กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กิจการ 10 / Acts 10

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

โครเนลิอัสแสวงหาพระเจ้า
10:1 ยังมีชายคนหนึ่งในเมืองซีซารียาที่มีนามว่า โครเนลิอัส เป็นนายร้อยอยู่ในกองทหารที่เรียกว่ากองอิตาเลีย

Cornelius Seeks God
10:1 There was a certain man in Caesarea called Cornelius, a centurion of the band called the Italian band,

10:2 เป็นคนที่นมัสการพระเจ้า และเป็นคนที่ยำเกรงพระเจ้าพร้อมด้วยทั้งครัวเรือนของท่าน ซึ่งได้ให้ทานมากมายแก่ประชาชน และอธิษฐานต่อพระเจ้าเสมอ

10:2 A devout man, and one that feared God with all his house, which gave much alms to the people, and prayed to God alway.

10:3 ท่านได้เห็นในนิมิตอย่างชัดเจนประมาณเวลาบ่ายสามโมง มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้า กำลังเข้ามาหาท่าน และกล่าวแก่ท่านว่า “โครเนลิอัสเอ๋ย”

10:3 He saw in a vision evidently about the ninth hour of the day an angel of God coming in to him, and saying unto him, Cornelius.

10:4 และเมื่อโครเนลิอัสเขม้นดูทูตสวรรค์องค์นั้น ท่านก็ตกใจกลัว และกล่าวว่า “สิ่งนี้เป็นประการใด พระองค์เจ้าข้า” และทูตสวรรค์ได้กล่าวกับท่านว่า “บรรดาคำอธิษฐานของท่านและทานทั้งหลายของท่าน ได้ขึ้นไปเป็นที่ระลึกถึงต่อพระพักตร์พระเจ้าแล้ว

10:4 And when he looked on him, he was afraid, and said, What is it, Lord? And he said unto him, Thy prayers and thine alms are come up for a memorial before God.

10:5 และบัดนี้จงส่งพวกคนไปยังเมืองยัฟฟา และเชิญคนหนึ่งมาชื่อ ซีโมน ผู้ซึ่งมีนามสกุลว่า เปโตร

10:5 And now send men to Joppa, and call for one Simon, whose surname is Peter:

10:6 เปโตรอาศัยอยู่กับคนหนึ่งชื่อ ซีโมน เป็นช่างฟอกหนัง ผู้ซึ่งบ้านของเขาอยู่ริมฝั่งทะเล เปโตรจะบอกท่านว่าท่านควรจะทำอะไร”

10:6 He lodgeth with one Simon a tanner, whose house is by the sea side: he shall tell thee what thou oughtest to do.

10:7 และเมื่อทูตสวรรค์ซึ่งพูดกับโครเนลิอัสจากไปแล้ว ท่านได้เรียกคนใช้สองคนของท่าน กับทหารคนหนึ่งที่นมัสการพระเจ้า จากคนเหล่านั้นที่ปรนนิบัติท่านเสมอ

10:7 And when the angel which spake unto Cornelius was departed, he called two of his household servants, and a devout soldier of them that waited on him continually;

10:8 และเมื่อท่านได้สำแดงบรรดาสิ่งเหล่านี้ให้พวกเขาแล้ว ท่านจึงส่งพวกเขาไปยังเมืองยัฟฟา

10:8 And when he had declared all these things unto them, he sent them to Joppa.

เปโตรได้เห็นนิมิต
10:9 ในวันต่อมา ขณะที่คนเหล่านั้นกำลังเดินทางต่อไปอยู่นั้น และเข้ามาใกล้เมืองแล้ว เปโตรขึ้นไปบนหลังคาบ้านเพื่อจะอธิษฐานประมาณเวลาเที่ยงวัน

Peter Receives Vision
10:9 On the morrow, as they went on their journey, and drew nigh unto the city, Peter went up upon the housetop to pray about the sixth hour:

10:10 และท่านเริ่มรู้สึกหิวมาก และอยากจะรับประทาน แต่ขณะที่พวกเขายังจัดเตรียมอยู่ เปโตรได้เข้าสู่ภวังค์

10:10 And he became very hungry, and would have eaten: but while they made ready, he fell into a trance,

10:11 และได้เห็นท้องฟ้าแหวกออกเป็นช่อง และมีภาชนะอย่างหนึ่งลอยลงมายังท่าน ราวกับเป็นผ้าผืนใหญ่ผูกติดกันทั้งสี่มุม และถูกหย่อนลงมายังพื้นโลก

10:11 And saw heaven opened, and a certain vessel descending unto him, as it had been a great sheet knit at the four corners, and let down to the earth:

10:12 ในภาชนะนั้นมีสัตว์สี่เท้าทุกอย่างแห่งแผ่นดินโลก และบรรดาสัตว์ป่า และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย และนกต่าง ๆ ในอากาศ

10:12 Wherein were all manner of fourfooted beasts of the earth, and wild beasts, and creeping things, and fowls of the air.

10:13 และมีพระสุรเสียงมายังท่านว่า “จงลุกขึ้น เปโตรเอ๋ย ฆ่าและกินเถิด”

10:13 And there came a voice to him, Rise, Peter; kill, and eat.

10:14 แต่เปโตรทูลว่า “แบบนั้นไม่ได้ พระองค์เจ้าข้า เพราะว่าข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานสิ่งใด ๆ ที่เป็นของต้องห้ามหรือของเป็นมลทินเลย”

10:14 But Peter said, Not so, Lord; for I have never eaten any thing that is common or unclean.

10:15 และพระสุรเสียงตรัสกับท่านอีกเป็นครั้งที่สองว่า “ซึ่งพระเจ้าได้ทรงชำระแล้ว เจ้าอย่าเรียกว่าเป็นของต้องห้าม”

10:15 And the voice spake unto him again the second time, What God hath cleansed, that call not thou common.

10:16 สิ่งนี้ได้กระทำถึงสามครั้ง และภาชนะนั้นก็ถูกรับขึ้นไปอีกในท้องฟ้า

10:16 This was done thrice: and the vessel was received up again into heaven.

เปโตรไปที่เมืองซีซารียา
10:17 บัดนี้ ขณะที่เปโตรยังสงสัยในตัวเองว่า นิมิตที่ท่านเห็นนั้นมีความหมายอะไร ดูเถิด พวกคนซึ่งถูกส่งมาจากโครเนลิอัสนั้น ได้ถามหาถึงบ้านของซีโมนและยืนอยู่หน้าประตูรั้ว

Peter Goes to Caesarea
10:17 Now while Peter doubted in himself what this vision which he had seen should mean, behold, the men which were sent from Cornelius had made enquiry for Simon's house, and stood before the gate,

10:18 และร้องเรียก และถามว่า ซีโมน ซึ่งมีนามสกุลว่า เปโตร พักอยู่ที่นั่นหรือไม่

10:18 And called, and asked whether Simon, which was surnamed Peter, were lodged there.

10:19 ขณะที่เปโตรตรึกตรองอยู่เรื่องนิมิตนั้น พระวิญญาณก็ตรัสกับท่านว่า “ดูเถิด ชายสามคนตามหาเจ้า

10:19 While Peter thought on the vision, the Spirit said unto him, Behold, three men seek thee.

10:20 เหตุฉะนั้นจงลุกขึ้น และเจ้าจงลงไปข้างล่าง และไปกับพวกเขาเถิด โดยไม่สงสัยอะไรเลย เพราะว่าเราได้ส่งพวกเขามา”

10:20 Arise therefore, and get thee down, and go with them, doubting nothing: for I have sent them.

10:21 แล้วเปโตรได้ลงไปหาคนเหล่านั้นซึ่งถูกส่งมายังท่านจากโครเนลิอัส และกล่าวว่า “ดูเถิด ข้าพเจ้าเป็นคนที่พวกท่านตามหานั้น อะไรเป็นสาเหตุที่พวกท่านมา”

10:21 Then Peter went down to the men which were sent unto him from Cornelius; and said, Behold, I am he whom ye seek: what is the cause wherefore ye are come?

10:22 และพวกเขาตอบว่า “นายร้อยโครเนลิอัส เป็นคนชอบธรรมและเป็นคนที่เกรงกลัวพระเจ้า และมีชื่อเสียงดีในท่ามกลางบรรดาชนชาติยิว ได้รับคำเตือนจากพระเจ้าโดยผ่านทูตสวรรค์ผู้บริสุทธิ์องค์หนึ่ง ให้มาเชิญท่านเข้าไปในบ้านของท่าน เพื่อจะฟังถ้อยคำทั้งหลายของท่าน”

10:22 And they said, Cornelius the centurion, a just man, and one that feareth God, and of good report among all the nation of the Jews, was warned from God by an holy angel to send for thee into his house, and to hear words of thee.

โครเนลิอัสและญาติพี่น้องได้ยินข่าวประเสริฐ
10:23 แล้วเปโตรจึงเชิญพวกเขาให้เข้ามา และให้พวกเขาพักอยู่ที่นั่น และในวันต่อมา เปโตรก็ไปกับพวกเขา และพวกพี่น้องบางคนจากเมืองยัฟฟาก็ไปกับท่าน

Cornelius and Kinsman Hear the Gospel
10:23 Then called he them in, and lodged them. And on the morrow Peter went away with them, and certain brethren from Joppa accompanied him.

10:24 และในวันต่อมาพวกเขาก็เข้าไปในเมืองซีซารียา และโครเนลิอัสกำลังคอยรับรองพวกเขาอยู่ และได้เชิญญาติพี่น้องของท่าน กับเพื่อนสนิททั้งหลายให้มาประชุมกันอยู่แล้ว

10:24 And the morrow after they entered into Caesarea. And Cornelius waited for them, and had called together his kinsmen and near friends.

10:25 และขณะที่เปโตรกำลังเข้ามา โครเนลิอัสก็ต้อนรับท่าน และหมอบลงที่เท้าของท่าน และนมัสการท่าน

10:25 And as Peter was coming in, Cornelius met him, and fell down at his feet, and worshipped him.

10:26 แต่เปโตรได้จับตัวโครเนลิอัสให้ลุกขึ้น โดยกล่าวว่า “จงยืนขึ้นเถิด ข้าพเจ้าเองก็เป็นแต่มนุษย์เหมือนกัน”

10:26 But Peter took him up, saying, Stand up; I myself also am a man.

10:27 และขณะที่โครเนลิอัสกำลังสนทนากับท่านอยู่ เปโตรได้เข้าไป และพบคนเป็นอันมากที่มาประชุมกันอยู่

10:27 And as he talked with him, he went in, and found many that were come together.

10:28 และเปโตรกล่าวแก่คนเหล่านั้นว่า “ท่านทั้งหลายทราบแล้วว่า เป็นสิ่งที่ผิดพระราชบัญญัติสำหรับคนที่เป็นชนชาติยิวที่จะคบให้สนิทหรือเข้าเยี่ยมกับคนต่างชาติ แต่พระเจ้าได้ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าแล้วว่า ข้าพเจ้าไม่ควรเรียกคนหนึ่งคนใดว่าเป็นที่ห้ามหรือเป็นมลทิน

10:28 And he said unto them, Ye know how that it is an unlawful thing for a man that is a Jew to keep company, or come unto one of another nation; but God hath shewed me that I should not call any man common or unclean.

10:29 เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงมายังพวกท่านโดยปราศจากการคัดค้าน ทันทีที่ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้มา เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขอถามว่า พวกท่านเชิญข้าพเจ้าให้มาด้วยประสงค์อะไร”

10:29 Therefore came I unto you without gainsaying, as soon as I was sent for: I ask therefore for what intent ye have sent for me?

10:30 และโครเนลิอัสกล่าวว่า “สี่วันมาแล้ว ข้าพเจ้ากำลังอดอาหารอยู่จนถึงโมงนี้ และตอนบ่ายสามโมงข้าพเจ้าได้อธิษฐานอยู่ในบ้านของข้าพเจ้า และดูเถิด มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้าสวมเสื้อมันระยับ

10:30 And Cornelius said, Four days ago I was fasting until this hour; and at the ninth hour I prayed in my house, and, behold, a man stood before me in bright clothing,

10:31 และกล่าวว่า ‘โครเนลิอัสเอ๋ย คำอธิษฐานของท่านนั้นทรงสดับฟังแล้ว และทานทั้งหลายของท่านนั้นก็เป็นที่ระลึกถึงในสายพระเนตรของพระเจ้าแล้ว

10:31 And said, Cornelius, thy prayer is heard, and thine alms are had in remembrance in the sight of God.

10:32 เหตุฉะนั้น จงส่งไปยังเมืองยัฟฟา และเชิญซีโมนมาที่นี่ ผู้ซึ่งมีนามสกุลว่า เปโตร ผู้นั้นอาศัยอยู่ในบ้านของคนหนึ่งชื่อ ซีโมนที่เป็นช่างฟอกหนัง อยู่ริมฝั่งทะเล ผู้ซึ่ง เมื่อเขามาถึงแล้ว จะกล่าวแก่ท่าน’

10:32 Send therefore to Joppa, and call hither Simon, whose surname is Peter; he is lodged in the house of one Simon a tanner by the sea side: who, when he cometh, shall speak unto thee.

10:33 ในทันใดนั้น ข้าพเจ้าจึงส่งคนไปเชิญท่าน และท่านก็ทำดีแล้วที่ท่านมา เหตุฉะนั้นบัดนี้ พวกเราทุกคนอยู่พร้อมกันต่อพระพักตร์พระเจ้า เพื่อจะฟังสิ่งสารพัดที่พระเจ้าได้ทรงบัญชาท่านไว้”

10:33 Immediately therefore I sent to thee; and thou hast well done that thou art come. Now therefore are we all here present before God, to hear all things that are commanded thee of God.

10:34 แล้วเปโตรได้อ้าปากของท่าน และกล่าวว่า “แท้จริงแล้ว ข้าพเจ้ารับรู้ว่า พระเจ้าไม่ทรงเลือกหน้าผู้ใด

10:34 Then Peter opened his mouth, and said, Of a truth I perceive that God is no respecter of persons:

10:35 แต่ในทุกประชาชาติ ผู้ใดที่เกรงกลัวพระองค์และประพฤติตามทางชอบธรรม ก็ได้รับการยอมรับกับพระองค์

10:35 But in every nation he that feareth him, and worketh righteousness, is accepted with him.

10:36 พระดำรัสซึ่งพระเจ้าได้ส่งมายังชนชาติอิสราเอล โดยประกาศเรื่องสันติสุขโดยทางพระเยซูคริสต์ (พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของสิ่งสารพัด)

10:36 The word which God sent unto the children of Israel, preaching peace by Jesus Christ: (he is Lord of all:)

การรับใช้ของพระคริสต์ผู้ซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
10:37 พระดำรัสนั้น ข้าพเจ้ากล่าวว่า ท่านทั้งหลายก็ทราบอยู่แล้ว ซึ่งได้ถูกประกาศตลอดทั่วแคว้นยูเดีย และตั้งต้นจากแคว้นกาลิลี หลังจากการให้รับบัพติศมาซึ่งยอห์นได้ประกาศนั้น

Christ's Spirit Filled Ministry
10:37 That word, I say, ye know, which was published throughout all Judaea, and began from Galilee, after the baptism which John preached;

10:38 ว่าพระเจ้าได้ทรงเจิมพระเยซูแห่งนาซาเร็ธด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยฤทธานุภาพอย่างไร ผู้ซึ่งได้เสด็จไปทั่วกระทำดี และรักษาบรรดาคนที่ถูกกดขี่โดยพญามาร ด้วยว่าพระเจ้าได้ทรงสถิตอยู่กับพระองค์

10:38 How God anointed Jesus of Nazareth with the Holy Ghost and with power: who went about doing good, and healing all that were oppressed of the devil; for God was with him.

คำพยานเกี่ยวกับพระคริสต์
10:39 และพวกเราเป็นพยานทั้งหลายถึงสิ่งสารพัดซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำ ทั้งในแผ่นดินของชนชาติยิวและในกรุงเยรูซาเล็ม ผู้ซึ่งพวกเขาได้ฆ่าและแขวนไว้บนต้นไม้

Witness concerning Christ
10:39 And we are witnesses of all things which he did both in the land of the Jews, and in Jerusalem; whom they slew and hanged on a tree:

10:40 ผู้ซึ่งพระเจ้าได้ทรงให้คืนพระชนม์ในวันที่สาม และทรงให้พระองค์ปรากฏอย่างเปิดเผย

10:40 Him God raised up the third day, and shewed him openly;

10:41 มิใช่แก่ประชาชนทุกคน แต่แก่พวกพยานซึ่งถูกเลือกไว้โดยพระเจ้าแต่ก่อน คือแก่พวกเรา ผู้ซึ่งได้รับประทานและดื่มกับพระองค์หลังจากพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว

10:41 Not to all the people, but unto witnesses chosen before of God, even to us, who did eat and drink with him after he rose from the dead.

10:42 และพระองค์ได้ทรงบัญชาพวกเราให้ประกาศแก่คนทั้งปวง และให้เป็นพยานว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ซึ่งพระเจ้าได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นผู้พิพากษาของคนเป็นและคนตาย

10:42 And he commanded us to preach unto the people, and to testify that it is he which was ordained of God to be the Judge of quick and dead.

10:43 บรรดาศาสดาพยากรณ์เป็นพยานถึงพระองค์ว่า โดยพระนามของพระองค์ ผู้ใดก็ตามที่เชื่อในพระองค์นั้นจะได้รับการทรงยกบาปทั้งหลาย”

10:43 To him give all the prophets witness, that through his name whosoever believeth in him shall receive remission of sins.

คนที่เชื่อได้รับความรอดและเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
10:44 ขณะที่เปโตรยังกล่าวคำเหล่านี้อยู่ พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เสด็จลงมาสถิตอยู่บนคนทั้งปวงซึ่งได้ยินพระวจนะนั้น

Saved and Spirit Filled
10:44 While Peter yet spake these words, the Holy Ghost fell on all them which heard the word.

10:45 และพวกที่ได้เข้าสุหนัตซึ่งเชื่อแล้วก็ประหลาดใจ คือทุกคนที่มาด้วยกันกับเปโตร เพราะว่าของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ถูกเทลงมาบนพวกต่างชาติด้วย

10:45 And they of the circumcision which believed were astonished, as many as came with Peter, because that on the Gentiles also was poured out the gift of the Holy Ghost.

10:46 เพราะพวกเขาได้ยินคนเหล่านั้นพูดด้วยภาษาต่าง ๆ และยกย่องพระเจ้า แล้วเปโตรตอบว่า

10:46 For they heard them speak with tongues, and magnify God. Then answered Peter,

10:47 “มีผู้ใดสามารถห้ามใช้น้ำ เพื่อที่จะไม่ให้คนเหล่านี้รับบัพติศมาหรือ ผู้ซึ่งได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์เหมือนกับพวกเรา”

10:47 Can any man forbid water, that these should not be baptized, which have received the Holy Ghost as well as we?

10:48 และเปโตรได้สั่งพวกเขาให้รับบัพติศมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วเขาทั้งหลายได้ขอให้เปโตรอยู่ต่ออีกสองสามวัน

10:48 And he commanded them to be baptized in the name of the Lord. Then prayed they him to tarry certain days.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope