กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กิจการ 22 / Acts 22

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

เปาโลเล่าให้ฝูงชนชาติยิวฟังถึงการกลับใจเสียใหม่ของตน (กจ 9:1-18; 26:9-18)
22:1 “ท่านทั้งหลาย พี่น้องและบรรดาท่านผู้อาวุโส ขอท่านทั้งหลายฟังคำให้การของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะแก้คดีให้พวกท่าน ณ บัดนี้”

Paul Tells Jewish Mob of His Conversion (Acts 9:1-18; 26:9-18)
22:1 Men, brethren, and fathers, hear ye my defence which I make now unto you.

22:2 (และเมื่อเขาทั้งหลายได้ยินว่า ท่านพูดเป็นภาษาฮีบรูแก่พวกเขา พวกเขาก็ยิ่งเงียบลง และท่านกล่าวว่า)

22:2 (And when they heard that he spake in the Hebrew tongue to them, they kept the more silence: and he saith,)

22:3 “แท้จริง ข้าพเจ้าเป็นคน ๆ หนึ่งซึ่งเป็นยิวคนหนึ่ง เกิดในเมืองทาร์ซัส เมืองหนึ่งในแคว้นซีลีเซีย แต่ได้เติบโตขึ้นในกรุงนี้ที่เท้าของกามาลิเอล และได้รับการสั่งสอนตามลักษณะที่สมบูรณ์แบบของพระราชบัญญัติของบรรพบุรุษของพวกเรา และได้มีความกระตือรือร้นต่อพระเจ้า เหมือนอย่างพวกท่านทุกคนในวันนี้

22:3 I am verily a man which am a Jew, born in Tarsus, a city in Cilicia, yet brought up in this city at the feet of Gamaliel, and taught according to the perfect manner of the law of the fathers, and was zealous toward God, as ye all are this day.

22:4 และข้าพเจ้าได้ข่มเหงทางนี้จนถึงตาย โดยผูกมัดและจำไว้ในคุก ทั้งชายและหญิง

22:4 And I persecuted this way unto the death, binding and delivering into prisons both men and women.

22:5 ตามที่มหาปุโรหิตเป็นพยานให้ข้าพเจ้าได้ด้วย และพร้อมกับสภาทั้งหมด ข้าพเจ้าได้รับจดหมายหลายฉบับจากท่านผู้นั้นไปยังพวกพี่น้อง และได้ไปยังเมืองดามัสกัส เพื่อที่จะจับมัดคนทั้งหลายซึ่งอยู่ที่นั้นพามายังกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อให้ได้รับการลงโทษเสีย

22:5 As also the high priest doth bear me witness, and all the estate of the elders: from whom also I received letters unto the brethren, and went to Damascus, to bring them which were there bound unto Jerusalem, for to be punished.

22:6 และต่อมา ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเดินทางไป และเข้ามาใกล้เมืองดามัสกัส ประมาณเวลาเที่ยง ในทันใดนั้นมีแสงสว่างกล้ามาจากฟ้าล้อมข้าพเจ้าไว้รอบ

22:6 And it came to pass, that, as I made my journey, and was come nigh unto Damascus about noon, suddenly there shone from heaven a great light round about me.

22:7 และข้าพเจ้าก็ล้มลงถึงพื้นดิน และได้ยินพระสุรเสียงตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘เซาโล เซาโลเอ๋ย เจ้าข่มเหงเราทำไม’

22:7 And I fell unto the ground, and heard a voice saying unto me, Saul, Saul, why persecutest thou me?

22:8 และข้าพเจ้าได้ทูลตอบว่า ‘พระองค์ทรงเป็นผู้ใด พระองค์เจ้าข้า’ และพระองค์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘เราคือเยซูแห่งนาซาเร็ธ ผู้ซึ่งเจ้าข่มเหงนั้น’

22:8 And I answered, Who art thou, Lord? And he said unto me, I am Jesus of Nazareth, whom thou persecutest.

22:9 และคนทั้งหลายที่อยู่กับข้าพเจ้าได้เห็นแสงสว่างนั้นอย่างแท้จริง และตกใจกลัว แต่พวกเขาไม่ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ที่ตรัสกับข้าพเจ้านั้น

22:9 And they that were with me saw indeed the light, and were afraid; but they heard not the voice of him that spake to me.

22:10 และข้าพเจ้าทูลว่า ‘ข้าพระองค์จะต้องทำประการใด พระองค์เจ้าข้า’ และองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า ‘จงลุกขึ้น และเข้าไปในเมืองดามัสกัส และที่นั่นจะบอกเจ้าให้ทราบถึงสิ่งทั้งหลายซึ่งได้ถูกกำหนดไว้เพื่อให้เจ้ากระทำนั้น’

22:10 And I said, What shall I do, Lord? And the Lord said unto me, Arise, and go into Damascus; and there it shall be told thee of all things which are appointed for thee to do.

22:11 และเมื่อข้าพเจ้ามองอะไรไม่เห็นเนื่องจากสง่าราศีของแสงสว่างนั้น โดยถูกจูงมือไปโดยคนเหล่านั้นที่อยู่กับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้เข้ามาในเมืองดามัสกัส

22:11 And when I could not see for the glory of that light, being led by the hand of them that were with me, I came into Damascus.

22:12 และคนหนึ่งชื่อ อานาเนีย เป็นคนที่นมัสการพระเจ้าตามพระราชบัญญัติ โดยมีชื่อเสียงดีในหมู่พวกยิวทุกคนซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น

22:12 And one Ananias, a devout man according to the law, having a good report of all the Jews which dwelt there,

22:13 ได้เข้ามาหาข้าพเจ้า และยืนอยู่ และกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า ‘พี่เซาโลเอ๋ย จงได้รับการมองเห็นของท่านเถิด’ และในชั่วโมงเดียวกันนั้นข้าพเจ้าก็เงยหน้าเห็นเขา

22:13 Came unto me, and stood, and said unto me, Brother Saul, receive thy sight. And the same hour I looked up upon him.

22:14 และเขาได้กล่าวว่า ‘พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกเราได้ทรงเลือกท่านไว้ เพื่อที่ท่านจะได้รู้จักพระประสงค์ของพระองค์ และจะได้เห็นพระองค์ผู้ชอบธรรมนั้น และจะได้ยินพระสุรเสียงแห่งพระโอษฐ์ของพระองค์

22:14 And he said, The God of our fathers hath chosen thee, that thou shouldest know his will, and see that Just One, and shouldest hear the voice of his mouth.

22:15 เพราะว่าท่านจะเป็นพยานฝ่ายพระองค์ให้คนทั้งปวงทราบถึงเหตุการณ์ซึ่งท่านได้เห็นและได้ยินนั้น

22:15 For thou shalt be his witness unto all men of what thou hast seen and heard.

22:16 และบัดนี้ไฉนท่านรอช้าอยู่ จงลุกขึ้น และรับบัพติศมา และชำระล้างบาปของท่านออกไปเสีย โดยร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า’

22:16 And now why tarriest thou? arise, and be baptized, and wash away thy sins, calling on the name of the Lord.

พระเจ้าทรงเตือนเปาโลให้ออกไปจากกรุงเยรูซาเล็ม
22:17 และต่อมา เมื่อข้าพเจ้ากลับมายังกรุงเยรูซาเล็มอีก คือขณะที่ข้าพเจ้าอธิษฐานอยู่ในพระวิหาร ข้าพเจ้าก็เข้าในภวังค์

God Warns Paul to Leave Jerusalem
22:17 And it came to pass, that, when I was come again to Jerusalem, even while I prayed in the temple, I was in a trance;

22:18 และได้เห็นพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘จงเร่งรีบ และเจ้าจงออกไปจากกรุงเยรูซาเล็มโดยเร็ว ด้วยว่าพวกเขาจะไม่รับคำพยานของเจ้าเกี่ยวกับเรา’

22:18 And saw him saying unto me, Make haste, and get thee quickly out of Jerusalem: for they will not receive thy testimony concerning me.

22:19 และข้าพเจ้าได้ทูลว่า ‘พระองค์เจ้าข้า คนเหล่านั้นทราบอยู่ว่า ข้าพระองค์ได้จับใส่คุกและเฆี่ยนตีในธรรมศาลาทุกแห่ง คือคนทั้งหลายที่ได้เชื่อในพระองค์

22:19 And I said, Lord, they know that I imprisoned and beat in every synagogue them that believed on thee:

22:20 และเมื่อโลหิตของสเทเฟนพยานผู้ยอมตายเพื่อพระองค์ได้ถูกทำให้หลั่งออกนั้น ข้าพระองค์ได้ยืนอยู่ใกล้ด้วย และได้เห็นชอบในความตายของเขา และเฝ้าเสื้อผ้าของคนเหล่านั้นที่ได้ฆ่าเขา’

22:20 And when the blood of thy martyr Stephen was shed, I also was standing by, and consenting unto his death, and kept the raiment of them that slew him.

22:21 และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘จงไปเถิด เพราะเราจะส่งเจ้าไปไกลจากที่นี่ ไปยังคนต่างชาติ’”

22:21 And he said unto me, Depart: for I will send thee far hence unto the Gentiles.

22:22 และเขาทั้งหลายได้ฟังท่านกล่าวถึงคำนี้ และจากนั้นก็ร้องด้วยเสียงอันดังของพวกเขา และกล่าวว่า “เอาคนเช่นนี้ไปจากแผ่นดินโลก เพราะไม่เหมาะที่เขาจะมีชีวิตอยู่”

22:22 And they gave him audience unto this word, and then lifted up their voices, and said, Away with such a fellow from the earth: for it is not fit that he should live.

22:23 และขณะที่พวกเขากำลังโห่ร้อง และถอดเสื้อของพวกเขาออก และเอาผงคลีดินซัดขึ้นไปในอากาศ

22:23 And as they cried out, and cast off their clothes, and threw dust into the air,

เปาโลซึ่งเป็นชาติโรมได้รอดพ้นการเฆี่ยน
22:24 นายพันจึงสั่งให้พาท่านเข้าไปในกรมทหาร และสั่งให้ท่านถูกไต่สวนโดยการเฆี่ยน เพื่อนายพันจะได้ทราบว่าพวกเขาร้องปรักปรำท่านด้วยเหตุประการใด

Paul, a Roman Citizen, Escapes Scourging
22:24 The chief captain commanded him to be brought into the castle, and bade that he should be examined by scourging; that he might know wherefore they cried so against him.

22:25 และขณะที่พวกทหารมัดท่านด้วยสายหนังหลายเส้น เปาโลได้กล่าวแก่นายร้อยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า “เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายที่จะเฆี่ยนคนที่เป็นสัญชาติโรม และยังไม่ถูกตัดสินความหรือ”

22:25 And as they bound him with thongs, Paul said unto the centurion that stood by, Is it lawful for you to scourge a man that is a Roman, and uncondemned?

22:26 เมื่อนายร้อยได้ยินอย่างนั้นแล้ว เขาก็ไปและบอกนายพัน โดยกล่าวว่า “ระวังนะว่าท่านกระทำอะไร เพราะว่าคนนี้เป็นคนสัญชาติโรม”

22:26 When the centurion heard that, he went and told the chief captain, saying, Take heed what thou doest: for this man is a Roman.

22:27 แล้วนายพันจึงมา และกล่าวแก่ท่านว่า “จงบอกเราเถิด เจ้าเป็นคนสัญชาติโรมหรือ” ท่านกล่าวว่า “ใช่แล้ว”

22:27 Then the chief captain came, and said unto him, Tell me, art thou a Roman? He said, Yea.

22:28 และนายพันจึงตอบว่า “ด้วยการเสียเงินมาก ข้าจึงได้รับอิสรภาพนี้” และเปาโลกล่าวว่า “แต่ข้าพเจ้าได้รับอิสรภาพนี้โดยกำเนิด”

22:28 And the chief captain answered, With a great sum obtained I this freedom. And Paul said, But I was free born.

22:29 แล้วในทันใดนั้นพวกทหารก็ไปจากท่าน คือผู้ซึ่งควรจะไต่สวนท่าน และนายพันก็ตกใจกลัวด้วย หลังจากเขาทราบว่าท่านเป็นคนสัญชาติโรม และเพราะว่าเขาได้มัดท่านไว้

22:29 Then straightway they departed from him which should have examined him: and the chief captain also was afraid, after he knew that he was a Roman, and because he had bound him.

22:30 ในวันรุ่งขึ้น เพราะเหตุว่านายพันอยากจะทราบแน่ชัดว่า ทำไมเปาโลถูกกล่าวหาโดยพวกยิว นายพันจึงได้ปล่อยท่านจากบรรดาเครื่องพันธนาการของท่าน และสั่งพวกปุโรหิตใหญ่กับบรรดาสมาชิกสภาให้มาประชุมกัน และได้นำตัวเปาโลลงมา และตั้งท่านไว้ต่อหน้าเขาทั้งหลาย

22:30 On the morrow, because he would have known the certainty wherefore he was accused of the Jews, he loosed him from his bands, and commanded the chief priests and all their council to appear, and brought Paul down, and set him before them.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope