กลับหน้าแรก / Main Menu

 

2 พงศ์กษัตริย์ 4 / 2 Kings 4

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25]

น้ำมันหนึ่งไหของหญิงม่ายคนหนึ่ง
4:1 บัดนี้ ภรรยาของคนหนึ่งในเหล่าศิษย์ของพวกผู้พยากรณ์ร้องต่อเอลีชาว่า “ผู้รับใช้ของท่าน คือสามีของดิฉันสิ้นชีวิตเสียแล้ว และท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าผู้รับใช้ของท่านได้เกรงกลัวพระเยโฮวาห์จริง ๆ และเจ้าหนี้ได้มาเพื่อนำเอาบุตรชายสองคนของดิฉันไปเป็นทาส”

A Widow's Pot of Oil
4:1 Now there cried a certain woman of the wives of the sons of the prophets unto Elisha, saying, Thy servant my husband is dead; and thou knowest that thy servant did fear the LORD: and the creditor is come to take unto him my two sons to be bondmen.

4:2 และเอลีชาพูดกับนางว่า “จะให้ข้าพเจ้าทำอะไรเพื่อเจ้า บอกข้าพเจ้ามาซิว่าเจ้ามีอะไรอยู่ในบ้านบ้าง” และนางพูดว่า “สาวใช้ของท่านไม่มีอะไรในบ้านนอกจากน้ำมันหนึ่งไห”

4:2 And Elisha said unto her, What shall I do for thee? tell me, what hast thou in the house? And she said, Thine handmaid hath not any thing in the house, save a pot of oil.

4:3 แล้วท่านกล่าวว่า “เจ้าจงไปขอยืมภาชนะหลายใบ จากเพื่อนบ้านทุกคนของเจ้า คือภาชนะเปล่า อย่ายืมมาน้อย

4:3 Then he said, Go, borrow thee vessels abroad of all thy neighbours, even empty vessels; borrow not a few.

4:4 และเมื่อเจ้าเข้าไปในบ้าน เจ้าจงปิดประตูขังตัวเจ้าและบุตรชายทั้งสองของเจ้าไว้ และจงเทน้ำมันใส่ในภาชนะเหล่านั้นทั้งหมด และเจ้าจงตั้งใบที่เต็มแล้วไว้ต่างหาก”

4:4 And when thou art come in, thou shalt shut the door upon thee and upon thy sons, and shalt pour out into all those vessels, and thou shalt set aside that which is full.

4:5 ดังนั้นนางจึงไปจากท่าน และปิดประตูขังนางและบุตรชายทั้งสองของนางไว้ ผู้ส่งภาชนะเหล่านั้นมาให้นาง และนางได้เทออก

4:5 So she went from him, and shut the door upon her and upon her sons, who brought the vessels to her; and she poured out.

4:6 และต่อมา เมื่อภาชนะเหล่านั้นเต็มหมดแล้ว นางได้บอกบุตรชายของนางว่า “เอาภาชนะมาให้แม่อีกใบหนึ่ง” และเขาพูดกับนางว่า “ไม่มีภาชนะใด ๆ อีกแล้ว” และน้ำมันนั้นก็หยุดไหล

4:6 And it came to pass, when the vessels were full, that she said unto her son, Bring me yet a vessel. And he said unto her, There is not a vessel more. And the oil stayed.

4:7 แล้วนางได้ไปและบอกคนของพระเจ้า และท่านพูดว่า “ไปซี ขายน้ำมันเสียและเอาเงินชำระหนี้ของเจ้า และที่เหลือนอกนั้นเจ้าและบุตรทั้งสองของเจ้าจงใช้เลี้ยงชีวิต”

4:7 Then she came and told the man of God. And he said, Go, sell the oil, and pay thy debt, and live thou and thy children of the rest.

หญิงมั่งมีคนหนึ่งแห่งเมืองชูเนม
4:8 และวันหนึ่ง เอลีชาผ่านไปยังเมืองชูเนม เป็นที่ที่หญิงมั่งมีคนหนึ่งอาศัยอยู่ และนางได้รบเร้าท่านให้รับประทานอาหาร และต่อจากนั้น เมื่อท่านผ่านไปทางนั้น ท่านก็แวะเข้าไปรับประทานอาหารที่นั่น

A "Great Woman" of Shunem
4:8 And it fell on a day, that Elisha passed to Shunem, where was a great woman; and she constrained him to eat bread. And so it was, that as oft as he passed by, he turned in thither to eat bread.

4:9 และนางพูดกับสามีของนางว่า “บัดนี้ ดูเถิด ดิฉันเห็นว่าชายคนนี้เป็นคนบริสุทธิ์ของพระเจ้า ที่เดินผ่านบ้านของพวกเราอยู่เนือง ๆ

4:9 And she said unto her husband, Behold now, I perceive that this is an holy man of God, which passeth by us continually.

4:10 ดิฉันขอร้องพี่ ขอให้พวกเราทำห้องเล็ก ๆ ไว้บนกำแพง และให้พวกเราวางเตียง โต๊ะ เก้าอี้ และเชิงเทียนไว้ให้ท่าน และต่อมาเมื่อท่านมาหาพวกเรา ท่านจะได้เข้าไปพักในห้องนั้น”

4:10 Let us make a little chamber, I pray thee, on the wall; and let us set for him there a bed, and a table, and a stool, and a candlestick: and it shall be, when he cometh to us, that he shall turn in thither.

4:11 และวันหนึ่ง ท่านก็มาที่นั่น และท่านแวะเข้าไปในห้องนั้น และพักอยู่ที่นั่น

4:11 And it fell on a day, that he came thither, and he turned into the chamber, and lay there.

4:12 และท่านได้พูดกับเกหะซีคนใช้ของท่านว่า “ไปเรียกหญิงชาวชูเนมคนนี้มา” และเมื่อเขาเรียกนางแล้ว นางก็มายืนอยู่ต่อหน้าท่าน

4:12 And he said to Gehazi his servant, Call this Shunammite. And when he had called her, she stood before him.

4:13 และท่านได้พูดกับเกหะซีว่า “บัดนี้ จงพูดกับนางว่า ดูเถิด เจ้าลำบากมากมายอย่างนี้เพื่อพวกเรา จะให้ทำอะไรเพื่อเจ้าบ้าง มีอะไรจะให้ทูลกษัตริย์เผื่อเจ้าหรือ หรือให้พูดอะไรกับผู้บัญชาการกองทัพ” และนางตอบว่า “ดิฉันอาศัยอยู่ท่ามกลางชนชาติของดิฉัน”

4:13 And he said unto him, Say now unto her, Behold, thou hast been careful for us with all this care; what is to be done for thee? wouldest thou be spoken for to the king, or to the captain of the host? And she answered, I dwell among mine own people.

4:14 และท่านพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นจะให้ทำอะไรเพื่อนาง” และเกหะซีตอบว่า “แท้จริงนางไม่มีบุตรและสามีของนางก็ชราแล้ว”

4:14 And he said, What then is to be done for her? And Gehazi answered, Verily she hath no child, and her husband is old.

4:15 และท่านพูดว่า “ไปเรียกนางมา” และเมื่อเขาไปเรียกนางแล้ว นางก็มายืนอยู่ที่ประตู

4:15 And he said, Call her. And when he had called her, she stood in the door.

4:16 และท่านพูดว่า “ประมาณฤดูนี้ เมื่อครบกำหนดอุ้มท้อง เจ้าจะได้อุ้มบุตรชายคนหนึ่ง” และนางพูดว่า “ท่าน คนของพระเจ้า เจ้านายของดิฉัน หามิได้ อย่ามุสาแก่สาวใช้ของท่านเลย”

4:16 And he said, About this season, according to the time of life, thou shalt embrace a son. And she said, Nay, my lord, thou man of God, do not lie unto thine handmaid.

4:17 และหญิงคนนั้นได้ตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายคนหนึ่งในฤดูนั้นเมื่อครบกำหนดอุ้มท้องตามที่เอลีชาได้พูดกับนางไว้

4:17 And the woman conceived, and bare a son at that season that Elisha had said unto her, according to the time of life.

บุตรชายของหญิงชาวชูเนมฟื้นขึ้นอีก
4:18 และเมื่อเด็กนั้นโตขึ้น วันหนึ่งเขาออกไปหาบิดาของเขาในหมู่คนเกี่ยวข้าว

Mother's Son Restored to Life
4:18 And when the child was grown, it fell on a day, that he went out to his father to the reapers.

4:19 และเขาพูดกับบิดาของเขาว่า “หัวของลูก หัวของลูก” และบิดาได้พูดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งว่า “จงอุ้มเขาไปหาแม่ของเขา”

4:19 And he said unto his father, My head, my head. And he said to a lad, Carry him to his mother.

4:20 และเมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นได้อุ้มเขาและนำเขามาถึงมารดาของเขาแล้ว เขาก็นั่งอยู่บนตักมารดาจนเที่ยงวัน แล้วก็สิ้นชีวิต

4:20 And when he had taken him, and brought him to his mother, he sat on her knees till noon, and then died.

4:21 และนางขึ้นไปและวางเขาไว้บนที่นอนของคนของพระเจ้า และปิดประตูให้เขาอยู่ข้างใน และออกไป

4:21 And she went up, and laid him on the bed of the man of God, and shut the door upon him, and went out.

4:22 และนางเรียกสามีของนางและพูดว่า “ฉันขอร้องพี่ ขอส่งคนใช้คนหนึ่งกับลาตัวหนึ่งมาให้ฉัน เพื่อฉันจะได้รีบไปหาคนของพระเจ้า และกลับมาอีก”

4:22 And she called unto her husband, and said, Send me, I pray thee, one of the young men, and one of the asses, that I may run to the man of God, and come again.

4:23 และเขาพูดว่า “ทำไมเจ้าจะไปหาท่านวันนี้ ไม่ใช่วันขึ้นหนึ่งค่ำหรือวันสะบาโต” และนางพูดว่า “ก็ดีอยู่แล้ว”

4:23 And he said, Wherefore wilt thou go to him to day? it is neither new moon, nor sabbath. And she said, It shall be well.

4:24 แล้วนางผูกอานลาและสั่งคนใช้ของนางว่า “จงเร่งลาไปเร็ว ๆ อย่าให้ฝีเท้าหย่อนลงเพื่อฉันนอกจากฉันสั่งเจ้า”

4:24 Then she saddled an ass, and said to her servant, Drive, and go forward; slack not thy riding for me, except I bid thee.

4:25 แล้วนางก็ออกเดินทาง และมาถึงคนของพระเจ้าที่ภูเขาคารเมล และต่อมา เมื่อคนของพระเจ้าเห็นนางมาแต่ไกล ท่านก็พูดกับเกหะซีคนใช้ของท่านว่า “ดูเถิด หญิงชาวชูเนมมาข้างโน้น

4:25 So she went and came unto the man of God to mount Carmel. And it came to pass, when the man of God saw her afar off, that he said to Gehazi his servant, Behold, yonder is that Shunammite:

4:26 ข้าพเจ้าขอร้องเจ้า บัดนี้จงวิ่งไปพบนางและพูดกับนางว่า ‘เธอสบายดีหรือ สามีของเธอสบายดีหรือ ลูกของเธอสบายดีหรือ’” และนางตอบว่า “สบายดีค่ะ”

4:26 Run now, I pray thee, to meet her, and say unto her, Is it well with thee? is it well with thy husband? is it well with the child? And she answered, It is well.

4:27 และเมื่อนางมายังภูเขาถึงคนของพระเจ้าแล้ว นางก็กอดเท้าของท่าน แต่เกหะซีเข้ามาใกล้เพื่อจะผลักนางออกไป และคนของพระเจ้าพูดว่า “ปล่อยนางเถิด เพราะนางมีใจทุกข์หนัก และพระเยโฮวาห์ได้ทรงซ่อนสิ่งนี้จากข้าพเจ้า และไม่ได้ทรงบอกข้าพเจ้า”

4:27 And when she came to the man of God to the hill, she caught him by the feet: but Gehazi came near to thrust her away. And the man of God said, Let her alone; for her soul is vexed within her: and the LORD hath hid it from me, and hath not told me.

4:28 แล้วนางพูดว่า “ดิฉันได้ขอบุตรชายจากเจ้านายของดิฉันหรือ ดิฉันไม่ได้พูดหรือว่า อย่าหลอกลวงดิฉันเลย”

4:28 Then she said, Did I desire a son of my lord? did I not say, Do not deceive me?

4:29 แล้วท่านจึงพูดกับเกหะซีว่า “จงคาดเอวของเจ้าไว้ และถือไม้เท้าของเราในมือของเจ้า และไปตามทางของเจ้า ถ้าเจ้าพบใคร อย่าทักทายเขา และถ้าใครทักทายเจ้าก็อย่าตอบเขาเลย และจงวางไม้เท้าของเราบนหน้าของเด็กนั้น”

4:29 Then he said to Gehazi, Gird up thy loins, and take my staff in thine hand, and go thy way: if thou meet any man, salute him not; and if any salute thee, answer him not again: and lay my staff upon the face of the child.

4:30 และมารดาของเด็กนั้นพูดว่า “พระเยโฮวาห์ทรงพระชนม์อยู่และจิตใจของท่านมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ดิฉันจะไม่พรากจากท่านไป” และท่านลุกขึ้นและตามนางไป

4:30 And the mother of the child said, As the LORD liveth, and as thy soul liveth, I will not leave thee. And he arose, and followed her.

4:31 และเกหะซีล่วงหน้าพวกท่านไปก่อนและวางไม้เท้าบนหน้าของเด็กนั้น แต่ไม่มีเสียงหรืออาการได้ยินใด ๆ ดังนั้นเขาจึงกลับมาพบท่านอีกและบอกท่านว่า “เด็กนั้นยังไม่ตื่น”

4:31 And Gehazi passed on before them, and laid the staff upon the face of the child; but there was neither voice, nor hearing. Wherefore he went again to meet him, and told him, saying, The child is not awaked.

4:32 และเมื่อเอลีชาเข้ามาในบ้าน ดูเถิด เด็กนั้นตายแล้วและถูกวางอยู่บนเตียงของท่าน

4:32 And when Elisha was come into the house, behold, the child was dead, and laid upon his bed.

4:33 ฉะนั้น ท่านจึงเข้าไปข้างในและปิดประตูให้ทั้งสองอยู่ข้างในและอธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์

4:33 He went in therefore, and shut the door upon them twain, and prayed unto the LORD.

4:34 และท่านขึ้นไปและนอนทับเด็กนั้น และให้ปากของท่านทับปากของเด็ก และให้ตาของท่านทับตาของเด็ก และให้มือของท่านทับมือของเด็ก และท่านเหยียดตัวของท่านบนเด็ก และเนื้อของเด็กนั้นอุ่นขึ้นมา

4:34 And he went up, and lay upon the child, and put his mouth upon his mouth, and his eyes upon his eyes, and his hands upon his hands: and he stretched himself upon the child; and the flesh of the child waxed warm.

4:35 แล้วท่านก็ลุกขึ้นอีกและเดินไปเดินมาในบ้านนั้น และขึ้นไปและเหยียดตัวของท่านบนเขา และเด็กนั้นก็จามเจ็ดครั้ง และเด็กนั้นก็ลืมตาของตน

4:35 Then he returned, and walked in the house to and fro; and went up, and stretched himself upon him: and the child sneezed seven times, and the child opened his eyes.

4:36 และท่านเรียกเกหะซีมาและพูดว่า “ไปเรียกหญิงชาวชูเนมคนนี้มา” ดังนั้นเขาจึงไปเรียกนาง และเมื่อนางมาถึงท่านแล้ว ท่านพูดว่า “จงอุ้มบุตรชายของเธอขึ้นเถิด”

4:36 And he called Gehazi, and said, Call this Shunammite. So he called her. And when she was come in unto him, he said, Take up thy son.

4:37 แล้วนางเข้ามาและซบลงที่เท้าของท่าน และกราบลงถึงดิน และนางอุ้มบุตรชายของนางขึ้นและออกไป

4:37 Then she went in, and fell at his feet, and bowed herself to the ground, and took up her son, and went out.

เอลีชาชำระอาหารที่มีพิษ
4:38 และเอลีชามาถึงกิลกาลอีก และเกิดการกันดารอาหารในแผ่นดิน และเหล่าศิษย์ของพวกผู้พยากรณ์กำลังนั่งอยู่ต่อหน้าท่าน และท่านพูดกับคนใช้ของท่านว่า “จงตั้งหม้อใบใหญ่นั้นและต้มข้าวให้แก่เหล่าศิษย์ของพวกผู้พยากรณ์”

Elisha Cleanses the Poisoned Food
4:38 And Elisha came again to Gilgal: and there was a dearth in the land; and the sons of the prophets were sitting before him: and he said unto his servant, Set on the great pot, and seethe pottage for the sons of the prophets.

4:39 และคนหนึ่งออกไปในทุ่งนาเพื่อเก็บผัก และพบไม้เถาป่าเถาหนึ่ง และเก็บได้น้ำเต้าป่าจนเต็มตักของตน และกลับมาฉีกน้ำเต้าป่าเหล่านั้นเป็นฝอยใส่ลงในหม้อข้าวต้ม ด้วยว่าพวกเขาไม่ทราบว่าเป็นผลอะไร

4:39 And one went out into the field to gather herbs, and found a wild vine, and gathered thereof wild gourds his lap full, and came and shred them into the pot of pottage: for they knew them not.

4:40 ดังนั้น พวกเขาจึงเทออกให้คนเหล่านั้นรับประทาน และต่อมาขณะที่เขาทั้งหลายกำลังรับประทานข้าวต้มอยู่นั้น พวกเขาร้องขึ้นและพูดว่า “โอ ท่าน คนของพระเจ้า มีความตายอยู่ในหม้อนี้” และเขาทั้งหลายรับประทานกันไม่ได้

4:40 So they poured out for the men to eat. And it came to pass, as they were eating of the pottage, that they cried out, and said, O thou man of God, there is death in the pot. And they could not eat thereof.

4:41 แต่ท่านพูดว่า “งั้นจงเอาแป้งบดมา” และท่านใส่แป้งลงในหม้อ และท่านพูดว่า “จงเทออกให้คนเหล่านั้นเพื่อพวกเขาจะรับประทาน” และไม่มีอันตรายอยู่ในหม้อนั้น

4:41 But he said, Then bring meal. And he cast it into the pot; and he said, Pour out for the people, that they may eat. And there was no harm in the pot.

เอลีชาเลี้ยงหนึ่งร้อยคนอย่างอัศจรรย์
4:42 และมีชายคนหนึ่งมาจากบ้านบาอัลชาลิชาห์ และนำของมาให้คนของพระเจ้า มีขนมปังเป็นผลแรกคือ ขนมข้าวบาร์เลย์ยี่สิบก้อน และรวงข้าวใหม่ใส่กระสอบของเขามา และเอลีชาพูดว่า “จงให้แก่คนเหล่านั้นเพื่อพวกเขาจะรับประทาน”

A Hundred Men Fed Miraculously
4:42 And there came a man from Baalshalisha, and brought the man of God bread of the firstfruits, twenty loaves of barley, and full ears of corn in the husk thereof. And he said, Give unto the people, that they may eat.

4:43 และคนใช้คนนี้พูดว่า “อะไรกัน ข้าพเจ้าจะตั้งอาหารเท่านี้ให้คนหนึ่งร้อยคนรับประทานหรือ” ท่านพูดซ้ำว่า “จงให้คนเหล่านั้นเพื่อพวกเขาจะรับประทานเถิด เพราะพระเยโฮวาห์ตรัสสั่งดังนี้ว่า ‘เขาทั้งหลายจะรับประทานและจะเหลืออยู่อีก’”

4:43 And his servitor said, What, should I set this before an hundred men? He said again, Give the people, that they may eat: for thus saith the LORD, They shall eat, and shall leave thereof.

4:44 ดังนั้น เขาจึงตั้งอาหารไว้ต่อหน้าเขาทั้งหลาย และเขาทั้งหลายก็รับประทาน และยังเหลืออยู่ตามพระวจนะของพระเยโฮวาห์

4:44 So he set it before them, and they did eat, and left thereof, according to the word of the LORD.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope