กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กิจการ 4 / Acts 4

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

พวกอัครสาวกถูกจำคุกเพราะประกาศข่าวประเสริฐ
4:1 และขณะที่เปโตรกับยอห์นกล่าวแก่ประชาชน พวกปุโรหิต กับนายทหารรักษาพระวิหาร และพวกสะดูสี ได้มาหาท่านทั้งสอง

Apostles Jailed for Preaching
4:1 And as they spake unto the people, the priests, and the captain of the temple, and the Sadducees, came upon them,

4:2 โดยเป็นทุกข์ใจที่ท่านทั้งสองได้สั่งสอนประชาชน และประกาศโดยทางพระเยซูเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตาย

4:2 Being grieved that they taught the people, and preached through Jesus the resurrection from the dead.

4:3 และพวกเขาจึงลงมือจับท่านทั้งสอง และจำท่านทั้งสองไว้ในคุกจนวันต่อมา เพราะว่าตอนนั้นเป็นเวลาเย็นแล้ว

4:3 And they laid hands on them, and put them in hold unto the next day: for it was now eventide.

4:4 แต่คนเป็นอันมากในพวกเขาซึ่งได้ฟังถ้อยคำนั้นก็เชื่อ และจำนวนผู้ชายมีประมาณห้าพันคน

4:4 Howbeit many of them which heard the word believed; and the number of the men was about five thousand.

เปโตรได้กล่าวต่อหน้าสภา
4:5 และต่อมาในวันพรุ่งนี้ พวกผู้ครอบครองของพวกเขา และพวกผู้อาวุโส และพวกธรรมาจารย์

Peter Addresses the Sanhedrin
4:5 And it came to pass on the morrow, that their rulers, and elders, and scribes,

4:6 และอันนาสมหาปุโรหิต และคายาฟาส และยอห์น และอเล็กซานเดอร์ และทุกคนที่เป็นญาติของมหาปุโรหิตนั้น ได้ชุมนุมกันที่กรุงเยรูซาเล็ม

4:6 And Annas the high priest, and Caiaphas, and John, and Alexander, and as many as were of the kindred of the high priest, were gathered together at Jerusalem.

4:7 และเมื่อพวกเขาได้ตั้งเปโตรและยอห์นในท่ามกลางพวกเขาแล้ว พวกเขาก็ถามว่า “ท่านทั้งสองได้ทำสิ่งนี้โดยฤทธิ์อำนาจอันใดหรือโดยนามอะไร”

4:7 And when they had set them in the midst, they asked, By what power, or by what name, have ye done this?

4:8 แล้วเปโตร ซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ กล่าวแก่พวกเขาว่า “พวกท่าน พวกผู้ครอบครองของประชาชน และพวกผู้อาวุโสของอิสราเอล

4:8 Then Peter, filled with the Holy Ghost, said unto them, Ye rulers of the people, and elders of Israel,

4:9 ถ้าวันนี้พวกเราถูกไต่สวนเรื่องการกระทำดีซึ่งได้ทำแก่ชายป่วยผู้นี้ว่าเขาหายเป็นปกติด้วยวิธีอันใด

4:9 If we this day be examined of the good deed done to the impotent man, by what means he is made whole;

4:10 ขอให้พวกท่านทุกคนกับบรรดาคนอิสราเอลทราบเถิดว่า โดยพระนามของพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ ผู้ซึ่งพวกท่านได้ตรึงไว้ ผู้ซึ่งพระเจ้าได้โปรดให้เป็นขึ้นมาจากความตาย คือโดยพระองค์นั้นแหละชายคนนี้จึงยืนอยู่ที่นี่ต่อหน้าพวกท่านโดยหายเป็นปกติแล้ว

4:10 Be it known unto you all, and to all the people of Israel, that by the name of Jesus Christ of Nazareth, whom ye crucified, whom God raised from the dead, even by him doth this man stand here before you whole.

4:11 นี่คือ ‘ศิลา’ ซึ่งพวกท่าน ‘พวกช่างก่อได้ปฏิเสธเสีย ซึ่งได้กลายเป็นศิลามุมเอกแล้ว’

4:11 This is the stone which was set at nought of you builders, which is become the head of the corner.

4:12 และไม่มีความรอดในผู้อื่นเลย ด้วยว่าไม่มีนามอื่นทั่วใต้ฟ้าสวรรค์ที่โปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง ซึ่งโดยนามนั้นพวกเราต้องได้รับความรอด”

4:12 Neither is there salvation in any other: for there is none other name under heaven given among men, whereby we must be saved.

พวกสาวกได้รับการข่มขู่แต่มิได้ถูกฆ่าเสีย
4:13 บัดนี้เมื่อพวกเขาเห็นความกล้าหาญของเปโตรกับยอห์น และรับรู้ว่าท่านทั้งสองขาดการศึกษาและเป็นคนขาดความรู้ พวกเขาก็ประหลาดใจ และพวกเขาสำนึกเกี่ยวกับคนทั้งสองนี้ว่า คนทั้งสองได้เคยอยู่กับพระเยซู

Apostles Threatened but Not Killed
4:13 Now when they saw the boldness of Peter and John, and perceived that they were unlearned and ignorant men, they marvelled; and they took knowledge of them, that they had been with Jesus.

4:14 และเมื่อมองดูชายคนนั้นซึ่งได้รับการรักษาให้หายแล้ว กำลังยืนอยู่กับท่านทั้งสอง พวกเขาก็ไม่มีข้อคัดค้านที่จะพูดต่อต้านสิ่งนี้ได้

4:14 And beholding the man which was healed standing with them, they could say nothing against it.

4:15 แต่เมื่อพวกเขาได้สั่งให้เปโตรและยอห์นออกไปจากที่ประชุมสภาแล้ว พวกเขาก็ปรึกษากันท่ามกลางพวกเขาเอง

4:15 But when they had commanded them to go aside out of the council, they conferred among themselves,

4:16 โดยกล่าวว่า “พวกเราจะทำอย่างไรดีกับคนทั้งสองนี้ เพราะว่าที่การอัศจรรย์อันเด่นชัดได้ถูกกระทำโดยคนทั้งสองอย่างแน่นอนนั้น ก็ได้ปรากฏชัดแก่คนทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มแล้ว และพวกเราปฏิเสธการอัศจรรย์นั้นไม่ได้

4:16 Saying, What shall we do to these men? for that indeed a notable miracle hath been done by them is manifest to all them that dwell in Jerusalem; and we cannot deny it.

4:17 แต่เพื่อเรื่องนี้จะไม่ได้เลื่องลือแพร่หลายไปในท่ามกลางคนทั้งหลายมากกว่านี้ ให้พวกเราขู่คนทั้งสองอย่างแข็งแรงเถิด เพื่อที่นับแต่นี้ไปพวกเขาจะไม่พูดแก่ผู้ใดในชื่อนี้เลย”

4:17 But that it spread no further among the people, let us straitly threaten them, that they speak henceforth to no man in this name.

4:18 และพวกเขาจึงเรียกเปโตรและยอห์นมา และสั่งท่านทั้งสองไม่ให้พูดหรือสอนในพระนามของพระเยซูอีกเลย

4:18 And they called them, and commanded them not to speak at all nor teach in the name of Jesus.

4:19 แต่เปโตรและยอห์นตอบและกล่าวแก่พวกเขาว่า “จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้าหรือไม่ ที่จะตั้งใจฟังพวกท่านมากกว่าพระเจ้า ขอพวกท่านจงพิจารณาดูเถิด

4:19 But Peter and John answered and said unto them, Whether it be right in the sight of God to hearken unto you more than unto God, judge ye.

4:20 เพราะว่าพวกเราจะไม่พูดสิ่งเหล่านั้นซึ่งพวกเราได้เห็นและได้ยินแล้วนั้นก็ไม่ได้”

4:20 For we cannot but speak the things which we have seen and heard.

4:21 ดังนั้น เมื่อพวกเขาได้ขู่ท่านทั้งสองนั้นเพิ่มเติมอีก พวกเขาก็ปล่อยท่านทั้งสองไป โดยไม่พบสิ่งใด ๆ ที่จะเป็นเหตุให้พวกเขาทำโทษท่านทั้งสองได้ เพราะเหตุประชาชนนั้น ด้วยว่าพวกเขาทุกคนได้ถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าเนื่องด้วยสิ่งซึ่งถูกกระทำนั้น

4:21 So when they had further threatened them, they let them go, finding nothing how they might punish them, because of the people: for all men glorified God for that which was done.

4:22 ด้วยว่าชายคนนี้มีอายุกว่าสี่สิบปีแล้ว ผู้ซึ่งการอัศจรรย์นี้แห่งการรักษาให้หายได้ถูกสำแดง

4:22 For the man was above forty years old, on whom this miracle of healing was shewed.

พวกสาวกเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง
4:23 และเมื่อถูกปล่อยตัวแล้ว ท่านทั้งสองได้ไปหาพวกของท่านทั้งสองเอง และรายงานทุกสิ่งที่พวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู้อาวุโสได้พูดกับท่านทั้งสอง

Disciples Filled with the Spirit Again
4:23 And being let go, they went to their own company, and reported all that the chief priests and elders had said unto them.

4:24 และเมื่อเขาทั้งหลายได้ยินอย่างนั้น พวกเขาก็เปล่งเสียงของพวกเขาต่อพระเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน และทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ซึ่งได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก และทะเล และสรรพสิ่งที่มีอยู่ในที่เหล่านั้น

4:24 And when they heard that, they lifted up their voice to God with one accord, and said, Lord, thou art God, which hast made heaven, and earth, and the sea, and all that in them is:

4:25 ผู้ตรัสไว้ด้วยปากของดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ว่า ‘เหตุใดคนต่างชาติจึงเดือดดาล และประชาชนคิดอ่านในสิ่งที่ไร้สาระ

4:25 Who by the mouth of thy servant David hast said, Why did the heathen rage, and the people imagine vain things?

4:26 บรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกได้ตั้งตนเองขึ้น และนักปกครองทั้งหลายได้ร่วมชุมนุมกัน ต่อสู้องค์พระผู้เป็นเจ้าและต่อสู้พระคริสต์ของพระองค์’

4:26 The kings of the earth stood up, and the rulers were gathered together against the Lord, and against his Christ.

4:27 ด้วยว่าเป็นความจริงที่ทั้งเฮโรด และปอนทิอัสปีลาต กับพวกต่างประเทศ และคนอิสราเอลได้ชุมนุมกันต่อสู้พระเยซูพระบุตรผู้บริสุทธิ์ของพระองค์ ผู้ซึ่งพระองค์ได้ทรงเจิมไว้แล้ว

4:27 For of a truth against thy holy child Jesus, whom thou hast anointed, both Herod, and Pontius Pilate, with the Gentiles, and the people of Israel, were gathered together,

4:28 เพื่อที่จะกระทำสิ่งใดก็ตามที่พระหัตถ์ของพระองค์ และพระดำริของพระองค์ได้กำหนดไว้แต่ก่อนแล้วว่าจะให้กระทำ

4:28 For to do whatsoever thy hand and thy counsel determined before to be done.

4:29 และบัดนี้ พระองค์เจ้าข้า ขอโปรดทอดพระเนตรการขู่ทั้งหลายของพวกเขา และขอโปรดประทานแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อที่พวกเขาจะกล่าวพระวจนะของพระองค์ด้วยใจกล้าหาญทั้งสิ้น

4:29 And now, Lord, behold their threatenings: and grant unto thy servants, that with all boldness they may speak thy word,

4:30 โดยทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกเพื่อรักษาให้หาย และเพื่อที่บรรดาหมายสำคัญกับการมหัศจรรย์ทั้งหลายจะถูกกระทำโดยพระนามของพระเยซูพระบุตรผู้บริสุทธิ์ของพระองค์”

4:30 By stretching forth thine hand to heal; and that signs and wonders may be done by the name of thy holy child Jesus.

4:31 และเมื่อพวกเขาอธิษฐานแล้ว สถานที่ซึ่งพวกเขาประชุมอยู่นั้นได้หวั่นไหว และพวกเขาทุกคนเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพวกเขากล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ

4:31 And when they had prayed, the place was shaken where they were assembled together; and they were all filled with the Holy Ghost, and they spake the word of God with boldness.

ใจเป็นหนึ่งเดียว ทุกสิ่งเป็นของกลาง และอำนาจในท่ามกลางพวกคริสเตียน
4:32 และคนจำนวนมากในพวกเขาที่เชื่อนั้นมีหัวใจและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน และไม่มีใครในพวกเขาอ้างว่าสิ่งของต่าง ๆ ที่ตนมีอยู่เป็นของตน แต่พวกเขาให้สิ่งของทั้งสิ้นเป็นของกลาง

Amazing Unity, Liberality and Power among These Christians
4:32 And the multitude of them that believed were of one heart and of one soul: neither said any of them that ought of the things which he possessed was his own; but they had all things common.

4:33 และด้วยฤทธิ์เดชใหญ่ยิ่งพวกอัครสาวกได้ให้คำพยานเรื่องการคืนพระชนม์ของพระเยซูเจ้า และพระคุณอันใหญ่ยิ่งได้อยู่บนพวกเขาทุกคน

4:33 And with great power gave the apostles witness of the resurrection of the Lord Jesus: and great grace was upon them all.

4:34 และไม่มีผู้ใดในท่ามกลางพวกเขาที่ขัดสนสิ่งใด ๆ เพราะทุกคนที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือบ้านเรือนทั้งหลายก็ขายพวกมันเสีย และได้นำราคาของสิ่งเหล่านั้นที่ถูกขายมา

4:34 Neither was there any among them that lacked: for as many as were possessors of lands or houses sold them, and brought the prices of the things that were sold,

4:35 และวางเงินเหล่านั้นไว้ที่เท้าของพวกอัครสาวก และมีการแจกจ่ายให้แก่ทุกคนตามที่เขามีความต้องการ

4:35 And laid them down at the apostles' feet: and distribution was made unto every man according as he had need.

4:36 และโยเสส ผู้ที่พวกอัครสาวกได้ให้นามสกุลว่า บารนาบัส (ซึ่งแปลว่า ลูกแห่งการหนุนน้ำใจ) เป็นคนเลวี และเป็นชาวเกาะไซปรัส

4:36 And Joses, who by the apostles was surnamed Barnabas, (which is, being interpreted, The son of consolation,) a Levite, and of the country of Cyprus,

4:37 ซึ่งมีที่ดิน ได้ขายมันเสีย และนำเงินนั้นมา และวางมันไว้ที่เท้าของพวกอัครสาวก

4:37 Having land, sold it, and brought the money, and laid it at the apostles' feet.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope