กลับหน้าแรกพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV

 

พระราชบัญญัติ 4

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34]

ข่าวสารต่าง ๆ และคำตักเตือนหลังจากอิสราเอลออกจากซีนาย
4:1 “ฉะนั้นบัดนี้ โอ คนอิสราเอลทั้งหลาย จงตั้งใจฟังบรรดากฎเกณฑ์และคำตัดสินซึ่งข้าพเจ้าสอนพวกท่าน จงกระทำตามเพื่อท่านทั้งหลายจะมีชีวิตอยู่ และเข้าไปยึดครองแผ่นดินซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านทั้งหลายประทานแก่พวกท่าน
4:2 ท่านทั้งหลายจงอย่าเพิ่มเติมคำที่ข้าพเจ้าได้บัญชาพวกท่านไว้และจงอย่าให้ถ้อยคำเหล่านั้นถดถอยลง เพื่อท่านทั้งหลายจะรักษาพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านทั้งหลาย
4:3 นัยน์ตาของท่านทั้งหลายได้เห็นกิจการซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงกระทำเพราะเหตุพระบาอัลเปโอร์แล้ว ด้วยว่าบรรดาคนที่ติดตามพระบาอัลเปโอร์นั้น พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านได้ทรงทำลายคนเหล่านั้นจากท่ามกลางพวกท่าน
4:4 แต่ท่านทั้งหลายผู้ได้ยึดมั่นอยู่ในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ทุกคนได้มีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้
4:5 ดูเถิด ข้าพเจ้าได้สอนบรรดากฎเกณฑ์และคำตัดสินแก่ท่านทั้งหลาย ตามที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้าได้ทรงบัญชาข้าพเจ้าไว้ เพื่อท่านทั้งหลายจะกระทำตามในแผ่นดินซึ่งพวกท่านกำลังเข้าไปยึดครองนั้น
4:6 เพราะฉะนั้น จงรักษากฎเกณฑ์เหล่านั้นและกระทำตาม เพราะนี่เป็นสติปัญญาของท่านทั้งหลายและความเข้าใจของพวกท่านท่ามกลางสายตาของชนชาติทั้งหลาย ซึ่งจะได้ยินถึงกฎเกณฑ์เหล่านี้และจะพูดว่า ‘แน่ทีเดียวประชาชาติใหญ่นี้เป็นประชากรที่มีสติปัญญาและความเข้าใจ’
4:7 เพราะมีประชาชาติใหญ่ชาติใดเล่าผู้ซึ่งมีพระเจ้าอยู่ใกล้พวกเขา เหมือนอย่างที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายทรงอยู่ใกล้พวกเราในสิ่งสารพัดที่เราทั้งหลายร้องทูลต่อพระองค์
4:8 และมีประชาชาติใหญ่ชาติใดเล่า ซึ่งมีบรรดากฎเกณฑ์และคำตัดสินอันชอบธรรมเหมือนอย่างพระราชบัญญัติทั้งหมดนี้ ซึ่งข้าพเจ้าได้ตั้งไว้ต่อหน้าท่านทั้งหลายในวันนี้
4:9 เพียงแต่จงเอาใจใส่และรักษาจิตวิญญาณของตัวไว้อย่างขยันขันแข็ง เกรงว่าท่านจะลืมสิ่งทั้งปวงซึ่งนัยน์ตาของท่านได้เห็นนั้น และเกรงว่าสิ่งเหล่านั้นจะพรากไปเสียจากใจของท่านตลอดวันเวลาแห่งชีวิตของท่าน แต่จงสอนเรื่องเหล่านี้ให้แก่ลูกหลานทั้งหลายของท่าน
4:10 โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ท่านได้ยืนอยู่ต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านที่โฮเรบ เมื่อพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘จงรวบรวมประชากรให้เข้ามาต่อหน้าเรา และเราจะให้เขาทั้งหลายได้ยินบรรดาคำของเรา เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เรียนรู้ที่จะเกรงกลัวเราตลอดวันเวลาที่พวกเขามีชีวิตอยู่ในแผ่นดินโลก และเพื่อว่าเขาทั้งหลายจะได้สอนลูก ๆ ของพวกเขา’
4:11 และท่านทั้งหลายได้เข้ามาใกล้และยืนอยู่ที่เชิงภูเขา และภูเขานั้นมีเพลิงลุกขึ้นถึงท้องฟ้า พร้อมกับความมืด เมฆ และความมืดทึบอยู่
4:12 และพระเยโฮวาห์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลายออกมาจากท่ามกลางเพลิง พวกท่านได้ยินพระสุรเสียงแห่งพระวจนะเหล่านั้น แต่ไม่ได้เห็นรูปสัณฐาน ท่านทั้งหลายได้ยินพระสุรเสียงเท่านั้น
4:13 และพระองค์ทรงประกาศพันธสัญญาของพระองค์แก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาให้พวกท่านกระทำตามคือ พระบัญญัติสิบประการ และพระองค์ทรงจารึกพระบัญญัติเหล่านั้นไว้บนแผ่นศิลาสองแผ่น
4:14 และในเวลานั้นพระเยโฮวาห์ทรงบัญชาข้าพเจ้าให้สอนบรรดากฎเกณฑ์และคำตัดสินแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อพวกท่านจะได้กระทำตามในแผ่นดินซึ่งท่านทั้งหลายกำลังจะข้ามไปยึดครองนั้น
4:15 เหตุฉะนั้น พวกท่านจงเอาใจใส่ตัวของท่านทั้งหลายให้ดี เพราะพวกท่านไม่เห็นสัณฐานอันใด ในวันที่พระเยโฮวาห์ตรัสกับท่านทั้งหลายที่โฮเรบจากท่ามกลางเพลิง
4:16 เกรงว่าท่านทั้งหลายจะทำให้ตัวเองเสื่อมทรามไป และทำรูปเคารพแกะสลักสำหรับพวกท่าน เป็นรูปสัณฐานสิ่งหนึ่งสิ่งใด เป็นรูปเหมือนตัวผู้หรือตัวเมีย
4:17 เป็นรูปเหมือนสัตว์เดียรัจฉานใด ๆ ในแผ่นดินโลก เป็นรูปเหมือนนกใด ๆ ที่มีปีกบินไปมาในอากาศ
4:18 เป็นรูปเหมือนสิ่งใด ๆ ที่คลานอยู่บนพื้นดิน เป็นรูปเหมือนปลาใด ๆ ที่อยู่ในน้ำใต้แผ่นดินโลก
4:19 และเกรงว่าท่านเงยหน้าขึ้นดูฟ้าสวรรค์ และเมื่อท่านเห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวต่าง ๆ คือบริวารทั้งสิ้นแห่งฟ้าสวรรค์ ก็จะถูกเหนี่ยวรั้งให้นมัสการและปรนนิบัติสิ่งเหล่านั้น ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงแบ่งปันแก่ชนชาติทั้งหลายทั่วใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้น
4:20 แต่พระเยโฮวาห์ทรงเลือกท่านทั้งหลายและนำพวกท่านออกมาจากเตาหลอมเหล็ก คือจากอียิปต์ เพื่อให้เป็นประชากรแห่งกรรมสิทธิ์ของพระองค์ อย่างที่ท่านทั้งหลายเป็นอยู่ทุกวันนี้
4:21 ยิ่งกว่านั้น เพราะเหตุท่านทั้งหลายพระเยโฮวาห์ก็ทรงพระพิโรธต่อข้าพเจ้า และทรงปฏิญาณว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน และข้าพเจ้าจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินที่ดีนั้น ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายทรงประทานแก่พวกท่านให้เป็นมรดก
4:22 แต่ข้าพเจ้าจะต้องตายเสียในแผ่นดินนี้ ข้าพเจ้าจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไม่ได้ แต่ท่านทั้งหลายจะได้ข้ามไป และยึดครองแผ่นดินที่ดีนั้น
4:23 จงเอาใจใส่ตัวของท่านทั้งหลายให้ดี เกรงว่าท่านทั้งหลายจะลืมพันธสัญญาของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ซึ่งพระองค์ทรงกระทำไว้แก่ท่านทั้งหลาย และสร้างรูปเคารพแกะสลักหรือรูปเหมือนสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงห้ามท่านไว้แล้วนั้น
4:24 เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเป็นเพลิงที่เผาผลาญ คือเป็นพระเจ้าผู้ทรงหวงแหน
4:25 เมื่อท่านทั้งหลายจะได้อยู่ในแผ่นดินนั้นช้านาน แล้วท่านจะบังเกิดลูกหลาน และจะกระทำตัวให้เสื่อมทราม และทำรูปเคารพแกะสลักหรือรูปเหมือนสิ่งหนึ่งสิ่งใด และจะกระทำความชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน เพื่อยั่วยุให้พระองค์ทรงกริ้วโกรธ
4:26 ข้าพเจ้าขอเชิญฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกให้เป็นพยานกล่าวโทษท่านทั้งหลายในวันนี้ว่า พวกท่านจะพินาศอย่างสิ้นเชิงจากแผ่นดิน ซึ่งท่านทั้งหลายกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยึดครองนั้น พวกท่านจะไม่ได้อยู่ในแผ่นดินนั้นช้านาน แต่จะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
4:27 และพระเยโฮวาห์จะทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายกระจัดกระจายไปอยู่ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย และพวกท่านจะเหลืออยู่จำนวนน้อยในท่ามกลางประชาชาติ ซึ่งพระเยโฮวาห์จะทรงนำท่านทั้งหลายให้เข้าไปอยู่นั้น
4:28 และที่นั่นท่านทั้งหลายจะปรนนิบัติพระ เป็นผลงานที่มือมนุษย์ทำไว้ ทำด้วยไม้และหิน ซึ่งดูก็ไม่ได้ ฟังก็ไม่ได้ รับประทานก็ไม่ได้ หรือดมกลิ่นก็ไม่ได้
4:29 แต่จากที่นั่น ถ้าท่านจะแสวงหาพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ถ้าท่านค้นหาพระองค์ด้วยสุดจิตและสุดใจของท่าน ท่านก็จะพบพระองค์
4:30 เมื่อสิ่งสารพัดเหล่านี้มาถึงท่านแล้ว และท่านมีความทุกข์ลำบาก ในวาระข้างหน้า ถ้าท่านจะหันมาหาพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และจะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์
4:31 (เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระกรุณา) พระองค์จะไม่ทรงละทิ้งท่านหรือทำลายท่าน หรือลืมพันธสัญญาแห่งบรรพบุรุษของท่านซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับพวกเขา
4:32 เพราะบัดนี้จงถามดูเถิดว่า ในวันทั้งหลายที่ล่วงมาแล้วนั้นซึ่งเป็นอยู่ก่อนท่าน ตั้งแต่วันที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดินโลก และถามดูจากฟ้าสวรรค์ข้างนี้ถึงฟ้าสวรรค์ข้างโน้นว่า เคยมีเรื่องใหญ่โตอย่างนี้เกิดขึ้นหรือเคยได้ยินถึงเรื่องอย่างนี้บ้างหรือ
4:33 มีประชาชนใดเคยได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าตรัสออกมาจากท่ามกลางเพลิง เหมือนที่ท่านได้ยินและยังมีชีวิตอยู่ได้หรือ
4:34 มีพระเจ้าองค์ใดหรือเคยพยายามที่จะไปนำประชาชาติหนึ่งจากท่ามกลางอีกประชาติหนึ่งให้เป็นของพระองค์ ด้วยการลองใจ ด้วยการทำหมายสำคัญ ด้วยการมหัศจรรย์ ด้วยการสงคราม ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และด้วยพระกรที่ทรงเหยียดออก และด้วยเหตุการณ์ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ตามสิ่งสารพัดซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายทรงกระทำเพื่อพวกท่านในอียิปต์ต่อหน้าต่อตาของท่านทั้งหลาย
4:35 ที่ได้ทรงสำแดงแก่ท่านนั้นก็เพื่อท่านจะได้ทราบว่า พระเยโฮวาห์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า นอกจากพระองค์แล้ว ไม่มีพระอื่นใดอีกเลย
4:36 พระองค์ทรงโปรดให้ท่านได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์จากฟ้าสวรรค์ เพื่อว่าพระองค์จะทรงสั่งสอนท่าน และพระองค์ทรงโปรดให้ท่านเห็นเพลิงใหญ่ของพระองค์ในแผ่นดินโลก และท่านได้ยินพระวจนะของพระองค์จากท่ามกลางเพลิง
4:37 และเพราะพระองค์ทรงรักบรรพบุรุษของท่าน เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงเลือกเชื้อสายของเขาทั้งหลายที่มาภายหลังพวกเขา และทรงนำท่านออกจากอียิปต์ท่ามกลางสายพระเนตรของพระองค์ ด้วยเดชานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์
4:38 เพื่อทรงขับไล่ประชาชาติที่ใหญ่กว่าและมีกำลังมากกว่าท่านให้พ้นหน้าท่านเสีย แล้วนำท่านเข้ามา เพื่อทรงประทานแผ่นดินของพวกเขาให้แก่ท่านเป็นมรดกดังทุกวันนี้
4:39 เหตุฉะนั้น จงทราบเสียในวันนี้ และไตร่ตรองอยู่ในใจของท่านว่า พระเยโฮวาห์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าในสวรรค์เบื้องบนและบนแผ่นดินโลกเบื้องล่าง ไม่มีพระอื่นใดอีกเลย
4:40 เพราะฉะนั้น ท่านจงรักษาบรรดากฎเกณฑ์และพระบัญญัติของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาแก่ท่านในวันนี้ เพื่อท่านและลูก ๆ ของท่านที่มาภายหลังท่านจะไปดีมาดี และเพื่อวันเวลาของท่านจะยืนยาวในแผ่นดินโลก ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงประทานแก่ท่านเป็นนิตย์นั้น”

การแต่งตั้งเมืองต่าง ๆ สำหรับลี้ภัย
4:41 ดังนั้น โมเสสได้แยกเมืองทางดวงอาทิตย์ขึ้นฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้สามเมือง
4:42 เพื่อผู้ฆ่าคนจะได้หลบหนีไปอยู่ที่นั่น คือผู้ที่ฆ่าเพื่อนบ้านของตนโดยไม่ได้เจตนา และไม่ได้เกลียดชังเขามาก่อน และเมื่อหนีไปอยู่ที่เมืองเหล่านี้เมืองหนึ่งเมืองใดเขาก็จะรอดชีวิต
4:43 ชื่อของเมืองเหล่านี้คือ เมืองเบเซอร์ ในถิ่นทุรกันดาร ในที่ราบของคนรูเบน และเมืองราโมท ในกิเลอาดของคนกาด และเมืองโกลาน ในบาชานของคนมนัสเสห์
4:44 และนี่เป็นพระราชบัญญัติที่โมเสสได้ตั้งไว้ต่อหน้าชนชาติอิสราเอล
4:45 ข้อความเหล่านี้เป็นบรรดาพระโอวาท กฎเกณฑ์และคำตัดสินซึ่งโมเสสได้กล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลหลังจากที่พวกเขาออกจากอียิปต์แล้ว
4:46 ด้านฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้ ในหุบเขาตรงข้ามเบธเปโอร์ ในแผ่นดินของสิโหนกษัตริย์แห่งคนอาโมไรต์ ผู้อาศัยอยู่ที่เฮชโบนซึ่งโมเสสและชนชาติอิสราเอลได้ทำลายหลังจากที่พวกเขาออกมาจากอียิปต์แล้ว
4:47 และพวกเขาได้เข้ายึดครองแผ่นดินของท่านและแผ่นดินของโอกกษัตริย์แห่งเมืองบาชาน เป็นกษัตริย์สององค์ของคนอาโมไรต์ ผู้อยู่ทางดวงอาทิตย์ขึ้นฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้
4:48 ตั้งแต่อาโรเออร์ที่อยู่ริมแม่น้ำอาร์โนน ไปจนถึงภูเขาศิโยน ซึ่งคือเฮอร์โมน
4:49 และที่ราบทั้งหมด ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้ จนถึงทะเลแห่งที่ราบ ที่น้ำพุแห่งปิสกาห์

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope