กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กิจการ 19 / Acts 19

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

เปาโลสอนผู้ที่เชื่อที่เมืองเอเฟซัส
19:1 และต่อมา ขณะที่อปอลโลอยู่ที่เมืองโครินธ์นั้น เมื่อเปาโลได้ผ่านไปตามแว่นแคว้นฝ่ายเหนือแล้ว ก็มายังเมืองเอเฟซัส และเมื่อพบสาวกบางคน

Paul Teaches Converts at Ephesus
19:1 And it came to pass, that, while Apollos was at Corinth, Paul having passed through the upper coasts came to Ephesus: and finding certain disciples,

19:2 ท่านก็กล่าวกับพวกเขาว่า “พวกท่านได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้วตั้งแต่ท่านทั้งหลายได้เชื่อนั้นใช่ไหม” และพวกเขากล่าวกับท่านว่า “พวกเรายังไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำว่ามีพระวิญญาณบริสุทธิ์ใดบ้างหรือไม่”

19:2 He said unto them, Have ye received the Holy Ghost since ye believed? And they said unto him, We have not so much as heard whether there be any Holy Ghost.

19:3 และท่านกล่าวกับพวกเขาว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกท่านได้รับบัพติศมาอันใดเล่า” และพวกเขากล่าวว่า “บัพติศมาของยอห์น”

19:3 And he said unto them, Unto what then were ye baptized? And they said, Unto John's baptism.

19:4 แล้วเปาโลกล่าวว่า “แท้จริง ยอห์นให้รับบัพติศมาด้วยบัพติศมาแห่งการกลับใจใหม่ โดยกล่าวแก่ประชาชนว่า พวกเขาควรเชื่อในพระองค์ผู้ซึ่งจะเสด็จมาภายหลังท่าน นั่นคือในพระเยซูคริสต์”

19:4 Then said Paul, John verily baptized with the baptism of repentance, saying unto the people, that they should believe on him which should come after him, that is, on Christ Jesus.

19:5 เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งนี้ พวกเขาก็รับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูเจ้า

19:5 When they heard this, they were baptized in the name of the Lord Jesus.

19:6 และเมื่อเปาโลได้วางมือของท่านบนพวกเขาแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เสด็จลงมาบนพวกเขา และพวกเขาได้พูดด้วยภาษาต่าง ๆ และได้พยากรณ์

19:6 And when Paul had laid his hands upon them, the Holy Ghost came on them; and they spake with tongues, and prophesied.

19:7 และบรรดาผู้ชายเหล่านั้นมีประมาณสิบสองคน

19:7 And all the men were about twelve.

ข่าวประเสริฐของเปาโลได้แพร่กระจายตลอดทั่วแคว้นเอเชีย
19:8 และท่านได้เข้าไปในธรรมศาลา และกล่าวด้วยใจกล้าเป็นเวลาสามเดือน โดยโต้เถียงและชักชวนในสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับอาณาจักรของพระเจ้า

Paul's Gospel Spread throughout Province of Asia
19:8 And he went into the synagogue, and spake boldly for the space of three months, disputing and persuading the things concerning the kingdom of God.

19:9 แต่เมื่อหลายคนมีใจแข็งกระด้าง และไม่เชื่อ แต่พูดอย่างชั่วร้ายเรื่องทางนั้นต่อหน้าชุมนุมชน ท่านจึงออกไปจากพวกเขา และแยกพวกสาวกไว้ โดยโต้เถียงกันทุกวันในโรงเรียนของท่านผู้หนึ่งชื่อ ทีรันนัส

19:9 But when divers were hardened, and believed not, but spake evil of that way before the multitude, he departed from them, and separated the disciples, disputing daily in the school of one Tyrannus.

19:10 และสิ่งนี้ได้กระทำต่อเนื่องเป็นเวลาสองปี จนกระทั่งทุกคนซึ่งอาศัยอยู่ในแคว้นเอเชียได้ยินพระวจนะของพระเยซูเจ้า ทั้งพวกยิวและพวกกรีก

19:10 And this continued by the space of two years; so that all they which dwelt in Asia heard the word of the Lord Jesus, both Jews and Greeks.

เปาโลกระทำการอัศจรรย์พิเศษ
19:11 และพระเจ้าได้ทรงกระทำบรรดาการอัศจรรย์พิเศษโดยมือของเปาโล

Special Miracles by Paul
19:11 And God wrought special miracles by the hands of Paul:

19:12 จนได้นำเอาผ้าเช็ดหน้าหรือผ้ากันเปื้อนจากร่างกายของท่านมายังคนป่วยทั้งหลาย และโรคต่าง ๆ นั้นได้ออกไปจากพวกเขา และพวกวิญญาณชั่วร้ายก็ออกจากคนเหล่านั้น

19:12 So that from his body were brought unto the sick handkerchiefs or aprons, and the diseases departed from them, and the evil spirits went out of them.

19:13 แล้วบางคนในพวกยิวที่พเนจรไป ผู้เป็นพวกหมอผี ได้ตัดสินใจเองที่จะร้องออกพระนามของพระเยซูเจ้าต่อคนเหล่านั้นซึ่งมีพวกวิญญาณชั่วร้าย โดยกล่าวว่า “พวกเราสั่งเจ้าทั้งหลายโดยพระเยซูผู้ซึ่งเปาโลประกาศนั้น”

19:13 Then certain of the vagabond Jews, exorcists, took upon them to call over them which had evil spirits the name of the Lord Jesus, saying, We adjure you by Jesus whom Paul preacheth.

19:14 และมีบุตรชายเจ็ดคนของคนหนึ่งชื่อ เสวา เป็นคนยิว และเป็นปุโรหิตใหญ่ ซึ่งได้กระทำอย่างนั้น

19:14 And there were seven sons of one Sceva, a Jew, and chief of the priests, which did so.

19:15 และวิญญาณชั่วร้ายนั้นจึงตอบ และกล่าวว่า “พระเยซู ข้ารู้จัก และเปาโล ข้าก็รู้จัก แต่พวกเจ้าเป็นผู้ใดเล่า”

19:15 And the evil spirit answered and said, Jesus I know, and Paul I know; but who are ye?

19:16 และคนที่มีวิญญาณชั่วร้ายสิงอยู่นั้นก็กระโดดใส่คนเหล่านั้น และเอาชนะพวกเขา และมีชัยต่อพวกเขา จนคนเหล่านั้นได้หนีออกไปจากบ้านหลังนั้น ทั้งเปลือยกายและบาดเจ็บ

19:16 And the man in whom the evil spirit was leaped on them, and overcame them, and prevailed against them, so that they fled out of that house naked and wounded.

19:17 และสิ่งนี้ได้เป็นที่ทราบแก่พวกยิวและพวกกรีกทุกคนที่อาศัยอยู่ที่เมืองเอเฟซัสด้วย และความเกรงกลัวได้ตกอยู่บนพวกเขาทุกคน และพระนามของพระเยซูเจ้าได้รับการยกย่อง

19:17 And this was known to all the Jews and Greeks also dwelling at Ephesus; and fear fell on them all, and the name of the Lord Jesus was magnified.

19:18 และหลายคนที่เชื่อได้มา และสารภาพ และแสดงการกระทำทั้งหลายของพวกเขาให้เห็น

19:18 And many that believed came, and confessed, and shewed their deeds.

19:19 และหลายคนในพวกเขาซึ่งใช้ไสยศาสตร์ได้เอาหนังสือทั้งหลายของตนมารวบรวมกัน และเผาพวกมันเสียต่อหน้าทุกคน และพวกเขาได้นับราคาของหนังสือเหล่านั้น และพบว่าเป็นราคาห้าหมื่นเหรียญเงิน

19:19 Many of them also which used curious arts brought their books together, and burned them before all men: and they counted the price of them, and found it fifty thousand pieces of silver.

19:20 ดังนั้น พระวจนะของพระเจ้าจึงเจริญขึ้นอย่างมากมายและมีชัย

19:20 So mightily grew the word of God and prevailed.

19:21 หลังจากสิ่งเหล่านี้จบลงแล้ว เปาโลได้ตั้งใจในจิตวิญญาณว่า เมื่อท่านได้ผ่านไปทั่วแคว้นมาซิโดเนียกับแคว้นอาคายาแล้ว จะไปยังกรุงเยรูซาเล็ม โดยกล่าวว่า “หลังจากข้าพเจ้าไปที่นั่นแล้ว ข้าพเจ้าจะต้องไปเห็นกรุงโรมด้วย”

19:21 After these things were ended, Paul purposed in the spirit, when he had passed through Macedonia and Achaia, to go to Jerusalem, saying, After I have been there, I must also see Rome.

19:22 ท่านจึงส่งสองคนของคนเหล่านั้นที่ปรนนิบัติท่าน คือทิโมธีกับเอรัสทัส ไปยังแคว้นมาซิโดเนีย แต่ท่านเองก็พักอยู่ในแคว้นเอเชียหน่อยหนึ่ง

19:22 So he sent into Macedonia two of them that ministered unto him, Timotheus and Erastus; but he himself stayed in Asia for a season.

ผู้ทำรูปเคารพก่อให้เกิดการจลาจล
19:23 และในเวลาเดียวกันนั้นการวุ่นวายไม่น้อยเกิดขึ้นเกี่ยวกับทางนั้น

Idol Makers Cause a Riot
19:23 And the same time there arose no small stir about that way.

19:24 ด้วยว่ามีชายคนหนึ่งชื่อ เดเมตริอัส เป็นช่างเงิน ซึ่งได้ทำศาลเจ้าทั้งหลายด้วยเงินสำหรับพระไดอาน่า ซึ่งได้นำกำไรไม่น้อยมายังพวกช่างนั้น

19:24 For a certain man named Demetrius, a silversmith, which made silver shrines for Diana, brought no small gain unto the craftsmen;

19:25 ผู้ซึ่งเดเมตริอัสเรียกให้มาประชุมกันพร้อมกับพวกคนงานที่มีอาชีพคล้ายกัน และกล่าวว่า “ท่านทั้งหลาย พวกท่านทราบอยู่ว่าด้วยอาชีพนี้พวกเราได้รับทรัพย์สินของพวกเรา

19:25 Whom he called together with the workmen of like occupation, and said, Sirs, ye know that by this craft we have our wealth.

19:26 ยิ่งกว่านั้นท่านทั้งหลายก็เห็นและได้ยินว่า ไม่ใช่เฉพาะในเมืองเอเฟซัสเมืองเดียว แต่เกือบตลอดทั่วแคว้นเอเชีย เปาโลคนนี้ได้ชักชวนและหันคนเป็นอันมากไปเสีย โดยกล่าวว่าสิ่งเหล่านั้นที่ทำด้วยมือมนุษย์นั้นไม่ใช่พระ

19:26 Moreover ye see and hear, that not alone at Ephesus, but almost throughout all Asia, this Paul hath persuaded and turned away much people, saying that they be no gods, which are made with hands:

19:27 ดังนั้นไม่เพียงแต่อาชีพของพวกเราเท่านั้นที่ตกอยู่ในอันตรายที่จะสูญสิ้นไป แต่พระวิหารของพระแม่ไดอาน่าผู้ยิ่งใหญ่จะเป็นที่เหยียดหยามด้วย และความสง่างามแห่งพระนางนั้นจะเสื่อมลงไป ผู้ซึ่งบรรดาชาวแคว้นเอเชียกับสิ้นทั้งโลกนมัสการอยู่”

19:27 So that not only this our craft is in danger to be set at nought; but also that the temple of the great goddess Diana should be despised, and her magnificence should be destroyed, whom all Asia and the world worshippeth.

19:28 และเมื่อคนทั้งหลายได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ พวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และร้องออก โดยกล่าวว่า “พระไดอาน่าของชาวเอเฟซัสเป็นใหญ่”

19:28 And when they heard these sayings, they were full of wrath, and cried out, saying, Great is Diana of the Ephesians.

19:29 และทั่วทั้งเมืองก็เต็มไปด้วยความสับสน และเมื่อได้จับกายอัสกับอาริสทารคัส ชาวมาซิโดเนีย ผู้เป็นเพื่อนเดินทางของเปาโล พวกเขาพร้อมใจกันรุดเข้าไปในโรงมหรสพ

19:29 And the whole city was filled with confusion: and having caught Gaius and Aristarchus, men of Macedonia, Paul's companions in travel, they rushed with one accord into the theatre.

19:30 และเมื่อเปาโลใคร่จะเข้าไปยังประชาชน พวกสาวกก็ไม่ยอมให้ท่านเข้าไป

19:30 And when Paul would have entered in unto the people, the disciples suffered him not.

19:31 และบางคนในพวกเจ้านายที่ประจำแคว้นเอเชีย ผู้ซึ่งเป็นสหายของเปาโล ได้ส่งคนไปถึงท่าน โดยวิงวอนท่านไม่ให้เสี่ยงเอาตัวเข้าไปในโรงมหรสพ

19:31 And certain of the chief of Asia, which were his friends, sent unto him, desiring him that he would not adventure himself into the theatre.

19:32 เหตุฉะนั้นบางคนจึงได้ร้องอย่างหนึ่ง และบางคนได้ร้องอีกอย่างหนึ่ง เพราะว่าที่ประชุมนั้นสับสนมาก และคนโดยมากไม่ทราบว่าพวกเขาประชุมกันด้วยเรื่องอะไร

19:32 Some therefore cried one thing, and some another: for the assembly was confused; and the more part knew not wherefore they were come together.

19:33 และพวกเขาได้ลากอเล็กซานเดอร์ออกมาจากหมู่ประชาชน โดยพวกยิวพาเขาไปข้างหน้า และอเล็กซานเดอร์ได้โบกมือ และใคร่จะกล่าวคำแก้ต่างของเขาแก่ประชาชน

19:33 And they drew Alexander out of the multitude, the Jews putting him forward. And Alexander beckoned with the hand, and would have made his defence unto the people.

19:34 แต่เมื่อคนทั้งหลายทราบว่าเขาเป็นคนยิว พวกเขาทุกคนก็ส่งเสียงพร้อมกันอยู่ประมาณสองชั่วโมง โดยร้องออกมาว่า “พระไดอาน่าของชาวเอเฟซัสเป็นใหญ่”

19:34 But when they knew that he was a Jew, all with one voice about the space of two hours cried out, Great is Diana of the Ephesians.

19:35 และเมื่อเจ้าหน้าที่ทะเบียนของเมืองนั้นได้ทำให้ประชาชนสงบลงแล้ว เขาก็กล่าวว่า “ท่านทั้งหลาย ชาวเอเฟซัส มีผู้ใดบ้างที่ไม่ทราบว่า เมืองของชาวเอเฟซัสนี้เป็นผู้นมัสการพระแม่ไดอาน่าผู้ยิ่งใหญ่ และนมัสการรูปจำลองซึ่งตกลงมาจากเทพจูปิเตอร์

19:35 And when the townclerk had appeased the people, he said, Ye men of Ephesus, what man is there that knoweth not how that the city of the Ephesians is a worshipper of the great goddess Diana, and of the image which fell down from Jupiter?

19:36 ดังนั้นเมื่อเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ถูกกล่าวหาไม่ได้แล้ว ท่านทั้งหลายควรจะนิ่งสงบ และไม่ทำอะไรวู่วามไป

19:36 Seeing then that these things cannot be spoken against, ye ought to be quiet, and to do nothing rashly.

19:37 เพราะท่านทั้งหลายได้พาคนเหล่านี้มาที่นี่ ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นคนปล้นพระวิหารทั้งหลายหรือเป็นคนหมิ่นประมาทพระแม่ของพวกท่าน

19:37 For ye have brought hither these men, which are neither robbers of churches, nor yet blasphemers of your goddess.

19:38 เหตุฉะนั้น ถ้าเดเมตริอัสกับพวกช่างซึ่งอยู่กับเขา เป็นความกับผู้ใด โอกาสที่จะว่าความก็มี และพวกผู้พิพากษาก็มี จงให้พวกเขามาฟ้องกันเถิด

19:38 Wherefore if Demetrius, and the craftsmen which are with him, have a matter against any man, the law is open, and there are deputies: let them implead one another.

19:39 แต่ถ้าท่านทั้งหลายสอบถามสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่น ๆ ก็จงให้ตัดสินชี้ขาดกันในที่ประชุมตามกฎหมาย

19:39 But if ye enquire any thing concerning other matters, it shall be determined in a lawful assembly.

19:40 ด้วยว่าพวกเราตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกฟ้องเรื่องการโกลาหลของวันนี้ โดยไม่มีสาเหตุที่พวกเราจะให้การเรื่องการโกลาหลนี้ได้”

19:40 For we are in danger to be called in question for this day's uproar, there being no cause whereby we may give an account of this concourse.

19:41 และเมื่อเขากล่าวอย่างนั้นแล้ว เขาจึงให้เลิกชุมนุม

19:41 And when he had thus spoken, he dismissed the assembly.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope