilate saw that he could prevail nothing, but that rather a tumult was made, he took water, and washed his hands before the multitude, saying, I am innocent of the blood of this just person: see ye to it.

27:25 แล้วประชาชนทุกคนตอบ และกล่าวว่า “ให้โลหิตของเขาตกอยู่บนพวกเรา และบนบุตรทั้งหลายของพวกเราเถิด”

27:25 Then answered all the people, and said, His blood be on us, and on our children.

27:26 แล้วท่านจึงปล่อยบารับบัสให้พวกเขา และเมื่อท่านได้เฆี่ยนตีพระเยซูแล้ว ท่านก็มอบพระองค์ให้ถูกตรึงที่กางเขน

27:26 Then released he Barabbas unto them: and when he had scourged Jesus, he delivered him to be crucified.

พระเยซูทรงถูกเยาะเย้ยและถูกสวมมงกุฎหนาม (มก 15:17-23)
27:27 แล้วพวกทหารของเจ้าเมืองจึงพาพระเยซูเข้าไปในศาลาปรีโทเรียม และรวบรวมพวกทหารทั้งกองมายังพระองค์

Jesus Mocked and Crowned with Thorns (Mark 15:17-23)
27:27 Then the soldiers of the governor took Jesus into the common hall, and gathered unto him the whole band of soldiers.

27:28 และพวกเขาเปลื้องฉลองพระองค์ออก และเอาเสื้อคลุมสีแดงเข้มมาสวมพระองค์

27:28 And they stripped him, and put on him a scarlet robe.

27:29 และเมื่อพวกเขาได้ทอมงกุฎหนามแล้ว พวกเขาก็สวมมงกุฎนั้นบนพระเศียรของพระองค์ และยัดไม้อ้อไว้ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์ และพวกเขาได้คุกเข่าลงต่อพระพักตร์พระองค์ และล้อเลียนพระองค์ โดยกล่าวว่า “ขอทรงพระเจริญ กษัตริย์ของพวกยิว”

27:29 And when they had platted a crown of thorns, they put it upon his head, and a reed in his right hand: and they bowed the knee before him, and mocked him, saying, Hail, King of the Jews!

27:30 และพวกเขาก็ถ่มน้ำลายรดพระองค์ และเอาไม้อ้อนั้นไป และตีพระองค์บนพระเศียร

27:30 And they spit upon him, and took the reed, and smote him on the head.

27:31 และหลังจากพวกเขาได้ล้อเลียนพระองค์แล้ว พวกเขาถอดเสื้อคลุมนั้นออกจากพระองค์ และเอาฉลองพระองค์ของพระองค์เองสวมให้พระองค์ และนำพระองค์ออกไปเพื่อจะตรึงพระองค์เสียที่กางเขน

27:31 And after that they had mocked him, they took the robe off from him, and put his own raiment on him, and led him away to crucify him.

27:32 และขณะที่พวกเขาออกไปนั้น พวกเขาได้พบชายคนหนึ่งแห่งเมืองไซรีนชื่อซีโมน พวกเขาจึงเกณฑ์คนนั้นให้แบกกางเขนของพระองค์ไป

27:32 And as they came out, they found a man of Cyrene, Simon by name: him they compelled to bear his cross.

การตรึงที่กางเขน (มก 15:24-32; ลก 23:27-43; ยน 19:16-27)
27:33 และเมื่อพวกเขามาถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกเรียกว่ากลโกธา ที่แปลว่า สถานที่แห่งกะโหลกศีรษะอันหนึ่ง

The Crucifixion (Mark 15:24-32; Luke 23:27-43; John 19:16-27)
27:33 And when they were come unto a place called Golgotha, that is to say, a place of a skull,

27:34 พวกเขาเอาน้ำองุ่นเปรี้ยวระคนกับของขมมาให้พระองค์ดื่ม และเมื่อพระองค์ทรงชิมมันแล้ว พระองค์ก็ไม่ยอมดื่ม

27:34 They gave him vinegar to drink mingled with gall: and when he had tasted thereof, he would not drink.

27:35 และพวกเขาตรึงพระองค์ที่กางเขน และเอาฉลองพระองค์ของพระองค์มาแบ่งปันกัน โดยจับสลากกัน เพื่อสิ่งนี้จะสำเร็จซึ่งถูกกล่าวไว้โดยศาสดาพยากรณ์นั้น ซึ่งว่า ‘เขาทั้งหลายได้แบ่งปันเสื้อผ้าของข้าพระองค์ในท่ามกลางพวกเขา และพวกเขาได้จับสลากกันเพื่อที่จะเอาเสื้อของข้าพระองค์’

27:35 And they crucified him, and parted his garments, casting lots: that it might be fulfilled which was spoken by the prophet, They parted my garments among them, and upon my vesture did they cast lots.

27:36 และเมื่อนั่งลงแล้ว พวกเขาก็เฝ้าดูพระองค์อยู่ที่นั่น

27:36 And sitting down they watched him there;

27:37 และได้ตั้งข้อกล่าวหาที่ลงโทษพระองค์มาติดไว้เหนือพระเศียรของพระองค์ ซึ่งเขียนว่า “ผู้นี้คือเยซูกษัตริย์ของชนชาติยิว”

27:37 And set up over his head his accusation written, THIS IS JESUS THE KING OF THE JEWS.

27:38 แล้วมีโจรสองคนถูกตรึงไว้พร้อมกับพระองค์ ข้างขวาพระหัตถ์คนหนึ่ง และข้างซ้ายอีกคนหนึ่ง

27:38 Then were there two thieves crucified with him, one on the right hand, and another on the left.

27:39 และคนทั้งหลายที่เดินผ่านไปมานั้นก็ด่าว่าพระองค์ โดยส่ายศีรษะของพวกเขา

27:39 And they that passed by reviled him, wagging their heads,

27:40 และกล่าวว่า “เจ้าผู้ที่ทำลายพระวิหาร และสร้างมันขึ้นมาในสามวันน่ะ จงช่วยตัวเองให้รอดเถิด ถ้าเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า จงลงมาจากกางเขนเถิด”

27:40 And saying, Thou that destroyest the temple, and buildest it in three days, save thyself. If thou be the Son of God, come down from the cross.

27:41 ในทำนองเดียวกันพวกปุโรหิตใหญ่ที่ล้อเลียนพระองค์ด้วย พร้อมกับพวกธรรมาจารย์และพวกผู้อาวุโส กล่าวว่า

27:41 Likewise also the chief priests mocking him, with the scribes and elders, said,

27:42 “เขาเคยช่วยคนอื่นให้รอดได้ เขาช่วยตัวเองให้รอดไม่ได้ ถ้าเขาเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล ให้เขาลงมาจากกางเขนเดี๋ยวนี้เถิด และพวกเราจะเชื่อเขา

27:42 He saved others; himself he cannot save. If he be the King of Israel, let him now come down from the cross, and we will believe him.

27:43 เขาได้วางใจในพระเจ้า จงให้พระองค์ทรงช่วยเขาให้รอดพ้นเดี๋ยวนี้เถิด ถ้าพระองค์จะยอมรับเขาไว้ เพราะเขาได้กล่าวว่า ‘เราเป็นพระบุตรของพระเจ้า’”

27:43 He trusted in God; let him deliver him now, if he will have him: for he said, I am the Son of God.

27:44 พวกโจรด้วย ผู้ซึ่งถูกตรึงไว้กับพระองค์ ก็ยังกล่าวคำเดียวกันต่อพระองค์

27:44 The thieves also, which were crucified with him, cast the same in his teeth.

เกิดความมืดตั้งแต่เที่ยงจนถึงบ่ายสามโมง พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ (มก 15:33-41; ลก 23:44-49; ยน 19:30-37)
27:45 บัดนี้ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันบังเกิดความมืดทั่วทั้งแผ่นดินจนถึงเวลาบ่ายสามโมง

Darkness from Noon Till Three P. M.; Jesus Dies (Mark 15:33-41; Luke 23:44-49; John 19:30-37)
27:45 Now from the sixth hour there was darkness over all the land unto the ninth hour.

27:46 และประมาณเวลาบ่ายสามโมงพระเยซูทรงร้องด้วยเสียงดัง โดยตรัสว่า “เอลี เอลี ลามาสะบักธานี” ที่แปลว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสียแล้ว”

27:46 And about the ninth hour Jesus cried with a loud voice, saying, Eli, Eli, lama sabachthani? that is to say, My God, my God, why hast thou forsaken me?

27:47 บางคนในพวกเขาที่ยืนอยู่ที่นั่น เมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนั้น กล่าวว่า “คนนี้เรียกหาเอลียาห์”

27:47 Some of them that stood there, when they heard that, said, This man calleth for Elias.

27:48 และในทันใดนั้น คนหนึ่งในพวกเขาวิ่งไป และเอาฟองน้ำมา และเติมฟองน้ำนั้นด้วยน้ำองุ่นเปรี้ยว และเสียบมันบนไม้อ้อ และส่งให้พระองค์ดื่ม

27:48 And straightway one of them ran, and took a spunge, and filled it with vinegar, and put it on a reed, and gave him to drink.

27:49 คนที่เหลืออยู่กล่าวว่า “ปล่อยไว้เถิด ให้พวกเราคอยดูว่า เอลียาห์จะมาช่วยเขาให้รอดหรือไม่”

27:49 The rest said, Let be, let us see whether Elias will come to save him.

27:50 พระเยซู เมื่อพระองค์ได้ทรงร้องด้วยเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง ก็ทรงปล่อยพระวิญญาณจิตขึ้นไป

27:50 Jesus, when he had cried again with a loud voice, yielded up the ghost.

ม่านกั้นสถานที่บริสุทธิ์ที่สุดในพระวิหารถูกขาดออกจากกัน (ฮบ 9:3-8; 10:19-20)
27:51 และดูเถิด ม่านแห่งพระวิหารก็ถูกฉีกออกเป็นสองท่อนตั้งแต่บนตลอดล่าง และมีแผ่นดินไหว และศิลาทั้งหลายก็แตกออกจากกัน

Veil before Most Holy Place of Temple Torn Down (Heb. 9:3-8; 10:19-20)
27:51 And, behold, the veil of the temple was rent in twain from the top to the bottom; and the earth did quake, and the rocks rent;

27:52 และบรรดาอุโมงค์ฝังศพก็ถูกเปิดออก และศพของพวกวิสุทธิชนหลายคนซึ่งล่วงหลับไปแล้วได้เป็นขึ้นมา

27:52 And the graves were opened; and many bodies of the saints which slept arose,

27:53 และได้ออกมาจากอุโมงค์ฝังศพเหล่านั้นหลังจากการเป็นขึ้นมาของพระองค์ และเข้าไปในนครบริสุทธิ์ และได้ปรากฏแก่คนเป็นอันมาก

27:53 And came out of the graves after his resurrection, and went into the holy city, and appeared unto many.

27:54 บัดนี้ เมื่อนายร้อยและพวกทหารที่อยู่กับนายร้อยนั้น ที่กำลังเฝ้าพระเยซูอยู่ ได้เห็นแผ่นดินไหวและสิ่งเหล่านั้นซึ่งบังเกิดขึ้น พวกเขาก็ครั่นคร้ามยิ่งนัก โดยกล่าวว่า “แท้จริงท่านผู้นี้เป็นพระบุตรของพระเจ้า”

27:54 Now when the centurion, and they that were with him, watching Jesus, saw the earthquake, and those things that were done, they feared greatly, saying, Truly this was the Son of God.

27:55 และผู้หญิงหลายคนที่อยู่ที่นั่นกำลังมองดูอยู่แต่ไกล ซึ่งได้ติดตามพระเยซูจากแคว้นกาลิลี โดยปรนนิบัติพระองค์

27:55 And many women were there beholding afar off, which followed Jesus from Galilee, ministering unto him:

27:56 ในท่ามกลางพวกนั้นมีมารีย์ชาวมักดาลา และมารีย์มารดาของยากอบและโยเสส และมารดาของบุตรทั้งหลายของเศเบดี

27:56 Among which was Mary Magdalene, and Mary the mother of James and Joses, and the mother of Zebedee's children.

โยเซฟแห่งบ้านอาริมาเธียนำพระศพของพระเยซูไปฝังไว้ (มก 15:42-47; ลก 23:50-56; ยน 19:38-42)
27:57 เมื่อมาถึงเวลาเย็น มีเศรษฐีคนหนึ่งแห่งบ้านอาริมาเธียชื่อโยเซฟ ผู้ซึ่งตัวเขาเองเป็นสาวกของพระเยซูด้วย

Joseph of Arimathaea and Nicodemus Bury Jesus (Mark 15:42-47; Luke 23:50-56; John 19:38-42)
27:57 When the even was come, there came a rich man of Arimathaea, named Joseph, who also himself was Jesus' disciple:

27:58 เขาได้เข้าไปหาปีลาต และขอพระศพของพระเยซู แล้วปีลาตจึงสั่งให้พระศพนั้นถูกมอบไว้

27:58 He went to Pilate, and begged the body of Jesus. Then Pilate commanded the body to be delivered.

27:59 และเมื่อโยเซฟได้รับพระศพมาแล้ว เขาก็พันพระศพไว้ในผ้าป่านที่สะอาดผืนหนึ่ง

27:59 And when Joseph had taken the body, he wrapped it in a clean linen cloth,

27:60 และวางพระศพไว้ในอุโมงค์ฝังศพใหม่ของตนเอง ซึ่งเขาได้สกัดไว้ในศิลา และเขาก็กลิ้งหินใหญ่ปิดปากอุโมงค์ไว้ และจากไป

27:60 And laid it in his own new tomb, which he had hewn out in the rock: and he rolled a great stone to the door of the sepulchre, and departed.

27:61 และมารีย์ชาวมักดาลากับมารีย์อีกคนหนึ่งนั้นกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าอุโมงค์ที่นั่น

27:61 And there was Mary Magdalene, and the other Mary, sitting over against the sepulchre.

พวกทหารยามเฝ้ารักษาอุโมงค์ฝังศพที่ถูกประทับตราไว้
27:62 บัดนี้วันต่อมา คือวันถัดจากวันเตรียม พวกปุโรหิตใหญ่และพวกฟาริสีพากันไปหาปีลาต

Soldiers Guard Sealed Tomb
27:62 Now the next day, that followed the day of the preparation, the chief priests and Pharisees came together unto Pilate,

27:63 โดยกล่าวว่า “ท่านขอรับ ข้าพเจ้าทั้งหลายจำได้ว่า คนล่อลวงผู้นั้น เมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ ได้กล่าวว่า ‘หลังจากสามวันแล้ว เราจะเป็นขึ้นมาใหม่’

27:63 Saying, Sir, we remember that that deceiver said, while he was yet alive, After three days I will rise again.

27:64 เหตุฉะนั้น ขอได้มีบัญชาสั่งเฝ้าอุโมงค์ให้แข็งแรงจนถึงวันที่สาม เกรงว่าพวกสาวกของเขาจะมาในเวลากลางคืน และลักเอาเขาไป และกล่าวแก่ประชาชนว่า เขาเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และข้อผิดพลาดสุดท้ายจะร้ายแรงกว่าครั้งก่อนนั้น”

27:64 Command therefore that the sepulchre be made sure until the third day, lest his disciples come by night, and steal him away, and say unto the people, He is risen from the dead: so the last error shall be worse than the first.

27:65 ปีลาตจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า “พวกท่านจงเอายามไปเถิด จงไปตามทางของพวกท่าน และเฝ้าอุโมงค์ให้แข็งแรงเท่าที่พวกท่านจะทำได้”

27:65 Pilate said unto them, Ye have a watch: go your way, make it as sure as ye can.

27:66 ดังนั้นพวกเขาจึงไป และทำอุโมงค์ให้แข็งแรง โดยประทับตราไว้ที่หิน และวางยามประจำอยู่

27:66 So they went, and made the sepulchre sure, sealing the stone, and setting a watch.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope