กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กิจการ 2 / Acts 2

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

พวกสาวกเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
2:1 และเมื่อวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์มาถึงแล้ว พวกสาวกทุกคนได้มีน้ำหนึ่งใจเดียวกันอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกัน

The Outpouring of the Holy Spirit
2:1 And when the day of Pentecost was fully come, they were all with one accord in one place.

2:2 และในทันใดนั้น มีเสียงหนึ่งมาจากฟ้าสวรรค์เหมือนอย่างเสียงลมแรงกล้า และเสียงนั้นก้องสนั่นทั่วบ้านหลังที่พวกเขากำลังนั่งอยู่นั้น

2:2 And suddenly there came a sound from heaven as of a rushing mighty wind, and it filled all the house where they were sitting.

2:3 และมีบรรดาลิ้นหลายแฉกเหมือนอย่างเปลวไฟปรากฏแก่พวกเขา และเปลวไฟนั้นมาอยู่บนพวกเขาแต่ละคน

2:3 And there appeared unto them cloven tongues like as of fire, and it sat upon each of them.

2:4 และพวกเขาทุกคนก็เต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และตั้งต้นพูดด้วยภาษาต่าง ๆ ตามที่พระวิญญาณทรงโปรดให้พวกเขาพูด

2:4 And they were all filled with the Holy Ghost, and began to speak with other tongues, as the Spirit gave them utterance.

2:5 และมีพวกยิวที่กำลังพักอาศัยอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม เหล่าคนที่เกรงกลัวพระเจ้า ออกมาจากทุกประชาชาติใต้ฟ้าสวรรค์

2:5 And there were dwelling at Jerusalem Jews, devout men, out of every nation under heaven.

2:6 บัดนี้เมื่อเสียงนี้ดังออกไปข้างนอก ฝูงชนก็มารวมตัวกัน และรู้สึกสับสน เพราะว่าทุกคนได้ยินคนเหล่านั้นพูดเป็นภาษาของเขาเอง

2:6 Now when this was noised abroad, the multitude came together, and were confounded, because that every man heard them speak in his own language.

2:7 และพวกเขาทุกคนก็ประหลาดใจและอัศจรรย์ใจ โดยพูดกันว่า “ดูเถิด คนเหล่านี้ทุกคนที่พูดนั้นเป็นชาวกาลิลีไม่ใช่หรือ

2:7 And they were all amazed and marvelled, saying one to another, Behold, are not all these which speak Galilaeans?

2:8 และเหตุไฉนพวกเราได้ยินพวกเขาทุกคนพูดในภาษาของพวกเราเอง จากที่ซึ่งพวกเราได้บังเกิดมา

2:8 And how hear we every man in our own tongue, wherein we were born?

2:9 คือชาวปารเธีย และชาวมีเดีย และชาวเอลาม และบรรดาคนที่อาศัยอยู่ในเขตแดนเมโสโปเตเมีย และในแคว้นยูเดีย และแคว้นคัปปาโดเซีย ในแคว้นปอนทัสและเอเชีย

2:9 Parthians, and Medes, and Elamites, and the dwellers in Mesopotamia, and in Judaea, and Cappadocia, in Pontus, and Asia,

2:10 แคว้นฟรีเจีย และแคว้นปัมฟีเลีย ในประเทศอียิปต์ และในแคว้นเมืองลิเบียซึ่งขึ้นกับนครไซรีน และคนแปลกหน้าของกรุงโรม พวกยิวกับคนเข้าจารีตยิวทั้งหลาย

2:10 Phrygia, and Pamphylia, in Egypt, and in the parts of Libya about Cyrene, and strangers of Rome, Jews and proselytes,

2:11 ชาวเกาะครีตและชาวอาระเบีย พวกเราได้ยินคนเหล่านี้พูดในภาษาของพวกเราถึงพระราชกิจต่าง ๆ อันมหัศจรรย์ของพระเจ้า”

2:11 Cretes and Arabians, we do hear them speak in our tongues the wonderful works of God.

2:12 และพวกเขาทุกคนก็อัศจรรย์ใจ และกำลังสงสัยอยู่ โดยพูดกันว่า “สิ่งนี้มีความหมายอะไร”

2:12 And they were all amazed, and were in doubt, saying one to another, What meaneth this?

2:13 คนอื่น ๆ ที่เยาะเย้ยก็พูดว่า “คนเหล่านี้เต็มไปด้วยเหล้าองุ่นใหม่”

2:13 Others mocking said, These men are full of new wine.

การประกาศของเปโตรในเทศกาลเพ็นเทคอสต์
2:14 แต่เปโตรซึ่งยืนขึ้นพร้อมกับอัครสาวกสิบเอ็ดคน ได้ตะเบ็งเสียงของตน และกล่าวแก่พวกเขาว่า “พวกท่าน ชาวยูเดีย และบรรดาคนที่อาศัยอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม พวกท่านจงทราบสิ่งนี้ และตั้งใจฟังบรรดาถ้อยคำของข้าพเจ้าเถิด

Peter's Preaching at Pentecost
2:14 But Peter, standing up with the eleven, lifted up his voice, and said unto them, Ye men of Judaea, and all ye that dwell at Jerusalem, be this known unto you, and hearken to my words:

2:15 ด้วยว่าคนเหล่านี้มิได้เมาเหล้าองุ่น ตามที่พวกท่านคิดนั้น โดยเห็นว่าเป็นแต่เวลาสามโมงเช้า

2:15 For these are not drunken, as ye suppose, seeing it is but the third hour of the day.

2:16 แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งถูกกล่าวถึงโดยศาสดาพยากรณ์โยเอลว่า

2:16 But this is that which was spoken by the prophet Joel;

2:17 ‘และต่อมาในวันสุดท้าย พระเจ้าตรัสว่า เราจะเทพระวิญญาณของเรามาบนเนื้อหนังทั้งสิ้น และบุตรชายบุตรสาวของพวกเจ้าจะพยากรณ์ และพวกคนหนุ่มของพวกเจ้าจะเห็นนิมิตทั้งหลาย และพวกคนชราของพวกเจ้าจะฝันความฝันต่าง ๆ

2:17 And it shall come to pass in the last days, saith God, I will pour out of my Spirit upon all flesh: and your sons and your daughters shall prophesy, and your young men shall see visions, and your old men shall dream dreams:

2:18 และในวันเวลาเหล่านั้นเราจะเทพระวิญญาณของเราบนทาสชายของเราและทาสหญิงของเรา และคนเหล่านั้นจะพยากรณ์

2:18 And on my servants and on my handmaidens I will pour out in those days of my Spirit; and they shall prophesy:

2:19 และเราจะสำแดงการมหัศจรรย์ทั้งหลายในฟ้าอากาศเบื้องบน และหมายสำคัญต่าง ๆ ในแผ่นดินโลกเบื้องล่าง คือเลือด และไฟ และไอควัน

2:19 And I will shew wonders in heaven above, and signs in the earth beneath; blood, and fire, and vapour of smoke:

2:20 ดวงอาทิตย์จะถูกเปลี่ยนให้เป็นความมืด และดวงจันทร์ให้เป็นเลือด ก่อนวันใหญ่ยิ่งและเกรียงไกรนั้นขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึง

2:20 The sun shall be turned into darkness, and the moon into blood, before that great and notable day of the Lord come:

2:21 และจะเป็นเช่นนี้ว่า ผู้ใดก็ตามที่จะร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็จะรอด’

2:21 And it shall come to pass, that whosoever shall call on the name of the Lord shall be saved.

2:22 พวกท่าน คนอิสราเอลทั้งหลาย จงฟังบรรดาถ้อยคำเหล่านี้เถิด พระเยซูชาวนาซาเร็ธ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากพระเจ้าในท่ามกลางพวกท่านโดยบรรดาการอัศจรรย์ และการมหัศจรรย์ และหมายสำคัญต่าง ๆ ซึ่งพระเจ้าได้ทรงกระทำโดยพระองค์นั้นในท่ามกลางพวกท่าน ตามที่พวกท่านเองทราบอยู่แล้วด้วย

2:22 Ye men of Israel, hear these words; Jesus of Nazareth, a man approved of God among you by miracles and wonders and signs, which God did by him in the midst of you, as ye yourselves also know:

2:23 พระองค์ผู้ทรงถูกมอบไว้โดยพระดำริที่กำหนดไว้แล้ว และการทรงทราบล่วงหน้าของพระเจ้า พวกท่านก็ได้จับ และโดยมืออันชั่วได้ตรึงที่กางเขนและประหารชีวิตเสีย

2:23 Him, being delivered by the determinate counsel and foreknowledge of God, ye have taken, and by wicked hands have crucified and slain:

2:24 ผู้ที่พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้คืนพระชนม์ โดยทรงกำจัดบรรดาความเจ็บปวดแห่งความตายเสีย เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ที่พระองค์จะถูกครอบงำด้วยความตายนั้น

2:24 Whom God hath raised up, having loosed the pains of death: because it was not possible that he should be holden of it.

2:25 เพราะดาวิดได้ทรงกล่าวเกี่ยวกับพระองค์ว่า ‘ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าล่วงหน้าอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้าเสมอ เพราะพระองค์ประทับอยู่ที่มือขวาของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะไม่หวั่นไหวเลย

2:25 For David speaketh concerning him, I foresaw the Lord always before my face, for he is on my right hand, that I should not be moved:

2:26 เพราะฉะนั้นใจของข้าพเจ้าจึงปีติยินดี และลิ้นของข้าพเจ้าจึงชื่นชมยินดี ยิ่งกว่านั้นเนื้อหนังของข้าพเจ้าจะพักพิงอยู่ในความหวังด้วย

2:26 Therefore did my heart rejoice, and my tongue was glad; moreover also my flesh shall rest in hope:

2:27 เพราะพระองค์จะไม่ทรงละทิ้งจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในนรก ทั้งพระองค์จะไม่ทรงยอมให้องค์บริสุทธิ์ของพระองค์เห็นความเปื่อยเน่า

2:27 Because thou wilt not leave my soul in hell, neither wilt thou suffer thine Holy One to see corruption.

2:28 พระองค์ได้ทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทราบทางทั้งหลายแห่งชีวิตแล้ว พระองค์จะทรงโปรดให้ข้าพระองค์เปี่ยมด้วยความปีติยินดีด้วยสีพระพักตร์ของพระองค์’

2:28 Thou hast made known to me the ways of life; thou shalt make me full of joy with thy countenance.

2:29 พวกท่านและพี่น้องทั้งหลาย ขอให้ข้าพเจ้ากล่าวโดยไม่มีผู้ใดขัดขวางแก่พวกท่านเถิดเกี่ยวกับดาวิดผู้เป็นบรรพบุรุษ ว่าเขาทั้งตายเสียแล้วและถูกฝังไว้ และอุโมงค์ฝังศพของเขายังอยู่กับพวกเราจนถึงทุกวันนี้

2:29 Men and brethren, let me freely speak unto you of the patriarch David, that he is both dead and buried, and his sepulchre is with us unto this day.

2:30 เหตุฉะนั้นโดยเป็นผู้พยากรณ์ และทราบว่า พระเจ้าได้ตรัสสัญญาไว้แก่เขาด้วยคำปฏิญาณว่า จากบั้นเอวของเขา ตามเนื้อหนังนั้น พระองค์จะทรงยกพระคริสต์ให้ประทับบนพระที่นั่งของเขา

2:30 Therefore being a prophet, and knowing that God had sworn with an oath to him, that of the fruit of his loins, according to the flesh, he would raise up Christ to sit on his throne;

2:31 เพราะเห็นล่วงหน้าถึงสิ่งนี้ก่อน เขาจึงกล่าวถึงการคืนพระชนม์ของพระคริสต์ว่า จิตวิญญาณของพระองค์ไม่ได้ถูกละทิ้งไว้ในนรก และเนื้อหนังของพระองค์ไม่ได้เห็นความเปื่อยเน่า

2:31 He seeing this before spake of the resurrection of Christ, that his soul was not left in hell, neither his flesh did see corruption.

2:32 พระเยซูนี้พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้คืนพระชนม์แล้ว พวกเราทุกคนเป็นพยานถึงเรื่องนี้

2:32 This Jesus hath God raised up, whereof we all are witnesses.

2:33 เหตุฉะนั้น เมื่อทรงถูกยกขึ้นโดยพระหัตถ์ขวาของพระเจ้า และทรงได้รับพระสัญญาแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระบิดาแล้ว พระองค์จึงทรงเทฤทธิ์เดชนี้ลงมา ซึ่งบัดนี้พวกท่านเห็นและได้ยินแล้ว

2:33 Therefore being by the right hand of God exalted, and having received of the Father the promise of the Holy Ghost, he hath shed forth this, which ye now see and hear.

2:34 ด้วยว่าดาวิดไม่ได้ขึ้นไปยังสวรรค์ทั้งหลาย แต่เขากล่าวเองว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า ท่านจงนั่งที่ขวามือของเรา

2:34 For David is not ascended into the heavens: but he saith himself, The LORD said unto my Lord, Sit thou on my right hand,

2:35 จนกว่าเราจะกระทำให้บรรดาศัตรูของท่านเป็นแท่นรองเท้าของท่าน’

2:35 Until I make thy foes thy footstool.

2:36 เหตุฉะนั้น จงให้วงศ์วานแห่งอิสราเอลทั้งสิ้นทราบอย่างแน่นอนเถิดว่า พระเจ้าได้ทรงยกพระเยซูองค์เดียวกันนี้ ซึ่งพวกท่านได้ตรึงไว้ที่กางเขน ให้เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นพระคริสต์”

2:36 Therefore let all the house of Israel know assuredly, that God hath made that same Jesus, whom ye have crucified, both Lord and Christ.

ผู้ฟังได้รับความรอดและของประทานของพระวิญญาณ
2:37 บัดนี้ เมื่อคนทั้งหลายได้ยินข้อความนี้ พวกเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจของตน และกล่าวแก่เปโตรและแก่พวกอัครสาวกที่เหลือ ว่า “พวกท่านและพี่น้องทั้งหลาย พวกเราจะทำอะไรดี”

Hearers Receive Salvation and Fullness of the Spirit
2:37 Now when they heard this, they were pricked in their heart, and said unto Peter and to the rest of the apostles, Men and brethren, what shall we do?

2:38 แล้วเปโตรได้กล่าวแก่พวกเขาว่า “พวกท่านทุกคนจงกลับใจเสียใหม่และรับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูคริสต์ เพราะทรงโปรดยกบาปทั้งหลายแล้ว และพวกท่านจะได้รับของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

2:38 Then Peter said unto them, Repent, and be baptized every one of you in the name of Jesus Christ for the remission of sins, and ye shall receive the gift of the Holy Ghost.

2:39 ด้วยว่าพระสัญญานั้นตกแก่พวกท่าน และแก่ลูกหลานของพวกท่าน และแก่คนทั้งหลายที่อยู่ห่างไกลออกไป คือทุกคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของพวกเราจะทรงเรียกนั้น”

2:39 For the promise is unto you, and to your children, and to all that are afar off, even as many as the Lord our God shall call.

2:40 และด้วยถ้อยคำอื่น ๆ อีกมายมายเขาได้เป็นพยานรับรองและได้เตือนสติ โดยกล่าวว่า “จงเอาตัวพวกท่านเองให้รอดจากชั่วอายุที่คดโกงนี้เถิด”

2:40 And with many other words did he testify and exhort, saying, Save yourselves from this untoward generation.

ผู้เชื่อได้รวมใจเป็นหนึ่งเดียวและได้รับความสุข
2:41 แล้วคนทั้งหลายที่รับคำของเปโตรด้วยความยินดีแล้วก็รับบัพติศมา และในวันเดียวกันนั้นมีคนเพิ่มเข้ากับพวกเขาประมาณสามพันคน

Believers Continue United and Happy
2:41 Then they that gladly received his word were baptized: and the same day there were added unto them about three thousand souls.

2:42 และเขาทั้งหลายได้ตั้งมั่นคงอยู่ในหลักคำสอนของพวกอัครสาวก และในการสามัคคีธรรม และในการหักขนมปัง และในการอธิษฐานต่าง ๆ

2:42 And they continued stedfastly in the apostles' doctrine and fellowship, and in breaking of bread, and in prayers.

2:43 และความเกรงกลัวได้มายังทุกคน และการมหัศจรรย์และหมายสำคัญหลายประการได้ถูกกระทำโดยพวกอัครสาวก

2:43 And fear came upon every soul: and many wonders and signs were done by the apostles.

2:44 และทุกคนที่เชื่อนั้นก็อยู่ด้วยกัน และให้ทรัพย์สิ่งของทั้งหลายมารวมกันเป็นของกลาง

2:44 And all that believed were together, and had all things common;

2:45 และได้ขายบรรดาทรัพย์สมบัติและสิ่งของทั้งหลาย และแบ่งสิ่งของเหล่านั้นให้แก่ทุกคน ตามซึ่งทุกคนต้องการ

2:45 And sold their possessions and goods, and parted them to all men, as every man had need.

2:46 และพวกเขาซึ่งอยู่พร้อมใจกันต่อเนื่องทุกวันในพระวิหาร และหักขนมปังตามบ้าน ได้รับประทานอาหารของตนด้วยความชื่นชมยินดีและความจริงใจ

2:46 And they, continuing daily with one accord in the temple, and breaking bread from house to house, did eat their meat with gladness and singleness of heart,

2:47 โดยสรรเสริญพระเจ้า และได้รับความโปรดปรานจากประชาชนทุกคน และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเพิ่มเข้ากับคริสตจักรทุกวัน ๆ คือผู้ซึ่งควรจะได้รับความรอด

2:47 Praising God, and having favour with all the people. And the Lord added to the church daily such as should be saved.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope